Page 24 - Neuropsychiatric.indd
P. 24
ั
จากข้อมลระดบประเทศ ความชุกของอาการไม่พึงประสงคจากยา ซึ่งเป็นการรายงานโดยความสมครใจ จัดการได้อย่างรวดเร็วและเหมาะสม นอกจากนี้ เภสัชกรสามารถแจ้งเตือนผู้ป่วยให้มีความร่วมมือในการใช้ยา
์
ู
ั
ิ
์
(spontaneous reporting) รวบรวมโดยศนยติดตามอาการไมพึงประสงคจากการใช้ผลตภัณฑสขภาพ และร่วมวางแผนการปรับลดขนาดยาหากแพทย์ต้องการหยุดใช้ยา
่
ู
ุ
์
์
15
ั
ั
้
ั
่
ึ
ั
ุ
ี
สานกงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสข ป 2562 อาการไม่พงประสงค์ที่ได้รับรายงาน ในปจจุบน เภสชกรไดรบการยอมรบจากบุคลากรทางการแพทย์ในบทบาทดานการจัดการอาการไม ่
ั
้
ั
่
ึ
้
ทั้งหมด 38,774 ฉบับ พบอาการไมพงประสงคต่อหวใจและหลอดเลอด รอยละ 5.1 ระบบประสาทสวนกลาง พงประสงค์จากยาในโรงพยาบาล ซึ่งครอบคลุมการให้บริบาลเภสัชกรรมผู้ป่วยเฉพาะราย การจัดท่า
์
ื
ั
ึ
่
์
ั
ื
่
และส่วนปลาย ร้อยละ 2.6 และอาการทางจิต ร้อยละ 0.6 กระบวนการเชิงระบบเพ่อป้องกน ติดตาม แกไข และรายงานอาการไมพึงประสงค ทั้งนี้ส่วนใหญ่เป็นการ
้
่
์
้
ิ
ื
่
้
ส่าหรับเภสัชกรที่ไม่ได้ปฏิบัติงานทางด้านคลินิกเฉพาะโรคจิตและประสาท หรือโรคหัวใจและหลอด จัดการปัญหาการแพ้ยา ได้แก การตรวจสอบประวัติแพยา ประเมนอาการไมพึงประสงคเมอเกดการแพยา
ิ
่
เลือด การค้นหาว่าผู้ป่วยเกิดอาการไม่พงประสงค์จากยาต่อระบบของร่างกายเหล่านี้ อาจเป็นเรื่องที่ซับซ้อน และปองกนการแพยาซ่า ในขณะทการจดการอาการไมพงประสงคจากยาต่อจิตและประสาท หัวใจและหลอด
่
ี
้
ั
่
ึ
้
์
ั
้
ึ
ี
เนื่องจากความผิดปกติที่เกิดขึ้นมีลักษณะเช่นเดียวกับความผิดปกติที่ไม่ได้มีสาเหตุจากยา ซ่งแตกต่างจากการ เลือดยังมีการด่าเนินการน้อย ดังนั้นหนังสือเล่มนี้มวัตถุประสงค์เพือเป็นแหล่งข้อมูลที่เภสัชกรสามารถน่าไป
ึ
่
ิ
ึ
ื
ั
์
ั
้
แพยาที่เกิดขึ้นที่ผิวหนัง ซึ่งโดยทั่วไปแพทยจะตระหนกว่าอาจเกดจากการใช้ยา และปรกษาเภสชกรเพ่อให้ ประยุกต์ใช้ได้จริงในการดูแลผู้ป่วย
้
ประเมนการแพยา หรืออาการไม่พงประสงค์จากยาที่เภสัชกรคุ้นเคยและตระหนกว่าอาการไมพงประสงค ์ หนังสือเล่มนี้มี 5 บท ในบทแรกผู้นิพนธ์ได้น่าเสนอความรู้เบื้องต้นที่ช่วยให้เข้าใจเนื้อหาหลักเกี่ยวกับ
ิ
ั
ึ
่
ึ
ั
์
ึ
ี
่
ึ
