Page 213 - Neuropsychiatric.indd
P. 213
ิ
ํ
์
ี
่
ื
้
ื
ั
ี
ในบทน้ ผูนิพนธไดนําเสนอกรณศึกษา เพื่อเปนตัวอยางในการนาความรูจากเนอหาในบทที 14 ในชวงเดอนแรก ๆ ของการรักษา โดยยามีฤทธยบยง NmethylDaspartate receptor ทําใหเกิดความ
ั
้
มาประยุกตใชในการบริบาลเภสัชกรรม เพื่อจัดการอาการไมพึงประสงคจากยา รวมทั้งหมด 11 กรณีศึกษา ในช่วงเดือนแรก ๆ ของการรกษา โดยยามฤทธิยบยง N-methyl-D-aspartate receptor ท าให้เกิดความไม่ ้ ี
ุ
ไมสมดลของ glutamate และเกิดพิษตอเซลลประสาทสมอง (ขอมูลสนบสนนทีไดกลาวในบทที 2) นอกจากน
่
ั
ุ
่
ั
้
ั
์
ั
ี
ผูปวยรายนี้ไมมีปจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ที่เปนสาเหตุของอาการทางจิต เชน การใชสารเสพติด และไมมีประวัติเปน
สําหรับกรณีศึกษาที่ 19 เนื้อหาประกอบดวย ขอมูลทั่วไปของผูปวย ขอมูลการเจ็บปวยในปจจุบันและอดีต สมดุลของ glutamate และเกิดพษต่อเซลล์ประสาทสมอง (ข้อมูลสนับสนุนที่ได้กล่าวในบทที่ 2) นอกจากนี้
ิ
ยาที่ใช ผลการตรวจตาง ๆ ผลการวินิจฉัยที่เกี่ยวของและการจัดการแกปญหา โดยนําเสนอขอมูลดังกลาวใน ผู้ป่วยรายนี้ไม่มีปัจจัยเสี่ยงอน ๆ ที่เป็นสาเหตุของอาการทางจิต เช่น การใช้สารเสพติด และไม่มีประวัติเป็น
โรคทางจิตเวช
ื่
2)
สวนแรกของแตละกรณีศึกษา จากนั้นสังเคราะหและถอดบทเรียนในประเด็นตาง ๆ ไดแก ความเสี่ยงจากยาที่ โรคทางจิตเวช การวินิจฉัย
่
เปนสาเหตุ การวินิจฉัย การจัดการ การประเมินความสัมพันธระหวางยาทีสงสัยและอาการไมพึงประสงคโดย 2) การวินิจฉัย
การวนิจฉัยโรคจิต พิจารณาจากการซักประวัติ การตรวจรางกาย ตรวจทางจิตและประสาท และการ
ิ
่
ใช Naranjo’s algorithm รวมถึงบทบาทของเภสัชกร กรณีศึกษาที 10 จะไดยกตัวอยางการจัดเตรียมขอมูล ตรวจทางหองปฏิบัติการเพื่อแยกโรคที่สงสัยอื่น ๆ ซึ่งในผูปวยรายน้มีอาการโรคจิต ไดแก กระสับกระสาย
ั
ิ
การวินิจฉยโรคจิต พจารณาจากการซกประวัต การตรวจร่างกาย ตรวจทางจิตและประสาท และการ
ิ
ั
ี
เกี่ยวกับรายการยาที่มีอันตรกิริยาระหวางยา การมีขอมูลในรายละเอียดประเด็นที่สําคัญจะเพิ่มความตระหนัก ตรวจทางห้องปฏิบัติการเพอแยกโรคที่สงสัยอน ๆ ซึ่งในผู้ป่วยรายนี้มีอาการโรคจิต ได้แก่ กระสับกระส่าย หู
ื่
ื่
หูแวว พูดคนเดียว โดยไมมีความผิดปกติอื่น
ของบุคลากรทางการแพทยในการใชยาใหปลอดภย ซึ่งเปนอีกหนงบทบาทของเภสัชกรในการสนบสนนงาน แว่ว พูดคนเดียว โดยไม่มีความผิดปกติอื่น
ึ่
ั
ั
ุ
3) การจัดการ
