Page 164 - Neuropsychiatric.indd
P. 164
ตารางที่ 3.16 แนวทางการติดตามผู้ป่วยที่อาจเกิดอาการไม่พึงประสงค์จากยาต่อหัวใจ
103
Forbat และคณะ ได้รายงานกรณศึกษาการเกดเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบจาก methotrexate ในผู้ป่วย ตารางที่ 3.16 แนวทางการติดตามผู้ป่วยที่อาจเกิดอาการไม่พึงประสงค์จากยาต่อหัวใจ
ิ
ี
ตารางที่ 3.16 แนวทางการติดตามผู้ป่วยที่อาจเกิดอาการไม่พึงประสงค์จากยาต่อหัวใจ
ตารางที่ 3.16 แนวทางการติดตามผู้ป่วยที่อาจเกิดอาการไม่พึงประสงค์จากยาต่อหัวใจ
ตารางที่ 3.16 แนวทางการติดตามผู้ป่วยที่อาจเกิดอาการไม่พึงประสงค์จากยาต่อหัวใจ
อาการไม่พึงประสงค์
อาการไม่พึงประสงค์
ค่าพารามิเตอร์ที่ควรติดตาม
หญิง อายุ 22 ปี มีประวัติเป็นครรภ์ไข่ปลาอุกและได้ผ่าตัดเอาออก จากนั้นได้รับการรักษาด้วย methotrexate อาการไม่พึงประสงค์ ค่าพารามิเตอร์ที่ควรติดตาม
ค่าพารามิเตอร์ที่ควรติดตาม
อาการไม่พึงประสงค์
ค่าพารามิเตอร์ที่ควรติดตาม
อาการไม่พึงประสงค์
ค่าพารามิเตอร์ที่ควรติดตาม
QT interval prolongation o ก่อนเริ่มการรักษา ควรติดตามค่า QTc interval, ระดับโพแทสเซียม แมกนีเซียม และ
QT interval prolongation o ก่อนเริ่มการรักษา ควรติดตามค่า QTc interval, ระดับโพแทสเซียม แมกนีเซียม และ
ื
้
้
้
ี
ั
์
และ folinic acid ฉดเขาทางกลามเนอ นาน 16 สปดาห รวมขนาด methotrexate ที่ได้รับทั้งหมด 1.8 กรัม QT interval prolongation o ก่อนเริ่มการรักษา ควรติดตามค่า QTc interval, ระดับโพแทสเซียม แมกนีเซียม และ
QT interval prolongation o ก่อนเริ่มการรักษา ควรติดตามค่า QTc interval, ระดับโพแทสเซียม แมกนีเซียม และ
QT interval prolongation o ก่อนเริ่มการรักษา ควรติดตามค่า QTc interval, ระดับโพแทสเซียม แมกนีเซียม และ
แคลเซียมในเลือด
แคลเซียมในเลือด
ร่วมกับ torsade de
ร่วมกับ torsade de
ร่วมกับ torsade de
แคลเซียมในเลือด
ร่วมกับ torsade de
ในช่วงเดอนที่สองของการรักษา ผู้ป่วยมีอาการเจ็บหน้าอกเวลาหายใจเข้า (pleuritic chest pain) บริเวณ ร่วมกับ torsade de แคลเซียมในเลือด
ื
แคลเซียมในเลือด
o ระหว่างใช้ยาระยะเฉียบพลัน ควรติดตาม QTc interval
pointes
o ระหว่างใช้ยาระยะเฉียบพลัน ควรติดตาม QTc interval
pointes
pointes
pointes
o ระหว่างใช้ยาระยะเฉียบพลัน ควรติดตาม QTc interval
o ระหว่างใช้ยาระยะเฉียบพลัน ควรติดตาม QTc interval
ื่
ด้านซ้ายบน ไม่ไอ และไม่มีไข้ ความผิดปกติอนที่ตรวจพบ คือ เสียงเสียดสีของเยื่อหุ้มปอด (pleural rub) pointes o ระหว่างใช้ยาระยะเฉียบพลัน ควรติดตาม QTc interval
o ระหว่างใช้ยาระยะยาว ควรติดตาม QTc interval ทุก 3-6 เดือน
o ระหว่างใช้ยาระยะยาว ควรติดตาม QTc interval ทุก 3-6 เดือน
o ระหว่างใช้ยาระยะยาว ควรติดตาม QTc interval ทุก 3-6 เดือน
o ระหว่างใช้ยาระยะยาว ควรติดตาม QTc interval ทุก 3-6 เดือน