ดังกลาวอาจมสาเหตุจากยา เช่น การเกิดตับอกเสบภายหลังจากได้รับยาต้านวัณโรค ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยที่ อาการไม่พงประสงคจากยา ได้แก่ นิยามของอาการไม่พงประสงค์จากยา แหล่งข้อมูลส่าหรับศึกษาอาการไม่
ไม่เคยมีโรคตับอกเสบมาก่อน หรือการเกิดกล้ามเนื้อลายสลายจากการใช้ยาที่มีอันตรกิริยากับยา simvastatin พงประสงค์จากยาและแนวทางการจัดการ ความรู้เกี่ยวกับสารสื่อประสาทในสมองและฮอรโมน และความร ู ้
ึ
์
ั
ึ
ู
จึงท่าให้อาการไม่พงประสงค์ดังกล่าวไม่ถกมองข้าม เบื้องต้นเกี่ยวกับกลุ่มยาที่ใช้รักษาความผิดปกติทางจิตและประสาท
่
์
ี
ี
์
ี
ิ
ึ
อาการไม่พงประสงคจากยาแต่ละชนิดต่อจิตและประสาท หรือหัวใจและหลอดเลอด มทั้งที่สามารถ ในบทท่ 2 เป็นเนื้อหาเกี่ยวกับอาการไมพงประสงคจากยาต่อจตและประสาท ในบทท่ 3 และ 4 เป็น
ื
ึ
่
็
ี
่
ั
์
ื
่
คาดเดาไดจากกลไกการออกฤทธิทเปนข้อบงใช้ของยา หรอฤทธิทางเภสชวิทยาที่ไม่ใช่ข้อบ่งใช้ของยา และไม่ เนื้อหาเกี่ยวกับอาการไมพึงประสงคจากยาตอหวใจและหลอดเลือด ตามลาดับ เนื้อหาในบทที่ 2, 3 และ 4
้
์
์
่
่
ั
ั
ั
ทราบกลไกการเกิดอาการไม่พึงประสงค์ที่ชัดเจน การประเมินความสัมพันธ์ระหว่างยาที่สงสัยกับอาการไม่พง ครอบคลุมประเด็นต่าง ๆ ที่ส่าคัญ ประกอบดวย ลกษณะอาการ อาการแสดง ปจจยเสยง การตรวจวินิจฉยท ่ ี
้
ั
ี
ึ
ั
่
ประสงค์ดังกล่าวจ่าเป็นต้องทราบว่ายาที่ผู้ป่วยใช้มียาใดบ้างที่อาจเป็นสาเหตุให้เกิดความผิดปกติดังกล่าวได้ ส่าคัญ ยาและกลไกที่เป็นสาเหตุ รวมถึงหลักฐานเชิงประจักษ์ทางการแพทย์จากการวิเคราะห์อภิมาน (meta-
่
ึ
ึ
์
ิ่
และมีปัจจัยด้านยาใดบ้างที่เพมความเสี่ยงต่อการเกิดอาการไม่พงประสงค์ ร่วมกับข้อมูลเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยง analysis) เกี่ยวกับอาการไมพงประสงคจากยา และข้อควรระวังของการใช้ยา แนวทางการจัดการเมื่อเกิด
ิ
ของผู้ป่วยที่อาจเป็นสาเหตุร่วมได้เช่นกัน ปัจจัยด้านยา ได้แก่ การบริหารยาในอตราทเร็วเกน หรือปรับเพม อาการไม่พงประสงคเพอให้สามารถน่าไปประยุกต์ใช้ได้จริง และผู้นิพนธ์ได้น่า case report ที่มีการรายงาน
์
่
ิ
ึ
่
ี
ั
ื่
็
ขนาดเรวเกนไป เช่น ยารักษาโรคจิตที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดความดันโลหิตต่่าเมื่อเปลี่ยนท่า คือ อาการไม่พึงประสงค์จากยา มายกตัวอย่างโดยต้องการมุ่งเน้นให้ผู้อ่านเห็นถึงการจัดการปัญหาที่พบจริง ดังนั้น
ิ
่
่
่
่
ี
์
ิ
่
้
ื
ั
ึ
้
ี
ิ
