Page 214 - Neuropsychiatric.indd
P. 214
ื
ิ
ในชวงเดอนแรก ๆ ของการรักษา โดยยามีฤทธยบยง NmethylDaspartate receptor ทําใหเกิดความ
้
ั
์
ั
ั
้
ั
์
ั
ี
ในช่วงเดือนแรก ๆ ของการรกษา โดยยามฤทธิยบยง N-methyl-D-aspartate receptor ท าให้เกิดความไม่
ุ
่
ั
ุ
ไมสมดลของ glutamate และเกิดพิษตอเซลลประสาทสมอง (ขอมูลสนบสนนทีไดกลาวในบทที 2) นอกจากน
่
ั
ั
ี
์
ั
้
ในช่วงเดือนแรก ๆ ของการรกษา โดยยามฤทธิยบยง N-methyl-D-aspartate receptor ท าให้เกิดความไม่ ี ้
ิ
สมดุลของ glutamate และเกิดพษต่อเซลล์ประสาทสมอง (ข้อมูลสนับสนุนที่ได้กล่าวในบทที่ 2) นอกจากนี้
ผูปวยรายนี้ไมมีปจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ที่เปนสาเหตุของอาการทางจิต เชน การใชสารเสพติด และไมมีประวัติเปน
สมดุลของ glutamate และเกิดพษต่อเซลล์ประสาทสมอง (ข้อมูลสนับสนุนที่ได้กล่าวในบทที่ 2) นอกจากนี้
ิ
ผู้ป่วยรายนี้ไม่มีปัจจัยเสี่ยงอน ๆ ที่เป็นสาเหตุของอาการทางจิต เช่น การใช้สารเสพติด และไม่มีประวัติเป็น
ื่
โรคทางจิตเวช
ื่
ผู้ป่วยรายนี้ไม่มีปัจจัยเสี่ยงอน ๆ ที่เป็นสาเหตุของอาการทางจิต เช่น การใช้สารเสพติด และไม่มีประวัติเป็น
โรคทางจิตเวช
2)
โรคทางจิตเวช การวินิจฉัย
2) การวินิจฉัย
2) การวินิจฉัย
ิ
การวนิจฉัยโรคจิต พิจารณาจากการซักประวัติ การตรวจรางกาย ตรวจทางจิตและประสาท และการ
ั
ั
การวินิจฉยโรคจิต พจารณาจากการซกประวัต การตรวจร่างกาย ตรวจทางจิตและประสาท และการ
ิ
ิ
การวินิจฉยโรคจิต พจารณาจากการซกประวัต การตรวจร่างกาย ตรวจทางจิตและประสาท และการ
ิ
ั
ิ
ั
ตรวจทางหองปฏิบัติการเพื่อแยกโรคที่สงสัยอื่น ๆ ซึ่งในผูปวยรายน้มีอาการโรคจิต ไดแก กระสับกระสาย
ี
ื่
ตรวจทางห้องปฏิบัติการเพอแยกโรคที่สงสัยอน ๆ ซึ่งในผู้ป่วยรายนี้มีอาการโรคจิต ได้แก่ กระสับกระส่าย หู
ื่
ตรวจทางห้องปฏิบัติการเพอแยกโรคที่สงสัยอน ๆ ซึ่งในผู้ป่วยรายนี้มีอาการโรคจิต ได้แก่ กระสับกระส่าย หู
ื่
ื่
หูแวว พูดคนเดียว โดยไมมีความผิดปกติอื่น
แว่ว พูดคนเดียว โดยไม่มีความผิดปกติอื่น
แว่ว พูดคนเดียว โดยไม่มีความผิดปกติอื่น
3) การจัดการ
3) การจัดการ
3) การจัดการ ี ื
การจัดการอาการของโรคจิตในผูปวยรายน้ แพทยสั่งให haloperidol ฉีดเขาทางกลามเน้อ ขนาด
การจัดการอาการของโรคจิตในผู้ป่วยรายนี้ แพทย์สั่งให้ haloperidol ฉีดเข้าทางกล้ามเนื้อ ขนาด
การจัดการอาการของโรคจิตในผู้ป่วยรายนี้ แพทย์สั่งให้ haloperidol ฉีดเข้าทางกล้ามเนื้อ ขนาด
2.5 มิลลิกรัม 1 ครั้ง และสั่งให haloperidol ชนิดรับประทาน ขนาด 0.5 มิลลิกรัม ทุก 4 ชั่วโมง และสั่งหยด
ุ
ั
2.5 มิลลิกรัม 1 ครั้ง และสั่งให้ haloperidol ชนดรบประทาน ขนาด 0.5 มิลลิกรัม ทุก 4 ชั่วโมง และสั่งหยุด
ิ
ั
ิ
2.5 มิลลิกรัม 1 ครั้ง และสั่งให้ haloperidol ชนดรบประทาน ขนาด 0.5 มิลลิกรัม ทุก 4 ชั่วโมง และสั่งหยุด
้
efavirenz หลังไดรับ haloperidol ไป 4 ครั้ง ผูปวยมีอาการดขนชัดเจน ไมมีอาการกระสับกระสาย หูแวว
ึ
ี