แพทย์สงสัยมีสาเหตุจาก methotrexate การรักษาที่ผู้ป่วยได้รับคือ naproxen เพื่อบรรเทาอาการ และ 2 เดือน หัวใจล้มเหลว o ระหว่างใช้ยาระยะยาว ควรติดตาม QTc interval ทุก 3-6 เดือน
o ผลตรวจ echocardiography และค่า LVEF ก่อนเริ่มการรักษา และติดตามหากพบผู้ป่วยมี
o ผลตรวจ echocardiography และค่า LVEF ก่อนเริ่มการรักษา และติดตามหากพบผู้ป่วยมี
หัวใจล้มเหลว
o ผลตรวจ echocardiography และค่า LVEF ก่อนเริ่มการรักษา และติดตามหากพบผู้ป่วยมี
หัวใจล้มเหลว
หัวใจล้มเหลว
o ผลตรวจ echocardiography และค่า LVEF ก่อนเริ่มการรักษา และติดตามหากพบผู้ป่วยมี
ั
ภายหลงการรกษาด้วย methotrexate ครบระยะเวลาการรักษา ผู้ป่วยมีอาการกลับเป็นซ้ า ผลตรวจ chest หัวใจล้มเหลว o ผลตรวจ echocardiography และค่า LVEF ก่อนเริ่มการรักษา และติดตามหากพบผู้ป่วยมี
ั
ความผิดปกติ เช่น เหนื่อยง่าย แขนขาบวม
ความผิดปกติ เช่น เหนื่อยง่าย แขนขาบวม
ความผิดปกติ เช่น เหนื่อยง่าย แขนขาบวม
ความผิดปกติ เช่น เหนื่อยง่าย แขนขาบวม
ความผิดปกติ เช่น เหนื่อยง่าย แขนขาบวม
X-ray พบ cardiomegaly และผลตรวจ echocardiography พบ pericardial effusion จึงได้ท า pericardial ความผิดปกติของลิ้นหัวใจ o ผลตรวจ echocardiography ก่อนเริ่มการรักษา และทุก 6-12 เดือน
ความผิดปกติของลิ้นหัวใจ
ความผิดปกติของลิ้นหัวใจ
o ผลตรวจ echocardiography ก่อนเริ่มการรักษา และทุก 6-12 เดือน
o ผลตรวจ echocardiography ก่อนเริ่มการรักษา และทุก 6-12 เดือน
o ผลตรวจ echocardiography ก่อนเริ่มการรักษา และทุก 6-12 เดือน
ความผิดปกติของลิ้นหัวใจ
o ผลตรวจ echocardiography ก่อนเริ่มการรักษา และทุก 6-12 เดือน
ความผิดปกติของลิ้นหัวใจ
aspiration หลังจากนั้น ผู้ป่วยมีอาการดึขึ้น และไม่มีอาการกลับเป็นซ้ าอีก LVEF, left ventricular ejection fraction
LVEF, left ventricular ejection fraction
LVEF, left ventricular ejection fraction
LVEF, left ventricular ejection fraction
LVEF, left ventricular ejection fraction
ึ
่
์
รายการยาและการตรวจที่จ าเป็นส าหรับอาการไม
์
่่พึงประสงคจากยาต่อหัวใจที่เกิดขึ้นแบบเฉียบพลัน
สรุปท้ายบท รายการยาและการตรวจที่จ าเป็นส าหรับอาการไมพงประสงคจากยาต่อหัวใจที่เกิดขึ้นแบบเฉียบพลัน
์
ึ
รายการยาและการตรวจที่จ าเป็นส าหรับอาการไมพงประสงคจากยาต่อหัวใจที่เกิดขึ้นแบบเฉียบพลัน
รายการยาและการตรวจที่จ าเป็นส าหรับอาการไมพงประสงคจากยาต่อหัวใจที่เกิดขึ้นแบบเฉียบพลัน
์
ึ
รายการยาและการตรวจที่จ าเป็นส าหรับอาการไม
์
่่พึงประสงคจากยาต่อหัวใจที่เกิดขึ้นแบบเฉียบพลัน
สรุปไว้ในตารางที่ 3.17
ึ
อาการไม่พงประสงค์จากยาต่อหัวใจที่ท าให้เกิดความผิดปกติของการเต้นของหัวใจ มักเกิดใน สรุปไว้ในตารางที่ 3.17
สรุปไว้ในตารางที่ 3.17
สรุปไว้ในตารางที่ 3.17
สรุปไว้ในตารางที่ 3.17
ระยะเวลาสั้นภายหลังเริ่มใช้ยา การวินิจฉัยต้องอาศัยการตรวจคลื่นไฟฟาหัวใจ ยาบางชนิดที่เป็นสาเหตุ
้
่