clozapine, chlorpromazine หรือ quetiapine ควรเรมใช้ขนาดต่าและคอย ๆ ปรบเพ่มขนาดยา ยาบาง โครงสรางของเนอหาทอธิบายแต่ละอาการไมพงประสงคจากยา ในบทท่ 2-4 จึงได้จัดแบ่งหัวข้อย่อยเป็นดังนี้
่
่
ื
ื่
ั
ิ
ึ
ชนิดต้องระวังการใช้ร่วมกับยาอนเพราะมีความเสี่ยงต่อการเกิดอนตรกิริยาระหว่างยาทั้งกลไกด้านเภสัช 1) ยาที่เป็นสาเหตุ 2) ข้อแนะน่าเพอการป้องกัน 3) การจดการเมอเกดอาการไมพงประสงค และ 4) ตัวอย่าง
์
ั
ื่
ื่
์
พลศาสตรและเภสัชจลนศาสตร เช่น thioridazine ร่วมกับ fluoxetine หรือ amiodarone ร่วมกับ กรณศึกษา ในบทที่ 5 ซึ่งเป็นบทสุดท้าย น่าเสนอการประยุกต์ความรู้ที่ได้อธิบายในบทก่อนหน้า เพอน่าไปใช้
ี
์
ั
่
ิ
ั
ึ
้
็
ี
ั
ี
azithromycin และยาบางชนิดต้องปรบลดขนาดยาในผู้ป่วยที่มีการท่างานของตับหรือไตบกพร่อง ซึ่งหากยา ในการบริบาลเภสชกรรม ในแต่ละกรณศกษาแสดงใหเหนตวอย่างการประเมนความเสยงจากยาที่ท่าให้เกิด
สะสมอยู่ในร่างกายนานขึ้น จะมีผลเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอาการไม่พงประสงค์จากยา เช่น หัวใจเต้นช้ากว่า อาการไม่พึงประสงค์ต่อจิตและประสาท หัวใจและหลอดเลือด และการจัดการ
ึ
ปกตจากการได้รับ atenolol ในผู้ป่วยไตท่างานบกพร่องที่ไม่ได้ปรับลดขนาดยาให้เหมาะสม ส่าหรับปัจจัย นอกจากนี้ในบทที่ 5 ผู้นิพนธ์ได้ยกตัวอย่างประสบการณ์การท่างานวิจัยด้านอาการไม่พึงประสงค์จาก
ิ
นอกจากนี้ในบทที่ 5 ผูนิพนธไดยกตัวอยางประสบการณการทํางานวิจัยดานอาการไมพึงประสงคจากยา
ื
ี่
ิ
ั
ด้านผู้ป่วยที่ต้องพิจารณาอาจมีความจ่าเพาะต่ออาการไม่พึงประสงค์ทเกิดขึ้น เช่น ผู้สูงอายุมีความเสี่ยงต่อการ ยา แม้ว่าจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับระบบจตและประสาท หวใจและหลอดเลอดโดยตรงซึ่งเป็นเนื้อหาหลักของ
แมวาจะไมไดเกี่ยวของกับระบบจิตและประสาท หัวใจและหลอดเลือดโดยตรงซึ่งเปนเน้อหาหลักของหนังสือ
ื
่
เกดภาวะสบสนจากการใช้ benzodiazepines การมโรคประจาตวบางชนดที่เป็นข้อห้ามต่อการใช้ยาบาง หนังสือเล่มนี้ แต่ผู้นิพนธ์เห็นว่าจะเป็นประโยชน์แก่เภสัชกรที่ปฏิบัติงานด้านเภสัชสนเทศในประเดนการ
ิ
ั
ี
ิ
็
ั
เลมน้ แตผูนิพนธเห็นวาจะเปนประโยชนแกเภสัชกรที่ปฏิบัติงานดานเภสัชสนเทศในประเด็นการจัดเตรียม
ี
ี
ั
่
ั
ุ
่
ี
ื
ิ
ิ่
ั
่
