Page 258 - ebook.msu.ac.th
P. 258
255
เกร็ดประวัติศาสตร์ช่วงปฏิรูปการปกครองเมืองมหาสารคาม (พ.ศ. ๒๔๓๓ – ปัจจุบัน)
เดิมเมืองมหาสารคาม จัดอยู่ในหัวเมืองลาวฝ่ายตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งได้แก่บริเวณที่ราบสูงโคราช
ทั้งหมด รวมทั้งดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ าโขง ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๓๓ หัวเมืองลาวได้ถูกแบ่งออกเป็น ๔ กอง คือ
หัวเมืองลาวฝ่ายเหนือ มีศูนย์กลางอยู่ที่เมืองหนองคาย
หัวเมืองลาวฝ่ายตะวันออกเฉียงเหนือ มีศูนย์กลางอยู่ที่เมืองอุบลราชธานี
หัวเมืองลาวฝ่ายตะวันออก มีศูนย์กลางอยู่ที่เมือง จ าปาศักด
ิ์
หัวเมืองลาวกลาง มีศูนย์กลางอยู่ที่เมืองนครราชสีมา
ต่อมา พ.ศ. ๒๔๓๔ (รศ. ๑๑๐) เปลี่ยนเป็นหัวเมืองลาวกาว ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๔๒ เปลี่ยนเป็น
ี
มณฑลตะวันออกเฉียงเหนือ และเป็นมณฑลอสาน ในปี พ.ศ. ๒๔๔๓ แยกออกเป็นมณฑลร้อยเอดในปี พ.ศ.
็
๒๔๕๕
ต่อมาเมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๖ มีฐานะเป็นจังหวัด บรรดาเมืองที่ขึ้นอยู่กับเมืองมหาสารคามเดิม ก็เปลี่ยนเป็น
อาเภอ และเลิกระบบการสืบสายโลหิตทางการปกครอง เจ้าเมืองคนสุดท้าย คือ พระเจริญราชเดช (อน)
ุ่
เปลี่ยนต าแหน่งเจ้าเมืองมาเป็นผู้ว่าราชการเมือง
นับตั้งแต่ตั้งเมืองมหาสารคามมาแต่ปี พ.ศ. ๒๔๐๘- ๒๔๕๕ มีผู้ด ารงต าแหน่งเจ้าเมืองและผู้ว่า
ราชการคนแรก อุปฮาดรักษาราชการแทนเจ้าเมืองอก ๑ คน ซึ่งปรากฏนามดังต่อไปนี้
ี
๑. พระเจริญราชเดช (ท้าวมหาชัย กวด ภวภูตานนท์ฯ) พ.ศ. ๒๔๐๘ – ๒๔๒๒
๒. พระเจริญราชเดช (ท้าวฮึง ภวภูตานนท์ฯ) พ.ศ. ๒๔๒๒ – ๒๔๔๓
ิ
๓. อุปฮาด (เถื่อน รักษกจันทร์) รักษาราชการแทน พ.ศ. ๒๔๔๓ – ๒๔๔๔
๑๒
๔. พระเจริญราชเดช (อุ่น ภวภูตานนท์ฯ) พ.ศ. ๒๔๔๔ – ๒๔๕๕
ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๐๘ – ปัจจุบัน (๒๕๔๔) มีผู้ด ารงต าแหน่งเจ้าเมืองหรือผู้ว่าราชการจังหวัด รวม
๔๕ คน
ปัจจุบันรูปแบบการปกครองของไทยแบ่งออกเป็น ๓ ระดับ คือ การปกครองส่วนกลาง การ
ปกครองส่วนภูมิภาคและการปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งจังหวัดมหาสารคามอยู่ในระดับการปกครองส่วนท้องถิ่น
ประกอบด้วย
๑. องค์การบริหารส่วนจังหวด (อบจ.) มีสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด และ นายกองค์การบริหาร
ั
ส่วนจังหวัด บริหารงาน โดยมี ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นผู้ก ากับดูแล
๒. เทศบาล มีสภาเทศบาล และนายกเทศมนตรี บริหารงานโดยมี ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้ก ากับ
ดูแล
๓. องค์การบริหารส่วนต าบล (อบต.) มีสภาองค์การบริหารส่วนต าบล และ นายกองค์การบริหาร
ส่วนต าบล บริหารงานโดยมี นายอ าเภอเป็นผู้ก ากับดูแล
๑๒
พ.ศ. ๒๔๔๗ ได้เปลี่ยนชอต ำแหน่งจำก “เจ้ำเมอง” เปน “ผู้ว่ำรำชกำรเมอง” ขณะเปนพระพิทักษ์นรำกร จงด ำรงต ำแหน่ง ผู้ว่ำ
็
ื่
ึ
ื
็
ื
รำชกำรเมองมหำสำรคำม คนแรก และพ.ศ. ๒๔๕๑ จงทรงพระกรณำโปรดเกล้ำฯ ให้เปน พระเจรญรำชเดช (อุ่น)
ื
ึ
ุ
็
ิ