ตารางที่ 3.17 รายการยาและการตรวจที่จ าเป็นส าหรับแก้ไขภาวะเจ็บป่วยแบบเฉียบพลันของอาการไม
่
่
ิ
ตารางที่ 3.17 รายการยาและการตรวจที่จ าเป็นส าหรับแก้ไขภาวะเจ็บป่วยแบบเฉียบพลันของอาการไมพึง
ี
ี
่
์
ี
ิ
้
์
สามารถคาดเดาได้จากกลไกการออกฤทธิของยา แต่ยาบางชนดมกลไกททาใหเกดอาการไมพึงประสงคทอย ่ ู ตารางที่ 3.17 รายการยาและการตรวจที่จ าเป็นส าหรับแก้ไขภาวะเจ็บป่วยแบบเฉียบพลันของอาการไมพึง ่่พึง
ตารางที่ 3.17 รายการยาและการตรวจที่จ าเป็นส าหรับแก้ไขภาวะเจ็บป่วยแบบเฉียบพลันของอาการไม
่่พึง
ตารางที่ 3.17 รายการยาและการตรวจที่จ าเป็นส าหรับแก้ไขภาวะเจ็บป่วยแบบเฉียบพลันของอาการไมพึง
ประสงค์จากยาต่อหัวใจ
นอกเหนือจากฤทธิ์การรักษา ความเสี่ยงต่อการเกิดอาการไม่พงประสงค์จากยามักสัมพนธ์กับวิธีการบริหารยา ประสงค์จากยาต่อหัวใจ
ึ
ประสงค์จากยาต่อหัวใจ
ั
ประสงค์จากยาต่อหัวใจ
ประสงค์จากยาต่อหัวใจ
ที่รวดเร็วและขนาดยาในกรณีที่เป็นยาฉีด หรือสัมพนธ์กับขนาดยาในกรณีที่เป็นยารับประทาน รวมถึงสัมพันธ์ อาการไม่พึงประสงค์ รายการยาและการตรวจที่จ าเป็นส าหรับแก้ไขภาวะเจ็บป่วยแบบเฉียบพลัน
รายการยาและการตรวจที่จ าเป็นส าหรับแก้ไขภาวะเจ็บป่วยแบบเฉียบพลัน
ั
อาการไม่พึงประสงค์
รายการยาและการตรวจที่จ าเป็นส าหรับแก้ไขภาวะเจ็บป่วยแบบเฉียบพลัน
อาการไม่พึงประสงค์
รายการยาและการตรวจที่จ าเป็นส าหรับแก้ไขภาวะเจ็บป่วยแบบเฉียบพลัน
อาการไม่พึงประสงค์
รายการยาและการตรวจที่จ าเป็นส าหรับแก้ไขภาวะเจ็บป่วยแบบเฉียบพลัน
อาการไม่พึงประสงค์
QT interval
o magnesium sulphate IV
QT interval
o magnesium sulphate IV
กับปัจจัยเสี่ยงของผู้ป่วยที่มีอยู่เดิมในระหว่างได้รับยา ซึ่งผู้ป่วยที่มีโรคหัวใจบางชนิดอาจเป็นข้อห้ามใช้ยา การ QT interval o magnesium sulphate IV
QT interval
o magnesium sulphate IV
o magnesium sulphate IV
QT interval
prolongation ร่วมกับ
o ตรวจ ECG พบ QTc interval >500 msec หรือ polymorphic ventricular
prolongation ร่วมกับ
o ตรวจ ECG พบ QTc interval >500 msec หรือ polymorphic ventricular
prolongation ร่วมกับ
o ตรวจ ECG พบ QTc interval >500 msec หรือ polymorphic ventricular
prolongation ร่วมกับ
o ตรวจ ECG พบ QTc interval >500 msec หรือ polymorphic ventricular
้
้
้
ิ
ประเมนความเสยงกอนไดรับยา การปรับขนาดยาใหเหมาะสม การเฝาระวัง และให้คาแนะน าผป่วยในการ torsade de pointes o ตรวจ ECG พบ QTc interval >500 msec หรือ polymorphic ventricular
่
่
ี
prolongation ร่วมกับ
้
ู
tachycardia
tachycardia
tachycardia
torsade de pointes
tachycardia
torsade de pointes
torsade de pointes
tachycardia
ึ
สังเกตอาการผิดปกติ สามารถช่วยป้องกันการเกิดอาการไม่พงประสงค์ การแก้ไขท าโดยการหยุดใช้ยา และให้ torsade de pointes o ตรวจระดับโพแทสเซียมในเลือด (<3.5 มิลลิโมล/ลิตร) ระดับแมกนีเซียมในเลือด (<1.5