ชนิดหรอต้องระมดระวังการใช้ยาอยางมาก หรือสภาวะของผู้ป่วย ณ เวลานั้น อาจเพมความเสี่ยงต่อการเกิด จัดเตรียมข้อมูลเกยวกบรายการยาทมอนตรกริยาระหว่างยา เพอเพมความตระหนกของบคลากรทาง
ี
่
ื
ั
่
ิ
ั
ขอมูลเกี่ยวกับรายการยาที่มีอันตรกิริยาระหวางยา เพื่อเพิ่มความตระหนกของบุคลากรทางการแพทยในการ
ึ
์
่
็
ี
์
่
ี
ิ
็
ิ
ุ
่
้
อาการไมพึงประสงค เช่น การใช้ยา lithium ในผู้ป่วยที่มีปัญหาความไม่สมดลของอเลกโทรไลต รวมถึง การแพทย์ในการใช้ยาใหปลอดภัย และประเดนการติดตามขอมลการใช้ยาทมโอกาสเกดอาการไมพงประสงค ์
ู
้
ใชยาใหปลอดภัย และประเด็นการติดตามขอมูลการใชยาที่มีโอกาสเกิดอาการไมพึงประสงคจากยา โดยอาศย
ั
พฤติกรรมเสี่ยง เช่น การสูบบุหรี่ ดื่มสุรา คาเฟอีน จากยา โดยอาศัยวิธีการวิเคราะห์ฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ของโรงพยาบาลด้วยวิธีการที่ไม่ซับซ้อน
วิธีการวิเคราะหฐานขอมูลอิเล็กทรอนิกสของโรงพยาบาลดวยวิธีการที่ไมซับซอน
ื
์
ึ
ึ
อาการไมพงประสงคจากยาต่อจิตและประสาท หวใจและหลอดเลอด อาจพบได้ตั้งแต่เริ่มใช้ยา หรือ ในหนังสือเล่มนี้ เนื้อหาเกี่ยวกับอาการไม่พงประสงค์จากยา จะอธิบายกลไกที่เป็นสาเหตุพอสังเขป
ั
่
ในหนังสือเลมนี้ เนื้อหาเกี่ยวกับอาการไมพึงประสงคจากยา จะอธิบายกลไกที่เปนสาเหตุพอสังเขป
ุ
้
้
่
ิ
่
ั
ิ
ี
่
ึ
ี
ึ
เกิดขึ้นภายหลังจากใช้ยาต่อเนื่องมานาน หรือเกิดจากการหยุดยากะทันหัน หากเป็นอาการไม่พงประสงค์ที่ หากผู้อานมีความสนใจในรายละเอยดสามารถศกษาเพมเติมได้จากเอกสารอางองทระบไว้ในแต่ละหวขอย่อย
หากผูอานมีความสนใจในรายละเอียดสามารถศึกษาเพิ่มเติมไดจากเอกสารอางอิงที่ระบุไวในแตละหัวขอยอย
เกิดขึ้นภายหลังจากใช้ยาต่อเนื่องมานาน การประเมนแยกสาเหตจากยาอาจทาไดยาก เภสัชกรต้องทราบ ของแต่ละบท นอกจากนี้ผู้นิพนธ์ได้รวบรวมเอกสารอ้างอิงที่อฺธิบายแผนภาพกลไกการเกิดอาการไม่พึงประสงค์
ิ
ุ
่
้
ของแตละบท นอกจากนี้ผูนิพนธไดรวบรวมเอกสารอางอิงที่อธิบายแผนภาพกลไกการเกิดอาการไมพึงประสงค
ื
่
้
ั
ิ
้
ั
ช่วงเวลาที่ควรทบทวนข้อมูลการใช้ยาย้อนหลัง เพอใหสามารถประเมินความสมพนธ์ระหว่างยาที่สงสัยกับ จากยาต่อจิตและประสาท หัวใจและหลอดเลือดไว้ในเอกสารอางองหมายเลข 17-25 ของบทนี้ เนื่องจากการ
่
ื
จากยาตอจิตและประสาท หัวใจและหลอดเลือดไวในเอกสารอางอิงหมายเลข 1725 ของบทน เนองจากการ
้
ี