efavirenz หลังได้รับ haloperidol ไป 4 ครั้ง ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้นชัดเจน ไม่มีอาการกระสับกระส่าย หูแว่ว
efavirenz หลังได้รับ haloperidol ไป 4 ครั้ง ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้นชัดเจน ไม่มีอาการกระสับกระส่าย หูแว่ว
และพูดคนเดียว แพทยผูใหการรักษาไดปรึกษาแพทยผูเชี่ยวชาญดานโรคติดเชื้อ และไดรับคําแนะนําใหเปลี่ยน
และพูดคนเดียว แพทย์ผู้ให้การรักษาได้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อ และได้รับค าแนะน าให้เปลี่ยน
และพูดคนเดียว แพทย์ผู้ให้การรักษาได้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อ และได้รับค าแนะน าให้เปลี่ยน
สูตรยาตานไวรัสเอชไอวีเปนสูตร GPOvir Z ซึ่งเปนสูตรยาเม็ดรวมระหวาง zidovudine ขนาด 250 มิลลิกรัม
สูตรยาต้านไวรัสเอชไอวีเป็นสูตร GPO-vir Z ซึ่งเป็นสูตรยาเม็ดรวมระหว่าง zidovudine ขนาด 250 มิลลิกรัม
สูตรยาต้านไวรัสเอชไอวีเป็นสูตร GPO-vir Z ซึ่งเป็นสูตรยาเม็ดรวมระหว่าง zidovudine ขนาด 250 มิลลิกรัม
lamivudine ขนาด 150 มิลลิกรัม และ nevirapine ขนาด 200 มิลลิกรัม
lamivudine ขนาด 150 มิลลิกรัม และ nevirapine ขนาด 200 มิลลิกรัม
lamivudine ขนาด 150 มิลลิกรัม และ nevirapine ขนาด 200 มิลลิกรัม
4) การประเมินอาการไมพึงประสงคจากยา
4) การประเมินอาการไม่พึงประสงค์จากยา
4) การประเมินอาการไม่พึงประสงค์จากยา
ผลการประเมินความสัมพนธ์ระหว่างยาที่สงสัย คือ efavirenz กับอาการโรคจิต ได้เท่ากับ 7 คะแนน
ัันธระหวางยาที่สงสัย คือ efavirenz กับอาการโรคจิต ไดเทากับ 7 คะแนน
ผลการประเมินความสัมพ
ผลการประเมินความสัมพนธ์ระหว่างยาที่สงสัย คือ efavirenz กับอาการโรคจิต ได้เท่ากับ 7 คะแนน
ั
ั
้
มความเป็นไปไดในระดบน่าจะใช่ (ตารางท 5.1) เนื่องจากผู้ป่วยรายนี้เกิดอาการโรคจิตภายหลังจากได้รับ
ี
่
ี มีความเปนไปไดในระดับนาจะใช (ตารางที่ 5.1) เนื่องจากผูปวยรายนี้เกิดอาการโรคจิตภายหลังจากไดรับ
ี
ั
มความเป็นไปไดในระดบน่าจะใช่ (ตารางท 5.1) เนื่องจากผู้ป่วยรายนี้เกิดอาการโรคจิตภายหลังจากได้รับ
ี
่
้
่
efavirenz ประมาณ 2 เดือน ซึ่งเป็นยาที่มีหลักฐานสนับสนุนว่าสามารถท าให้เกิดโรคจิต และผู้ป่วยไมมีปัจจัย
่
efavirenz ประมาณ 2 เดือน ซึ่งเป็นยาที่มีหลักฐานสนับสนุนว่าสามารถท าให้เกิดโรคจิต และผู้ป่วยไมมีปัจจัย
efavirenz ประมาณ 2 เดือน ซึ่งเปนยาที่มีหลักฐานสนับสนุนวาสามารถทําใหเกิดโรคจิต และผูปวยไมมีปจจัย
เสี่ยงอื่น ๆ ภายหลังจากได้รับการรักษาด้วย haloperidol และหยุด efavirenz ผู้ป่วยไม่มีอาการโรคจิตอีก
เสี่ยงอื่น ๆ ภายหลังจากได้รับการรักษาด้วย haloperidol และหยุด efavirenz ผู้ป่วยไม่มีอาการโรคจิตอีก
เสี่ยงอื่น ๆ ภายหลังจากไดรับการรักษาดวย haloperidol และหยุด efavirenz ผูปวยไมมีอาการโรคจิตอีก
ตารางที่ 5.1 ผลการประเมินความสัมพันธ์ระหว่างยาที่สงสัยกับอาการไม่พึงประสงค์ กรณีโรคจิต
ตารางที่ 5.1 ผลการประเมินความสัมพันธ์ระหว่างยาที่สงสัยกับอาการไม่พึงประสงค์ กรณีโรคจิต
ตารางที่ 5.1 ผลการประเมินความสัมพันธระหวางยาที่สงสัยกับอาการไมพึงประสงค กรณีโรคจิต
