Page 163 - Neuropsychiatric.indd
P. 163

103
                                                     ี
                       Forbat และคณะ  ได้รายงานกรณศึกษาการเกดเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบจาก methotrexate ในผู้ป่วย
                                                               ิ
               หญิง อายุ 22 ปี มีประวัติเป็นครรภ์ไข่ปลาอุกและได้ผ่าตัดเอาออก จากนั้นได้รับการรักษาด้วย methotrexate
                                          ้
                                   ้
                                ี
                                                         ั
                                                              ์
                                              ้
               และ folinic acid ฉดเขาทางกลามเนือ นาน 16 สปดาห รวมขนาด methotrexate ที่ได้รับทั้งหมด 1.8 กรัม
                       ื
               ในช่วงเดอนที่สองของการรักษา ผู้ป่วยมีอาการเจ็บหน้าอกเวลาหายใจเข้า (pleuritic chest pain) บริเวณ
                                                      ื่
               ด้านซ้ายบน ไม่ไอ และไม่มีไข้ ความผิดปกติอนที่ตรวจพบ คือ เสียงเสียดสีของเยื่อหุ้มปอด (pleural rub)
               แพทย์สงสัยมีสาเหตุจาก methotrexate การรักษาที่ผู้ป่วยได้รับคือ naproxen เพื่อบรรเทาอาการ และ 2 เดือน
               ภายหลงการรกษาด้วย methotrexate ครบระยะเวลาการรักษา ผู้ป่วยมีอาการกลับเป็นซ้ า ผลตรวจ chest
                      ั
                           ั
               X-ray พบ cardiomegaly และผลตรวจ echocardiography พบ pericardial effusion จึงได้ท า pericardial
               aspiration หลังจากนั้น ผู้ป่วยมีอาการดึขึ้น และไม่มีอาการกลับเป็นซ้ าอีก
                                               ดีขึ้น

               สรุปท้ายบท
                       อาการไม่พงประสงค์จากยาต่อหัวใจที่ท าให้เกิดความผิดปกติของการเต้นของหัวใจ มักเกิดใน
                                ึ
               ระยะเวลาสั้นภายหลังเริ่มใช้ยา การวินิจฉัยต้องอาศัยการตรวจคลื่นไฟฟาหัวใจ ยาบางชนิดที่เป็นสาเหตุ
                                                                              ้
                                                                    ิ
                                                  ์
                                                                      ี
                                                                                            ่
                                                                                   ิ
                                                                                 ้
                                                                                                       ่
                                                                                                       ี
                                                                                                      ์

                                                                            ี
                                                                            ่
               สามารถคาดเดาได้จากกลไกการออกฤทธิของยา แต่ยาบางชนดมกลไกททาใหเกดอาการไมพึงประสงคทอย         ่ ู
                                                                   ึ
                                                                                       ั
               นอกเหนือจากฤทธิ์การรักษา ความเสี่ยงต่อการเกิดอาการไม่พงประสงค์จากยามักสัมพนธ์กับวิธีการบริหารยา
               ที่รวดเร็วและขนาดยาในกรณีที่เป็นยาฉีด หรือสัมพนธ์กับขนาดยาในกรณีที่เป็นยารับประทาน รวมถึงสัมพันธ์
                                                          ั
               กับปัจจัยเสี่ยงของผู้ป่วยที่มีอยู่เดิมในระหว่างได้รับยา ซึ่งผู้ป่วยที่มีโรคหัวใจบางชนิดอาจเป็นข้อห้ามใช้ยา การ
                                     ้
                                                            ้
                                                                          ้

                                                                                                ู
                                                                                                ้
                                 ่
               ประเมนความเสยงกอนไดรับยา การปรับขนาดยาใหเหมาะสม การเฝาระวัง และให้คาแนะน าผป่วยในการ
                             ี
                     ิ
                             ่
               สังเกตอาการผิดปกติ สามารถช่วยป้องกันการเกิดอาการไม่พงประสงค์ การแก้ไขท าโดยการหยุดใช้ยา และให้
                                                                  ึ
               การรักษาที่จ าเพาะอย่างเร่งด่วน เนื่องจากรายการยาบางชนิดที่เป็นสาเหตุอาจไม่เป็นที่คุ้นเคย จึงควรจัดท า
               ข้อมูลยาและแนวทางการแกไขเมื่อเกิดอาการไม่พงประสงค์  ส าหรับอาการไม่พงประสงค์จากยาต่อหัวใจที่ท า
                                                         ึ
                                                                                 ึ
                                       ้
               ให้เกิดหัวใจล้มเหลว กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดและกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน ยาบางชนิดอาจเป็นสาเหตุให้
                 ิ
                                                                ิ
                                                                                                ้
                                                ่
                         ั
                                    ็
               เกดภายหลงจากใช้ยาเปนระยะเวลาไมกวัน และยาบางชนดอาจใช้เวลาหลายเดือน จึงต้องคอยเฝาระวังและ
                                                 ี
                                                 ่
               ให้ผู้ป่วยสังเกตอาการผิดปกติระหว่างการใช้ยา ทั้งนี้ควรหยุดยาที่เป็นสาเหตุ และให้การรักษาที่จ าเพาะต่อ
                                                                                                    ่
                                                                                   ั
               ภาวะนนๆ ซ่งไมต่างจากการรกษาภาวะทไมได้มสาเหตุจากยา ระยะเวลาในการรกษาอาจยาวนาน เนองจาก
                                                                                                    ื
                                                  ่
                                                  ี
                          ึ
                                        ั
                             ่
                     ั
                                                       ี
                                                    ่
                     ้
                                     ื้
               ต้องรอระยะเวลาในการฟนตัวของหัวใจโดยขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของการเกิดพยาธิสภาพที่หัวใจ หาก
               ผู้ป่วยมีความจ าเป็นต้องใช้ยาดังกล่าว ควรพจารณาเปลี่ยนเป็นยาที่มีข้อบ่งใช้เดียวกันแต่มีความเสี่ยงต่อการ
                                                    ิ
               เกิดพิษต่อหัวใจน้อยกว่า
                                                                                               ั
                                                                  ึ
                       ผู้ป่วยที่ได้รับยาที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอาการไม่พงประสงค์ต่อหัวใจ ควรติดตามค่าอตราการเต้น
               ของหัวใจ ความดันโลหิตของผู้ป่วยก่อนเริ่มใช้ยาและระหว่างใช้ยา ส าหรับยาที่มีความเสี่ยงต่อการเกิด QT
                                                                                               ี
                                                                                              ์
                                                                                               ่

                                                                 ิ
                                                                 ้
                                                                                   ่
               interval prolongation ร่วมกับ TdP หัวใจล้มเหลว และลนหวใจ ควรติดตามคาพารามเตอรทจาเพาะด้วย
                                                                    ั
                                                                                          ิ
               (ตารางที่ 3.16)






                                                                                                       142
               142
   158   159   160   161   162   163   164   165   166   167   168