อาการไมพงประสงค และติดตามเพือประเมนอาการไมพึงประสงคจากยาเปนระยะ ส่าหรับอาการไม่พง จัดการเพอแก้ไขอาการไม่พงประสงค์จากยามักไม่แตกต่างจากการแกไขความผิดปกติที่ไม่ได้มีสาเหตุจากยา ผู้
ึ
ิ
่
็
ึ
่
์
้
ื่
ึ
่
์
จัดการเพือแกไขอาการไมพึงประสงคจากยามักไมแตกตางจากการแกไขความผิดปกติทีไมไดมีสาเหตุจากยา
่
่
ประสงค์จากการหยุดยากะทันหัน หากเภสัชกรทราบข้อมูลลักษณะยาที่เป็นสาเหตุดังกลาว จะทาให้สามารถ นิพนธ์ได้ทบทวนแนวทางเวชปฏิบัติ (clinical practice guideline) เป็นส่วนใหญ่ ส่าหรับอาการไม่พึงประสงค์
่
่
ผูนิพนธไดทบทวนแนวทางเวชปฏิบัติ (clinical practice guideline) เปนสวนใหญ สําหรับอาการไมพึงประสงค
16
้
ทางจตและประสาทบางอาการนน ได้ทบทวนการแก้ไขอาการผิดปกติจากหนังสือจตเวชศาสตร์ รามาธิบด
ิ
ี
ิ
ั
16
้
ี
ทางจิตและประสาทบางอาการนน ไดทบทวนการแกไขอาการผิดปกตจากหนังสือจิตเวชศาสตร รามาธิบด
ั
ิ
2 3
3
่
ิ
สําหรับยาบางรายการที่มีการบริหารยาที่ซับซอน ผูนิพนธไดอธบายวธีการบริหารยากํากับไว ซึง
ิ
®
อางอิงจากเอกสารกํากับผลิตภัณฑ และฐานขอมูล Lexicomp
่
ื
ี
ี
ั
่
เนองจากเนอหาในหนังสือเลมน้มีศพทเทคนิคที่เปนภาษาอังกฤษจํานวนมาก ในกรณทีแปลเปน
ื
้
ภาษาไทยแลวผูอานอาจไมคุนเคย ผูนิพนธจึงใชคําศัพทภาษาอังกฤษ สําหรับรูปภาพทั้งหมดในหนังสือเลมนี้ ผู
ิ
นพนธไดสรางเองทั้งหมด แบบประเมินเพื่อชวยในการคนหาอาการไมพึงประสงคจากยาและแบบประเมิน
ปจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวของ รวมทั้งแบบประเมินระดับความรุนแรงที่เกิดข้น สวนใหญแบบประเมินตนฉบับเปน
ึ
ุ
ี
ภาษาอังกฤษ ผูนิพนธจึงไดเรียบเรียงเปนภาษาไทยเพือใหสะดวกแกการนามาประยกตใช ในกรณที่แบบ
่
ํ
ประเมินตนฉบับไดถูกจัดทําเปนภาษาไทยไวกอนแลว พบวาสามารถสืบคนไดจากเวบไซต ผูนพนธไดดัดแปลง
ิ
็
เพื่อไมใหเปนการละเมิดลิขสิทธ ทั้งนี้ไดเขียนเอกสารอางอิงกํากับไว
ิ์
เอกสารอางอิง
1. Sam AH, Salem V, Ghatei MA. Rimonabant: from RIO to Ban. J Obes. 2011;2011:432607.
2. Nazareth I, Ashworth M, Hammond J, King M. Withdrawal of triazolam's product license:
effect on patients 18 months later. Addiction. 1995;90(7):92734.
3. Onakpoya IJ, Heneghan CJ, Aronson JK. Worldwide withdrawal of medicinal products
because of adverse drug reactions: a systematic review and analysis. Crit Rev Toxicol.
2016;46(6):47789.
4