o ตรวจระดับโพแทสเซียมในเลือด (<3.5 มิลลิโมล/ลิตร) ระดับแมกนีเซียมในเลือด (<1.5
o ตรวจระดับโพแทสเซียมในเลือด (<3.5 มิลลิโมล/ลิตร) ระดับแมกนีเซียมในเลือด (<1.5
o ตรวจระดับโพแทสเซียมในเลือด (<3.5 มิลลิโมล/ลิตร) ระดับแมกนีเซียมในเลือด (<1.5
การรักษาที่จ าเพาะอย่างเร่งด่วน เนื่องจากรายการยาบางชนิดที่เป็นสาเหตุอาจไม่เป็นที่คุ้นเคย จึงควรจัดท า o ตรวจระดับโพแทสเซียมในเลือด (<3.5 มิลลิโมล/ลิตร) ระดับแมกนีเซียมในเลือด (<1.5
มิลลิกรัม/เดซิลิตร)
มิลลิกรัม/เดซิลิตร)
มิลลิกรัม/เดซิลิตร)
มิลลิกรัม/เดซิลิตร)
มิลลิกรัม/เดซิลิตร)
ข้อมูลยาและแนวทางการแกไขเมื่อเกิดอาการไม่พงประสงค์ ส าหรับอาการไม่พงประสงค์จากยาต่อหัวใจที่ท า monomorphic o amiodarone IV infusion หรือ lidocaine IV bolus
ึ
้
ึ
o amiodarone IV infusion หรือ lidocaine IV bolus
o amiodarone IV infusion หรือ lidocaine IV bolus
monomorphic
monomorphic
o amiodarone IV infusion หรือ lidocaine IV bolus
monomorphic
o amiodarone IV infusion หรือ lidocaine IV bolus
monomorphic
ให้เกิดหัวใจล้มเหลว กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดและกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน ยาบางชนิดอาจเป็นสาเหตุให้ ventricular tachycardia o ตรวจระดับโพแทสเซียมในเลือด (<3.5 มิลลิโมล/ลิตร) ระดับแมกนีเซียมในเลือด (<1.5
o ตรวจระดับโพแทสเซียมในเลือด (<3.5 มิลลิโมล/ลิตร) ระดับแมกนีเซียมในเลือด (<1.5
o ตรวจระดับโพแทสเซียมในเลือด (<3.5 มิลลิโมล/ลิตร) ระดับแมกนีเซียมในเลือด (<1.5
ventricular tachycardia
ventricular tachycardia
o ตรวจระดับโพแทสเซียมในเลือด (<3.5 มิลลิโมล/ลิตร) ระดับแมกนีเซียมในเลือด (<1.5
ventricular tachycardia
o ตรวจระดับโพแทสเซียมในเลือด (<3.5 มิลลิโมล/ลิตร) ระดับแมกนีเซียมในเลือด (<1.5
ventricular tachycardia
มิลลิกรัม/เดซิลิตร)
ั
้
็
มิลลิกรัม/เดซิลิตร)
่
เกดภายหลงจากใช้ยาเปนระยะเวลาไมกวัน และยาบางชนดอาจใช้เวลาหลายเดือน จึงต้องคอยเฝาระวังและ atrial fibrillation และ o amiodarone IV infusion, flecainide IV, diltiazem IV, verapamil IV, metoprolol IV
ิ
ิ
่
ี
มิลลิกรัม/เดซิลิตร)
มิลลิกรัม/เดซิลิตร)
มิลลิกรัม/เดซิลิตร)
atrial fibrillation และ
o amiodarone IV infusion, flecainide IV, diltiazem IV, verapamil IV, metoprolol IV
atrial fibrillation และ
ให้ผู้ป่วยสังเกตอาการผิดปกติระหว่างการใช้ยา ทั้งนี้ควรหยุดยาที่เป็นสาเหตุ และให้การรักษาที่จ าเพาะต่อ atrial flutter o amiodarone IV infusion, flecainide IV, diltiazem IV, verapamil IV, metoprolol IV
atrial fibrillation และ
o amiodarone IV infusion, flecainide IV, diltiazem IV, verapamil IV, metoprolol IV
o amiodarone IV infusion, flecainide IV, diltiazem IV, verapamil IV, metoprolol IV
atrial fibrillation และ
หรือ digoxin IV
atrial flutter