บริบาลเภสัชกรรมเพื่อลดความเสี่ยงตอการเกิดอาการไมพึงประสงคจากยา ตัวอยางเชน กรณียารักษาโรคจิตที่ 3) การจัดการ ี ื
การจัดการอาการของโรคจิตในผูปวยรายน้ แพทยสั่งให haloperidol ฉีดเขาทางกลามเน้อ ขนาด
การจัดการอาการของโรคจิตในผู้ป่วยรายนี้ แพทย์สั่งให้ haloperidol ฉีดเข้าทางกล้ามเนื้อ ขนาด
พบวาเพิ่มความเสี่ยงตอการเกิด QT interval prolongation การแสดงขอมูลอุบัติการณของการเกิด QT 2.5 มิลลิกรัม 1 ครั้ง และสั่งให haloperidol ชนิดรับประทาน ขนาด 0.5 มิลลิกรัม ทุก 4 ชั่วโมง และสั่งหยด
ุ
ิ
ั
interval prolongation หรือ sudden cardiac death จากการใชยา จากงานวิจัยที่เปน experimental 2.5 มิลลิกรัม 1 ครั้ง และสั่งให้ haloperidol ชนดรบประทาน ขนาด 0.5 มิลลิกรัม ทุก 4 ชั่วโมง และสั่งหยุด
ึ
้
efavirenz หลังไดรับ haloperidol ไป 4 ครั้ง ผูปวยมีอาการดขนชัดเจน ไมมีอาการกระสับกระสาย หูแวว
ี
่
studies, randomized controlled trials (RCTs) และ observational studies จะทําใหเห็นความเสียง efavirenz หลังได้รับ haloperidol ไป 4 ครั้ง ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้นชัดเจน ไม่มีอาการกระสับกระส่าย หูแว่ว
และพูดคนเดียว แพทยผูใหการรักษาไดปรึกษาแพทยผูเชี่ยวชาญดานโรคติดเชื้อ และไดรับคําแนะนําใหเปลี่ยน
ึ
ิ
ชัดเจนย่งข้นหรือกรณี simvastatin ที่มียาหลายรายการสามารถเพิ่มระดับ simvastatin ไดสูงมาก ขอมูล และพูดคนเดียว แพทย์ผู้ให้การรักษาได้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อ และได้รับค าแนะน าให้เปลี่ยน
สูตรยาตานไวรัสเอชไอวีเปนสูตร GPOvir Z ซึ่งเปนสูตรยาเม็ดรวมระหวาง zidovudine ขนาด 250 มิลลิกรัม
เกี่ยวกับขนาดยาและระยะเวลาที่ใช รวมทั้งคาพื้นที่ใตกราฟของความเขมขนของยากับเวลา (area under the สูตรยาต้านไวรัสเอชไอวีเป็นสูตร GPO-vir Z ซึ่งเป็นสูตรยาเม็ดรวมระหว่าง zidovudine ขนาด 250 มิลลิกรัม
lamivudine ขนาด 150 มิลลิกรัม และ nevirapine ขนาด 200 มิลลิกรัม
ั
ึ้
็
plasma drug concentrationtime curve, AUC) ของ simvastatin ที่เพิ่มขนเปนประเดนที่สําคญ lamivudine ขนาด 150 มิลลิกรัม และ nevirapine ขนาด 200 มิลลิกรัม
4) การประเมินอาการไมพึงประสงคจากยา
ิ
กรณีศึกษาที่ 11 จะไดยกตัวอยางการตดตามขอมูลการใชยาที่มีโอกาสเกิดอาการไมพึงประสงคจากยา เชน 4) การประเมินอาการไม่พึงประสงค์จากยา
ผลการประเมินความสัมพันธระหวางยาที่สงสัย คือ efavirenz กับอาการโรคจิต ไดเทากับ 7 คะแนน
ั
่
