Page 121 - ebook.msu.ac.th
P. 121
118
จึงร่วม กันคิดรวบรวมหมอยาพื้นบ้านจัดตั้งองค์กรกลุ่มขึ้นมาอย่างเป็นรูปธรรม มีการส ารวจแหล่งพันธุ์พืช
อันเป็นตัวยาสมุนไพรอย่างจริงจังได้เริ่มการเพาะ ปลูกขยายพันธุ์ต้นยาที่หายากทั้งได้เปิดเวทีแลกเปลี่ยนภูมิ
ปัญญาความรู้ด้านการปรุงยา, การเก็บ รักษาตลอดจนการพัฒนากระบวนการรักษา บ าบัด อย่างเห็นผล
โดยได้รับการสนับสนุนจากโครงการ จัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืนภาคอีสาน
การบ าบัดรักษาด้วยการจับเส้น บีบนวดประกอบยาสมุนไพร พร้อมกับการท่องบ่นมนตรา ไสยเวช
ก็มีพร้อมมูล ผู้ป่วยที่กระดูกแขนขา แตก หัก เดาะ ร้าว ด้วยอุบัติเหตุก็บ าบัด โดยเงื่อนไข ดังกล่าว มิ
ต้องพึ่งพาโรงพยาบาลซึ่งอยู่ห่างไกล
็
หมอน้อยหรือหมอเที่ยง อาทิศตั้ง ที่มีวัย ๖๒ ปี ในวันนี้ดูจะมีความมุ่งมั่นจริงจังแขงขันที่จะสืบ
ื้
สาน มรดกภูมิปัญญาหมอพนบ้านจากบิดาที่ล่วงลับไปแล้ว หมอน้อยเคยได้ติดตามบิดาไปช่วยฝนยาหาตัวยา
ปรุงยาและรักษาผู้ป่วยมาตั้งแต่อายุเพียง ๑๒ ขวบ เท่านั้น ผู้คนจึงเรียกติดปากว่า "หมอน้อย" หมอน้อย
ได้ ปฏิบัติตามเจตนารมณ์ของบิดาขณะเดียวกันก็ได้ ถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับบุตรชายซึ่งมีวัยเพียง ๓๕ ปี
ได้ด าเนินการอย่างเต็มรูปแบบในปัจจุบัน
หมอน้อยและกลุ่มองค์กรหมอพื้นบ้านไม่ว่าจะเป็นหมอบัวลี พรหมนิล, หมอดี คุณประเสริฐ, หมอ
ค าพวง แดงมาก, หมอสุบิน รักชาติ และหมอคนอื่น ๆ แห่งบ้านนาอ่าง ซึ่งมี ภูมินิเวศอยู่ตีน ภูลังกา
ต่างก็ต้องพิจารณาตรวจดูอาการของผู้ป่วยที่มารับการรักษานั้นอย่างเคร่งครัดตามองค์ความรู้ ที่ได้สั่งสมมา
เรียนรู้อาการลักษณะเช่นนั้นว่ามีสมุฐานมาจากอะไร ควรสอดตัวยาชนิดใดเพม หรือถอน ตัวยาชนิดใดออก
ิ่
ควรบ าบัดรักษาด้วยวิธีการไหน ซึ่งหมอจะใช้วิธีสัมผัส ประกอบกับถามไถ่อาการ เจ็บป่วยเป็นราย ๆ ไป
ในบางคราวอาจดูจากการเกาะกลุ่มของเส้นเลือดฝอยในดวงตา หรือดูวงเล็บจากนิ้วมือ นิ้วเท้า ฝ่า
มือ และฝ่าเท้าว่าแสดงลักษณะเช่นไร ซึ่งอาการลักษณะดังกล่าวย่อมถูกกระท ามาจาก ภายใน ร่างกายของ
ผู้ป่วยที่แสดงอาการออกมาให้รับรู้ ภายนอกได้ โดยการสังเกตด้วยภูมิปัญญา ที่สั่งสม มาอย่างยาวนาน