หรือ digoxin IV
หรือ digoxin IV
atrial flutter
่
หรือ digoxin IV
atrial flutter
ื
่
ั
ึ
ั
้
ี
ั
่
ี
่
ภาวะนนๆ ซ่งไมต่างจากการรกษาภาวะทไมได้มสาเหตุจากยา ระยะเวลาในการรกษาอาจยาวนาน เนองจาก atrial tachycardia o adenosine IV, metoprolol IV, verapamil IV หรือ diltiazem IV
หรือ digoxin IV
atrial flutter
atrial tachycardia
o adenosine IV, metoprolol IV, verapamil IV หรือ diltiazem IV
o adenosine IV, metoprolol IV, verapamil IV หรือ diltiazem IV
atrial tachycardia
atrial tachycardia
o adenosine IV, metoprolol IV, verapamil IV หรือ diltiazem IV
o adenosine IV, metoprolol IV, verapamil IV หรือ diltiazem IV
atrial tachycardia
ต้องรอระยะเวลาในการฟนตัวของหัวใจโดยขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของการเกิดพยาธิสภาพที่หัวใจ หาก atrioventricular nodal o adenosine IV, diltiazem IV, verapamil IV หรือ metoprolol IV
ื้
atrioventricular nodal
atrioventricular nodal
o adenosine IV, diltiazem IV, verapamil IV หรือ metoprolol IV
atrioventricular nodal
o adenosine IV, diltiazem IV, verapamil IV หรือ metoprolol IV
atrioventricular nodal
o adenosine IV, diltiazem IV, verapamil IV หรือ metoprolol IV
ิ
ผู้ป่วยมีความจ าเป็นต้องใช้ยาดังกล่าว ควรพจารณาเปลี่ยนเป็นยาที่มีข้อบ่งใช้เดียวกันแต่มีความเสี่ยงต่อการ reentrant tachycardia o adenosine IV, diltiazem IV, verapamil IV หรือ metoprolol IV
reentrant tachycardia
reentrant tachycardia
reentrant tachycardia
reentrant tachycardia
เกิดพิษต่อหัวใจน้อยกว่า bradycardia o atropine IV, dopamine IV infusion, epinephrine IV infusion, dobutamine IV
bradycardia
o atropine IV, dopamine IV infusion, epinephrine IV infusion, dobutamine IV
bradycardia
o atropine IV, dopamine IV infusion, epinephrine IV infusion, dobutamine IV
o atropine IV, dopamine IV infusion, epinephrine IV infusion, dobutamine IV
bradycardia
infusion หรือ isoproterenol IV infusion
ผู้ป่วยที่ได้รับยาที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอาการไม่พงประสงค์ต่อหัวใจ ควรติดตามค่าอตราการเต้น bradycardia o atropine IV, dopamine IV infusion, epinephrine IV infusion, dobutamine IV
ั
ึ
infusion หรือ isoproterenol IV infusion
infusion หรือ isoproterenol IV infusion
infusion หรือ isoproterenol IV infusion
infusion หรือ isoproterenol IV infusion
ของหัวใจ ความดันโลหิตของผู้ป่วยก่อนเริ่มใช้ยาและระหว่างใช้ยา ส าหรับยาที่มีความเสี่ยงต่อการเกิด QT หัวใจล้มเหลว o furosemide IV
หัวใจล้มเหลว
หัวใจล้มเหลว
o furosemide IV
o furosemide IV
หัวใจล้มเหลว
o furosemide IV
กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด
