Page 255 - ebook.msu.ac.th
P. 255

252


               เกล้าฯ  ให้ยกเมืองมหาสารคามมาขึ้นกรุงเทพมหานคร  ให้พระราชทานนามสัญญาบัตรประทับตราพระราช
               ลัญจกร  ตั้งราชวงศ์เป็นพระขัติยวงศาเจ้าเมืองร้อยเอ็ด ได้ให้พระขัติยวงศา พระเจริญราชเดชท าบัญชีจ านวน

               เลกเมืองร้อยเอ็ด  เลกเมืองมหาสารคาม  เป็นคนเมืองร้อยเอ็ดจ าหน่ายตายสี่ร้อยเก้าสิบเจ็ดคน    หักให้เมือง
               มหาสารคาม ท้าวเพียสามร้อยแปดสิบเก้าคน ไพร่สักสามพันหกร้อยสิบเจ็ดคน รวมสี่พันสี่ร้อยเก้าสิบหกคนท า
               สามส่วนยกไว้ใช้สอยส าหรับบ้านเมืองใหม่  เก็บส่วยส่วนหนึ่งสองพันหกร้อยหกสิบสี่คน  ท าสองส่วนห้าพันสอง
               ร้อยยี่สิบสี่คน คิดสิบคนต่อหาบ  สมทบเข้ากับผลเร่วเดิมหนักห้าสิบหาบ ส่วยผ้าขาวปีหนึ่ง เงินหกต าลึง หักมา

               ท าเร่วเป็นเร่วหนักหาบยี่สิบชั่ง รวมห้าสิบเจ็ดหาบยี่สิบชั่ง บวกผลเร่ว ขึ้นในจ านวนปีขาล อัฏฐศก หนักสี่ร้อย
               แปดสิบเจ็ดหาบยี่สิบชั่งรวมห้าร้อยสามสิบสองหาบสี่สิบชั่ง ก าหนดให้ส่งคลังแต่จ านวนปีขาล อัฏฐศก ปีละห้า
                                                               ั
               ร้อยสามสิบสองหาบสี่สิบชั่งเสมอทุกปีสืบไป  รวมเลกเก้าพนสามร้อยห้าสิบสองคน  เมืองมหาสารคาม  คงมีตัว
               ยกไว้ใช้สอยส าหรับราชการ  บ้านเมืองไม่เก็บส่วย  ท้าวเพียสามร้อยแปดสิบเก้าคน  ไพร่สักสองพันเก้าร้อยเจ็ด

               สิบสองคนรวมสามพันสามร้อยหกสิบเจ็ดคน  ท าผลเร่วส่วยอยู่เดิมห้าสิบหาบ  ผ้าขาวสามต าลึง  เป็นเร่วหกสิบ
               ชั่ง  รวมห้าสิบหาบหกสิบชั่ง  บวกขนอีกสามสิบสามหาบสามสิบชั่ง  รวมหกสิบสามหาบเก้าสิบชั่ง  เลก  ท าส่วย
                                            ึ้
               อยู่หกร้อยสามสิบเก้าคน  ก าหนดให้ตั้งแต่ปีขาลอัฏฐศกปีละหกสิบสามหาบเก้าสิบชั่ง รวมเลกสี่พันคน รวมเลก
               หมื่นสามพันสามร้อยห้าสิบสอง  คน  ครั้นจะให้เอาตามหางว่าวพระเจริญราชเดชอุปฮาด  เลกเมืองร้อยเอ็ดยัง

               ไม่ได้สจ านวนรายสักที่ชรา  พการ  มากน้อยเท่าใด  ยังหาแน่นอนไม่  ถ้าพระขัติยวงศา  ส่งจ านวนเลกครบตาม
                                        ิ
               รายหางว่าวพระขติยวงศาให้ถูกต้องแล้ว ให้พระเจริญราชเดช ท าหางว่าว จ านวนรับเลก จะเป็นคนชราพิการ
                              ั
               พระสงฆ์ สามเณร  ทุกข์ยากไพร่ฉกรรจ์  และจะยกไพร่เป็นขุนหมื่นท้าวเพียมากน้อยเท่าใด  ให้ท าหางว่าวบอก

