Page 175 - เภสัชภัณฑ์ทางผิวหนัง-14052022
P. 175
7.2.5 การศึกษาความสามารถในการซึมผ0าน (permeability study)
กระบวนการดูดซึมยาประกอบด?วย 2 ขั้นตอน ได?แก@ การละลายของอนุภาคยาในยาพื้น และการ
ดูดซึมเข?าสู@ผิวหนัง โดยทั่วไปการซึมผ@านเมมเบรนของตัวยาสำคัญจะดีหรือไม@ดีจะขึ้นกับโครงสร?าง
โมเลกุลของยา การแตกตัวเปนไอออนของตัวยา ความเปนกรดด@าง ณ บริเวณที่ดูดซึม ค@าการละลายใน
ไขมัน และน้ำหนักโมเลกุลของตัวยา ตัวยาที่สามารถดูดซึมได?จะต?องอยู@ในรูปที่ไม@แตกตัว (unionized
form) การละลายในไขมันสามารถพิจารณาได?จากสัมประสิทธิ์การแบ@งภาคระหว@างวัฏภาคน้ำมันและ
ี
ุ
?
ื
@
?
่
ั
น้ำ (oil-water partition coefficient หรอ log P) โมเลกลยาทมขวหรือละลายในไขมนไดนอย คา log
ั
ี
้
P จะน?อยกว@า 0 และมีขนาดใหญ@จะมีการดูดซึมน?อย ขณะที่โมเลกุลยาที่ละลายได?ดีในไขมัน ค@า log P
ี
ี
จะมากกว@า 0 มักจะดูดซึมได?ด นอกจากนี้การมขนาดโมเลกุลเล็กมีผลเพิ่มการดูดซึมยาผ@านเมมเบรนได ?
ด?วย
การศึกษาความสามารถในการซึมผ@านของตัวยาสำคัญผ@านผิวหนังเปนข?อมูลสำคัญในการพัฒนา
ตำรับ หากตัวยาสำคัญสามารถซึมผ@านได?น?อย อาจพิจารณาเลือกสารช@วยเพิ่มการซึมผ@าน วิธีที่นิยมใช?ใน
การศึกษาความสามารถในการซึมผ@านของตัวยาสำคัญผ@านผิวหนังคือการใช? side-by-side diffusion
cell (รูปที่ 7.16) หรือใช vertical diffusion cells หรือเรียกว@า Franz diffusion cells โดยใช?ผิวหนง
?
ั
เปนเมมเบรนกั้นระหว@างฝงตัวให? (donor chamber) และตัวรับ (receptor chamber) ตัวอย@าง
ื
ู
ผิวหนัง เช@น ผิวหนังจากหูของหม (รูปที่ 7.17) ผิวหนังที่ได?จากหนูขาว คราบงู หรอผิวหนังที่ได?จาก
มนุษย( เปนต?น
161