o furosemide IV ate อมใต้ลิ้น
o isosorbide dinitr
หัวใจล้มเหลว
ิ
interval prolongation ร่วมกับ TdP หัวใจล้มเหลว และลนหวใจ ควรติดตามคาพารามเตอรทจาเพาะด้วย โรคลิ้นหัวใจ o furosemide IV
้
ิ
์
ั
่
่
ี
o isosorbide dinitrate อมใต้ลิ้น
กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด
o isosorbide dinitrate อมใต้ลิ้น
กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด
o isosorbide dinitrate อมใต้ลิ้น
กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด
กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด
o isosorbide dinitrate อมใต้ลิ้น
(ตารางที่ 3.16) เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ o ibuprofen ชนิดรับประทาน
โรคลิ้นหัวใจ
o furosemide IV
o furosemide IV
โรคลิ้นหัวใจ
โรคลิ้นหัวใจ
o furosemide IV
โรคลิ้นหัวใจ
o furosemide IV
o ibuprofen ชนิดรับประทาน
เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ
o ibuprofen ชนิดรับประทาน
เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ
ECG, electrocardiogram; IV, intravenous; msec, millisecond
เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ
o ibuprofen ชนิดรับประทาน
o ibuprofen ชนิดรับประทาน
เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ
ECG, electrocardiogram; IV, intravenous; msec, millisecond
ECG, electrocardiogram; IV, intravenous; msec, millisecond
ECG, electrocardiogram; IV, intravenous; msec, millisecond
ECG, electrocardiogram; IV, intravenous; msec, millisecond
เอกสารอ้างอิง
เอกสารอ้างอิง
เอกสารอ้างอิง
เอกสารอ้างอิง
เอกสารอ้างอิง
1. Tilton JJ, Sanoski CA, Bauman JL. Chapter 39 The Arrhythmias. In: Dipiro JT et al., eds.
1. Tilton JJ, Sanoski CA, Bauman JL. Chapter 39 The Arrhythmias. In: Dipiro JT et al., eds.
Pharmacotherapy: A pathophysiologic approach. 11th ed. United States: McGraw Hill
1. Tilton JJ, Sanoski CA, Bauman JL. Chapter 39 The Arrhythmias. In: Dipiro JT et al., eds.
1. Tilton JJ, Sanoski CA, Bauman JL. Chapter 39 The Arrhythmias. In: Dipiro JT et al., eds.
1. Tilton JJ, Sanoski CA, Bauman JL. Chapter 39 The Arrhythmias. In: Dipiro JT et al., eds.
Pharmacotherapy: A pathophysiologic approach. 11th ed. United States: McGraw Hill
Pharmacotherapy: A pathophysiologic approach. 11th ed. United States: McGraw Hill
Pharmacotherapy: A pathophysiologic approach. 11th ed. United States: McGraw Hill
Pharmacotherapy: A pathophysiologic approach. 11th ed. United States: McGraw Hill
Companies, Inc, 2020.
Companies, Inc, 2020. 143
Companies, Inc, 2020.
Companies, Inc, 2020.
Companies, Inc, 2020.
143
142 143
143
143
143