                                                              ่
                                                                                     ็
               ลงไป ณ กรุงเทพมหานคร ให้ชัดแจ้งจะไม่ได้เกี่ยวข้องแกกัน พระขัติยวงศาคนใหม่กอย่ามีรังเกียจว่าตัวเลกยก
               มาอยู่เมืองมหาสารคาม  เลกอยู่เมืองใดก็เสียส่วยของหลวงเหมือนกัน  ให้ท้าวเพียเมืองร้อยเอ็ดส่งตัวเลกให้คน
               จ านวนใด ให้บวกส่วยเร่วเมืองมหาสารคาม ขึ้นอีกสิบสามหาบเก้าสิบชั่ง รวมเก่าใหม่หกสิบสามหาบเก้าสิบชั่ง
               ไปตามจ านวนคนก่อน  ถ้าหางว่าวแน่นอนฉันใด ควรจะบวกส่วยหรือลดประการใด  ภายหลังบังคับมาให้แจ้ง
               ถ้าถึงก าหนดส่งผลเร่วส่วย  ก็ให้พระเจริญราชเดชแต่งท้าวเพียคุมเอาผลเร่วส่วยลงไปส่งให้ครบจ านวน  อย่าให้

               ของหลวงค้างอยู่ได้ และเมืองมหาสารคามแต่ก่อนขึ้นอยู่เมืองร้อยเอ็ด จึงได้ตั้งอัคคฮาด อัคควงศ์ วรบุตรตาม
                                 ื
               บ้านเมือง  บัดนี้ยกเมองมหาสารคามมาขึ้นกรุงเทพมหานคร  แล้วโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม  ให้เลื่อนอัคคฮาด
               เป็นอุปฮาด อัคควงศ์ เป็นราชวงศ์ วรบุตร เป็นราชบุตรตามนามเมือง ขึ้นกรุงเทพมหานคร เหมือนหัวเมืองลาว

               อื่นๆ ได้มีตราตั้งบังคับกิจราชการ ให้อุปฮาดถือขึ้นมาด้วย แล้วให้พระเจริญราชเดชคิดท านุบ ารุง ท้าวเพียไพร่
               บ้านพลเมืองให้อยู่เย็นเป็นสุข อย่าให้ผู้ใดท าข่มเหงไพร่บ้านพลเมืองให้ได้ความเดือดร้อน ถ้าราษฎร มีคดีความ
               มาฟองร้องด้วยข้อความประการใด ให้พระเจริญราชเดช พร้อมด้วยอุปฮาด ราชวงศ์ ราชบุตร หาตัวจ าเลยมา
                   ้
               ช าระตัดสินให้เป็นสัจเป็นธรรม ถูกต้องตามกฎหมาย ให้ส าเร็จโดยเร็ว ถ้าถึงเทศกาลพระราชพิธีตรุษสารท ให้

               พระเจริญราชเดชอุปฮาด ราชวงศ์  ราชบุตร ท้าวเพีย ตรึกตรองดูอารามใดในแขวงเมืองมหาสารคาม ควรจะ
               ถือน้ าได้ก็ให้ท าสัตยานุสัตย์   กราบถวายบังคมลงมาต่อฝ่าละอองธุลีพระบาท   สมเด็จพระปรมินทรมหา
               จุฬาลงกรณ์เกล้าเจ้าอยู่หัวรับพระราชทานน้ าพพัฒน์สัจจา  ปีละสองครั้ง  ตามธรรมเนียมเสมอทุกปีสืบไป
                                                      ิ
               สารตรามา ณ วันจันทร์ เดือนเจ็ด แรมห้าค่ า ปีมะเส็ง เอกศก ๖๙
   250   251   252   253   254   255   256   257   258   259   260