Page 119 - เภสัชภัณฑ์ทางผิวหนัง-14052022
P. 119
10) หากเกิดพิษจากการใช?ยา สามารถหยุดยาได?อย@างรวดเร็ว โดยการดึงหรือลอกแผ@นแปะออก
11) ลดความแปรปรวนที่เกิดจากการดูดซึมยา และการเมแทบอลิซึมของยาเมื่อให?ยาทางปาก
5.6 ข+อเสียของแผCนแปะนำสCงยาทางผิวหนัง
1) เหมาะกับตัวยาสำคัญที่มีฤทธิ์แรง (potent drug) เท@านั้น เพราะระบบนำส@งยาทางผิวหนังน ี้
ปริมาณตัวยาสำคัญที่ปลดปล@อยออกมาได?มีปริมาณหรือความเข?มข?นค@อนข?างต่ำ ตัวยาสำคัญที่นำมาทำ
เปนระบบนำส@งยาทางผิวหนังได?จึงควรเปน potent drug
ั
?
ั
@
่
2) ไมเหมาะกบยาทตองการระดบยาในเลอดสง เพราะปรมาณยาทถกดดซมเขาสระบบไหลเวียน
ี
ื
ึ
ู
ู@
?
ู
ี
ิ
ู
่
เลือดผ@านทางผิวหนังมีปริมาณหรือความเข?มข?นค@อนข?างต่ำ
3) อาจก@อให?เกิดการระคายเคืองผิวหนังในผู?ป¤วยบางรายได ?
4) มีราคาแพง
5) มีความแปรปรวนระหว@างบุคคล ตำแหน@งของผิวหนัง และอายุของผู?ใช? แต@ละคนอาจจะม ี
ลักษณะของผิวหนัง ปริมาณขนที่ผิวหนังแตกต@างกัน ซึ่งส@งผลให?แผ@นแปะชนิดเดียวกันอาจจะติดบน
ผิวหนังของแต@ละคนได?แตกต@างกัน
6) ความร?อน ความเย็น เหงื่อ การอาบน้ำ และการว@ายน้ำมีผลต@อการติดผิวหนังของแผ@นแปะ
5.7 คำแนะนำการใช+แผCนแปะนำสCงยาทางผิวหนัง
ในฐานะเภสัชกรควรแนะนำวิธีการใช?แผ@นแปะผิวหนังเพื่อให?ผู?ป¤วยใช?อย@างถูกวิธี ไม@เกิดพิษ และ
เกิดประสิทธิผลสูงสุด เช@น
1) ตำแหน@งที่ติดแผ@นแปะควรเปลี่ยนตำแหน@งทุกครั้ง ไม@ควรติดในตำแหน@งเดิม เพื่อเว?นระยะให ?
ผิวหนังได?พัก และปsองกันการระคายเคือง
2) ควรติดบริเวณผิวหนังที่สะอาด แห?ง ควรเปนบริเวณที่ไม@มีขน ไม@มีแผล ไม@มัน เพราะหากเปน
ั
บริเวณที่ผิวหนังมันมากเกินไป อาจทำให?กาวของแผ@นแปะไม@ติดผิวหนัง นิยมแปะที่สะโพก ท?อง หลง
และแขนส@วนบน
3) ไม@ควรทาครีมหรือโลชันบำรุงผิว หรือเช็ดด?วยแอลกอฮอล(ในบริเวณที่จะติดแผ@นแปะ เพราะ
ครีม โลชันหรือแอลกอฮอล(อาจส@งผลต@อความชุ@มชื้นของผิวหนัง ค@าสัมประสิทธิการแพร@ผ@านระหว@าง
แผ@นแปะและผิวหนัง (partition coefficient) และการดูดซึมผ@านผิวหนังของตัวยาสำคัญได ?
4) ไม@ควรตัดแผ@นแปะ
105