การสังใชยา long acting benzodiazepines ในผูสูงอาย นานกวา 30 วัน ซึ่งอาศัยวิธีการวิเคราะหขอมูลที่ไม ผลการประเมินความสัมพนธ์ระหว่างยาที่สงสัย คือ efavirenz กับอาการโรคจิต ได้เท่ากับ 7 คะแนน
ุ
ี มีความเปนไปไดในระดับนาจะใช (ตารางที่ 5.1) เนื่องจากผูปวยรายนี้เกิดอาการโรคจิตภายหลังจากไดรับ
่
้
ั
ี
ํ
ซับซอน การติดตามขอมูลการใชยาที่มีโอกาสเกิดอาการไมพึงประสงคจะเปนประโยชนในการนามาวางแผน มความเป็นไปไดในระดบน่าจะใช่ (ตารางท 5.1) เนื่องจากผู้ป่วยรายนี้เกิดอาการโรคจิตภายหลังจากได้รับ
่
efavirenz ประมาณ 2 เดือน ซึ่งเปนยาที่มีหลักฐานสนับสนุนวาสามารถทําใหเกิดโรคจิต และผูปวยไมมีปจจัย
เพื่อหามาตรการสงเสริมการใชยาอยางปลอดภัยของโรงพยาบาล efavirenz ประมาณ 2 เดือน ซึ่งเป็นยาที่มีหลักฐานสนับสนุนว่าสามารถท าให้เกิดโรคจิต และผู้ป่วยไมมีปัจจัย
เสี่ยงอื่น ๆ ภายหลังจากได้รับการรักษาด้วย haloperidol และหยุด efavirenz ผู้ป่วยไม่มีอาการโรคจิตอีก
แมวากรณีศึกษาที่ 10 และ 11 จะไมเกี่ยวกับอาการไมพึงประสงคจากยาตอจิตและประสาท หรือ เสี่ยงอื่น ๆ ภายหลังจากไดรับการรักษาดวย haloperidol และหยุด efavirenz ผูปวยไมมีอาการโรคจิตอีก
หัวใจและหลอดเลือดโดยตรง แตเนอหาที่อธิบายจะเปนประโยชนแกเภสัชกรที่รับผิดชอบงานดานเภสัชสนเทศ ตารางที่ 5.1 ผลการประเมินความสัมพันธ์ระหว่างยาที่สงสัยกับอาการไม่พึงประสงค์ กรณีโรคจิต
ื้
หรืองานดานการตดตามอาการไมพึงประสงคจากยา ตารางที่ 5.1 ผลการประเมินความสัมพันธระหวางยาที่สงสัยกับอาการไมพึงประสงค กรณีโรคจิต ผลคะแนน
ิ
ค าถามใน Naranjo’s algorithm
เกณฑ์คะแนน
คําถามใน Naranjo’s algorithm เกณฑคะแนน ประเมิน
ผลคะแนน
่
1. กรณีศึกษา: โรคจิตจาก efavirenz ใช่ ไม่ใช ไม่ทราบ efavirenz
ประเมิน
ใช ไมใช ไมทราบ
+1
ผูปวยชาย อายุ 40 ป น้ําหนัก 56 กิโลกรัม สวนสูง 165 เซนติเมตร เขารับการรักษาในโรงพยาบาล 1. เคยมีสรุปหรือรายงานการปฏิกิริยานี้มาแล้วหรือไม่ +1 0 0 efavirenz
ค าอธิบาย efavirenz สามารถท าให้เกิดอาการโรคจิต (ข้อมูลในบทที่ 2)
ดวยอาการสําคัญ คือ กระสับกระสาย หูแวว พูดคนเดียว ผลการตรวจรางกายแรกรับ อุณหภูมิรางกาย 36.5 1. เคยมีสรุปหรือรายงานการปฏิกิริยานี้มาแลวหรือไม +1 0 0 +1
2. อาการไม่พึงประสงค์นี้เกิดขึ้นภายหลังจากได้รับยาที่คิดว่าเป็นสาเหตุหรือไม่
องศาเซลเซียส อัตราการเตนของชีพจร 100 ครั้ง/นาที ความดนโลหิต 130/70 มิลลิเมตรปรอท อัตราการ คําอธบาย efavirenz สามารถทําใหเกดอาการโรคจต (ขอมลในบทที 2) +2 -1 0 +2
