Page 119 - ebook.msu.ac.th
P. 119

116


                       ส่วนกลวิธีการเก็บสมุนไพรแต่ละชนิดนั้น  ก็ค่อนข้างมีรายละเอยดและกระบวนการหลากหลาย
                                                                              ี
                                                 ุ
               รูปแบบ โดยเฉพาะ “ช่วงเวลาที่เก็บสมนไพร” หากเก็บในช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสม  จะมีผลต่อการออกฤทธิ์
               ของตัวยาในการรักษาโรคอีกด้วย
                       ตามที่หมอยาพนบ้านในอดีต ได้ถ่ายทอดกลวิธีการเก็บสมุนไพรสืบต่อกันมา  เนิ่นนานหลายช่วงอายุ
                                   ื้
               นั้น ก็เพื่อจะให้ได้ตัวยาที่มีประสิทธิภาพ ในการรักษาเยียวยา  เป็นต้นว่า
                                                                                                  ื
                       หากเก็บตัวยา ประเภทราก  หัว หรือเหง้า ซึ่งเป็นล าต้นที่อยู่ใต้ดิน ต้องเก็บในช่วงเวลาที่พชชนิดนั้น
               เจริญเติบโตเต็มที่จนใบดอกร่วงหมด  คือต้องเก็บในช่วงต้นฤดูหนาวถึงปลายฤดูร้อน  เพราะว่าในช่วงนี้ราก
               และหัวมีการสะสมปริมาณของตัวยาไว้ค่อนข้างสูง  เช่น  รากกระย่อม  ใช้ลดความดันโลหิต  เหง้าขิง  เป็นยา
               ขับลม  ไพล  เป็นยาถูนวดแก้เคล็ดขัดยอก  เป็นต้น
                                                                                                        ื
                       ถ้าจะเก็บประเภทใบ ต้องเก็บในช่วงเวลาที่ใบมีการสั่งสมตัวยาไว้สมบูรณ์ที่สุด  เป็นช่วงเวลาที่พช
                                      ื
               เจริญเติบโตเต็มที่  ใบของพชแต่ละชนิดนั้น  หมอยาพนบ้านอาจระบุช่วงเวลาการเก็บไว้ชัดเจน  เช่น  เก็บใบ
                                                            ื้
               ออน  หรือใบแก่  ต้องเก็บในระยะช่วงดอกตูมเริ่มบาน  หรือช่วงที่ดอกบาน พชบางชนิด ก็บ่งชี้ชัดเจนลงไป
                 ่
                                                                                 ื
               เลยว่า  ต้องเก็บอย่างไร  ในช่วงเวลาไหน  เช่น  ใบชา  ใช้แก้ท้องเสีย  ใบหญ้าหนวดแมว  ที่ใช้เป็นยาขับ
               ปัสสาวะ  แก้ทางเดินปัสสาวะอกเสบ  แก้นิ่ว  จะเก็บยอดออนที่มีใบเพยง ๒ – ๔ คู่  เป็นต้น  หรือวิธีการเก็บ
                                         ั
                                                                ่
                                                                          ี
               ต้องใช้วิธีเด็ดเท่านั้น  เช่น กะเพรา  ฟ้าทลายโจร  เป็นต้น
                       ส าหรับ ประเภทเปลือกล าต้นและเปลือกราก ก็เก็บในช่วงเวลาที่แตกต่างกัน  เป็นต้นว่า  เก็บเปลือก
               ล าต้น ต้องเก็บระหว่างช่วงฤดูร้อนต่อกับฤดูฝน  เพราะเป็นระยะเวลาที่ตัวยาก าลังออกฤทธิ์  อีกทั้งลอกได้ง่าย

               กว่าช่วงอื่น ๆ
                       อนึ่งการลอกเปลือกต้นนั้น  ไม่ควรลอกเปลือกออกรอบทั้งต้น เพราะกระทบกระเทือนต่อการส่ง
               ล าเลียงอาหารของต้นพช  อาจท าให้ตายได้  ทางที่ดีควรลอกออกจากส่วนกิ่ง  หรือแขนงย่อย  ควรใช้วิธีลอก
                                   ื
               ในลักษณะครึ่งวงกลม  ส่วนเปลือกรากต้องเก็บในช่วงต้นฤดูฝนเหมาะสมที่สุด
                       ประเภทผลและเมล็ด  โดยทั่วไปแล้ว ต้องเก็บเมื่อผลแก่เต็มที่แล้วเท่านั้น  เช่น  มะแว้งต้น  มะแว้ง

                                                                     ื
                                ั
               เครือ  ดีปลี  เมล็ดฟกทอง  เมล็ดชุมเห็ดไทย  เมล็ดแมงลัก  แต่พชสมุนไพรบางอย่างควรเก็บในช่วงที่ผลยังไม่
                                               ่
               สุกดี  หรือเก็บในช่วงที่ก าลังเป็นผลออน  เช่น  ฝรั่งต้องเก็บเฉพาะผลออนเท่านั้นจึงจะมีฤทธิ์แก้ท้องร่วงได้
                                                                           ่
               ชะงัด  เป็นต้น
                       ราก และแก่น ต้องเก็บในช่วงฤดูร้อน  ใบ  ดอก  ลูก ต้องเก็บฤดูฝน  ส่วนเปลือก  กระพี้ และเนื้อไม  ้
               เก็บเฉพาะฤดูหนาว  เป็นต้น
                        ่
                       พอบัวลี  พรมนิล  ยังได้กล่าวทิ้งท้ายอกว่า ผู้คนสมัยนี้ไม่ค่อยยึดถือกฎเกณฑ์ หรือกติกาที่คนโบราณ
                                                      ี
                               ี
                                                                                                  ั
               ตักเตือนเอาไว้  อกทั้งไม่เคารพศรัทธาต้นไม้  รากยา สมุนไพร อย่างที่ควรจะเป็น แผ้วถาง ตัดฟน บุกรุก
               ท าลายป่าธรรมชาติกันตามอาเภอใจ  อย่างขาดสติ หารู้ไม่ว่าก าลังเบียดบังท าร้ายตนเองอย่างน่าละอาย

                      ื้
               เพราะพนที่ป่าธรรมชาติ คือ โรงพยาบาลของผู้คน ซึ่งหมอชีวกโกมารภัทช์   ผู้ศึกษาการแพทย์จากส านักตัก
               สิลา จนเป็นบรมครูของหมอพื้นบ้านในปัจจุบัน กล่าวไว้ เมื่อหลายพันปีก่อน ว่า “พืชพนธุ์ทุกชนิดล้วนเป็นยา
                                                                                       ั
               ทั้งสิ้น”

               หมอพื้นบ้านต านานสมุนไพรคนอีสาน



                       อันที่จริงการรักษาโรคภัยไข้เจ็บด้วยพืชสมุนไพรของคนอีสานเป็นมรดกภูมิปัญญาที่สั่งสม  สืบทอดกัน
               มา  ยาวนานนับพันปี  มิใช่เพียงน ามาบ าบัดเยียวยาในครา เจ็บไขได้ป่วยเท่านั้นหากแต่ยังใช้เป็นปัจจัยเพื่อการ
                                                                     ้
   114   115   116   117   118   119   120   121   122   123   124