Page 27 - ebook.msu.ac.th
P. 27
๑๘
เรื่องย่อคาถา
ต้นฉบับวัดศรีเวียงชัย บ้านดอนเวียงจันทน์ ต าบลท่าขอนยาง อ าเออกันทรวิชัย จังหวัด
มหาสารคาม
ใบลำนเรื่องคำถำนี้เป็นกำรน ำเสนอคำถำ อำคม ของคนสมัยโบรำณ มีมวลคำถำต่ำง ๆ
ดังนี้
คาถา สะเดาะ ใช้สะเดำะ เหล็ก ทอง โซ่พันธนำกำร สะเดำะรกที่ค้ำงในท้อง สะเดำะ
ก้ำงปลำ สะเดำะได้หลำยประกำร ค่ำครูมีขัน ๕ ขัน๘ เงินต ำลึง๑ เทียนเล่มบำท ๒ คู่ดอกไม้ขำว
คาถาเสือเผือก และ คาถาพระยาเสือโคร่ง สวดมนต์ใส่น ้ำล้ำงหน้ำมีเดชำนุภำพ
อาราธนาคาถา เป็นคำถำที่ต้องอำรำธนำก่อนจะสวดคำถำอื่น เพื่อให้คำถำมีควำมศักดิ์สิทธิ์
คาถามหาเสน่ห์ บริกรรมให้คนรักเสน่หำ ค่ำครูขัน ๕ เงินบำท ๑ แล
คาถาเป่ าพก เป่ำส่วนต่ำง ๆของร่ำงกำยที่เกิดโรค หรือ ที่บวมช ้ำ
คาถา ( งู ) เห่าค า คาถานางธรณี บริกรรมเพื่อควำมเจริญเท่ำทวีคูณในชีวิต
คาถาตอเพียงดิน ปรำรถนำเอำสิ่งใดได้ดังใจชอบ เดือนแรมอย่ำได้ท ำพิธี เครื่องประกอบ
มี เศวตฉัตร ๙ ชั้น เทียน๙ เล่มบูชำไว้กับเศวตฉัตร ดอกไม้ขำว ๙ ดอกบูชำทุกวันตั้งแต่ขึ้น ๑ ค ่ำ
จนถึงวันเพ็ญ สวด ๙ คำบดีนักแล
คาถามหาสูบ สวดเพื่อสูบเงิน สูบทองให้มำอยู่กับตัวเรำ สูบจำกพ่อค้ำ มหำเศรษฐี
เจ้ำพระยำเมืองต่ำง ๆ ทั้งให้ช่วยเหลือกำรงำนที่ตนท ำ ใช้บ ำเพ็ญภำวนำ เมื่อครบรอบอำยุให้แต่ง
ขัน ๕ ๒๘ อัน หรือเดินทำงไปบ้ำนเมืองไกลให้แต่งขัน แปดเทียนเล่มบำท หนึ่งคู่
คาถาเมฆเทวบุตร ใช้สวดเพื่อให้เกิดชัยชนะ บุคคลผู้ใดจักสวดคำถำ ให้แต่งเครื่องบูชำผ้ำ
ขำว ๔ คู่เทียน ๔ คู่ เสื่อสำดอำสนะแล้วอำบน ้ำด ำหัวแล้วจึงสวดมีเตชะปรำกฏดังเมฆเทวบุตรแลฯ
คาถาสวดเพื่อให้มียศศักดิ์ และบริวำรต้องสวดตอนเช้ำหันหน้ำทำงทิศเหนือ คนแลเทวดำ
รัก ก้มหน้ำสวดเมื่อเช้ำ ๘ คำบจักให้หำยอันตรำยแลพยำธิ ๗ คำบเมื่อตะวันเที่ยงเมื่อพูดจักให้ชนะ
ข้ำศึก ศัตรู ยำมเย็น ๙ คำบ หันหน้ำไปตะวันออกเทิน
คาถาน ้าออกบ่อ ใช้สวดเพื่อปัดเป่ำภัยอันตรำย บริกรรมใส่น ้ำให้เด็กน้อยอำบ บริกรรมใส่
น ้ำใส่พันธุ์ข้ำวปลูกดีจ ำเริญค ่ำเช้ำดีนักแลฯ
คาถาลูกแก้วมณีโชติ เป็นคำถำที่ใช้บริกรรมเพื่อให้ทุกอย่ำงหลงลืม กระทั่งน ้ำลืมไหล ไฟ
ลืมติด ภำวนำทุกค ่ำเช้ำดีนัก คนมั่งมี ตระกูลใหญ่ ถือค่ำครูพันทอง ค่ำครูมีเทียนเล่มบำท ๒ คู่เทียน
น้อย ๒๘ แล ๑ คนตระกูลต ่ำต้อยค่ำครูบำทหมื่นแสนเงินตั้งทองค ำร้อย ถ้ำพระยำพันตั้งเงินหมื่น
ทอง นอนในที่มีโจรให้ภำวนำ ๗ ที คิดถึงพระอำทิตย์ฯ จะรบศึกให้ภำวนำ ๗ ทีคิดถึงพระเกตุ ฯ