ั
ิ
ิ
ิ
่
ู
ค าอธิบาย เกิดขึ้นภายหลังจากได้รับ efavirenz ประมาณ 2 เดือน
หายใจ 20 ครั้ง/นาที ผลตรวจ Glasgow Coma Scale (GCS) พบ E4V5M6 ผลตรวจทางหองปฏิบัตการพบ 2. อาการไมพึงประสงคนี้เกิดขึ้นภายหลังจากไดรับยาที่คิดวาเปนสาเหตุหรือไม +1 0 0 0 +1
ิ
1
+2
+2
3. อาการไม่พึงประสงค์นี้ดีขึ้นเมื่อหยุดยาดังกล่าว หรือเมื่อให้ยาต้านที่จ าเพาะ
การทํางานของตับและไตปกติ ระดับไขมันในเลือดปกติ ระดับ CD 4 510 เซลล/ไมโครลิตร ปริมาณเชื้อเอชไอวี คําอธิบาย เกิดขึ้นภายหลังจากไดรับ efavirenz ประมาณ 2 เดือน
เจาะจง (specific antagonist) หรือไม่
่
ในเลือดต่ํากวา 20 copies/มิลลิลิตร เมื่อ 2 เดือนกอน ตรวจพบเชอเอชไอวและเริมยาตานไวรัสเอชไอว สูตร 3. อาการไมพึงประสงคนี้ดีขึ้นเมื่อหยุดยาดังกลาว หรือเมื่อใหยาตานที่จําเพาะ +1 0 0 +1
ื
้
ี
ี
ค าอธิบาย ภายหลังจากได้รับการรักษาด้วย haloperidol และหยุด efavirenz
ยาที่ไดรับคือ efavirenz ขนาด 600 มิลลิกรัม วันละ 1 ครั้งกอนนอน lamivudine ขนาด 150 มิลลิกรัม ทุก เจาะจง (specific antagonist) หรือไม
ผู้ป่วยไม่มีอาการโรคจิตอีก
4. อาการไม่พึงประสงค์ดังกล่าวเกิดขึ้นอีกเมื่อเริ่มให้ยาใหม่หรือไม่
12 ชวโมง (7.00 น. และ 19.00 น.) tenofovir ขนาด 300 มิลลิกรัม วันละ 1 ครั้ง หลังอาหารเชา ยาอื่นที ่ คําอธิบาย ภายหลังจากไดรับการรักษาดวย haloperidol และหยุด efavirenz +2 -1 0 0
่
ั
ค าอธิบาย ไม่ทราบเนื่องจากไม่มีการให้ยาซ้ าอีก
ไดรับคือ vitamin B complex วันละ 1 ครั้ง หลังอาหารเชา ผูปวยรับประทานยาสม่าเสมอ โดยปกตเปนคน ผูปวยไมมอาการโรคจิตอีก -1 +2 0 +2
ิ
ํ
ี
5.ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นสามารถเกิดจากสาเหตุอื่น (นอกเหนือจากยา) ของผู้ป่วยได้
ใจเย็น อารมณดี สูบบุหรี่ ดื่มสุราบางครั้ง ปฏิเสธการใชสารเสพติด ครอบครัวไมมีประวัติโรคทางจิตเวช 4. อาการไมพึงประสงคดังกลาวเกิดขึ้นอกเมอเริ่มใหยาใหมหรือไม +2 1 0 0
ื่
ี
หรือไม่
่
1) ความเสียงจากยา คําอธิบาย ไมทราบเนองจากไม
ื่
ค าอธิบาย ไม่มีปัจจัยเสี่ยงอื่น มีการใหยาซ้ําอีก
ยาที่สงสัยวาอาจเปนสาเหตุของโรคจิตในผูปวยรายนี้ คือ efavirenz เนื่องจากเปนยาที่มีรายงานการ 6. ปฏิกิริยาดังกล่าวเกิดขึ้นอีก เมื่อให้ยาหลอกหรือไม่ -1 +1 0 0
เกิดอาการไมพึงประสงค ไดแก ฝนราย นอนไมหลับ วตกกังวล ขาดสมาธิ ซึมเศรา และโรคจิต โดยจะพบ ค าอธิบาย ไม่ทราบเนื่องจากไม่มีการให้ยาหลอก
ิ
193
192 193
192