ค าถามใน Naranjo’s algorithm เกณฑ์คะแนน ผลคะแนน
ค าถามใน Naranjo’s algorithm
ผลคะแนน
เกณฑ์คะแนน
คําถามใน Naranjo’s algorithm เกณฑคะแนน ประเมิน
ผลคะแนน
ประเมิน
ใช่ ไม่ใช ่ ่ไม่ทราบ efavirenz
ใช่ ไม่ใช ไม่ทราบ
ประเมิน
ใช ไมใช ไมทราบ efavirenz
1. เคยมีสรุปหรือรายงานการปฏิกิริยานี้มาแล้วหรือไม่ +1 +1 0 0 0 0 efavirenz +1
+1
1. เคยมีสรุปหรือรายงานการปฏิกิริยานี้มาแล้วหรือไม่
ค าอธิบาย efavirenz สามารถท าให้เกิดอาการโรคจิต (ข้อมูลในบทที่ 2)
ค าอธิบาย efavirenz สามารถท าให้เกิดอาการโรคจิต (ข้อมูลในบทที่ 2)
1. เคยมีสรุปหรือรายงานการปฏิกิริยานี้มาแลวหรือไม +1 0 0 +1
2. อาการไม่พึงประสงค์นี้เกิดขึ้นภายหลังจากได้รับยาที่คิดว่าเป็นสาเหตุหรือไม่ +2 +2 -1 -1 0 0 +2 +2
2. อาการไม่พึงประสงค์นี้เกิดขึ้นภายหลังจากได้รับยาที่คิดว่าเป็นสาเหตุหรือไม่
ู
ิ
คําอธบาย efavirenz สามารถทําใหเกดอาการโรคจต (ขอมลในบทที 2)
่
ิ
ิ
ค าอธิบาย เกิดขึ้นภายหลังจากได้รับ efavirenz ประมาณ 2 เดือน
ค าอธิบาย เกิดขึ้นภายหลังจากได้รับ efavirenz ประมาณ 2 เดือน
+2
1
+2
2. อาการไมพึงประสงคนี้เกิดขึ้นภายหลังจากไดรับยาที่คิดวาเปนสาเหตุหรือไม +1 +1 0 0 0 0 0 +1 +1
3. อาการไม่พึงประสงค์นี้ดีขึ้นเมื่อหยุดยาดังกล่าว หรือเมื่อให้ยาต้านที่จ าเพาะ
3. อาการไม่พึงประสงค์นี้ดีขึ้นเมื่อหยุดยาดังกล่าว หรือเมื่อให้ยาต้านที่จ าเพาะ
คําอธิบาย เกิดขึ้นภายหลังจากไดรับ efavirenz ประมาณ 2 เดือน
เจาะจง (specific antagonist) หรือไม่
เจาะจง (specific antagonist) หรือไม่
ค าอธิบาย ภายหลังจากได้รับการรักษาด้วย haloperidol และหยุด efavirenz
3. อาการไมพึงประสงคนี้ดีขึ้นเมื่อหยุดยาดังกลาว หรือเมื่อใหยาตานที่จําเพาะ +1 0 0 +1
ค าอธิบาย ภายหลังจากได้รับการรักษาด้วย haloperidol และหยุด efavirenz
ผู้ป่วยไม่มีอาการโรคจิตอีก
เจาะจง (specific antagonis
ผู้ป่วยไม่มีอาการโรคจิตอีก t) หรือไม
4. อาการไม่พึงประสงค์ดังกล่าวเกิดขึ้นอีกเมื่อเริ่มให้ยาใหม่หรือไม่
4. อาการไม่พึงประสงค์ดังกล่าวเกิดขึ้นอีกเมื่อเริ่มให้ยาใหม่หรือไม่
คําอธิบาย ภายหลังจากไดรับการรักษาดวย haloperidol และหยุด efavirenz +2 +2 -1 -1 0 0 0 0
ค าอธิบาย ไม่ทราบเนื่องจากไม่มีการให้ยาซ้ าอีก
ค าอธิบาย ไม่ทราบเนื่องจากไม่มีการให้ยาซ้ าอีก
ผูปวยไมมอาการโรคจิตอีก
ี
5.ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นสามารถเกิดจากสาเหตุอื่น (นอกเหนือจากยา) ของผู้ป่วยได้ -1 -1 +2 +2 0 0 +2 +2
5.ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นสามารถเกิดจากสาเหตุอื่น (นอกเหนือจากยา) ของผู้ป่วยได้
ี
ื่
4. อาการไมพึงประสงคดังกลาวเกิดขึ้นอกเมอเริ่มใหยาใหมหรือไม +2 1 0 0
หรือไม่
หรือไม่
ื่
ค าอธิบาย ไม่มีปัจจัยเสี่ยงอื่น มีการใหยาซ้ําอีก
คําอธิบาย ไมทราบเนองจากไม
ค าอธิบาย ไม่มีปัจจัยเสี่ยงอื่น
6. ปฏิกิริยาดังกล่าวเกิดขึ้นอีก เมื่อให้ยาหลอกหรือไม่ -1 -1 +1 +1 0 0 0 0
6. ปฏิกิริยาดังกล่าวเกิดขึ้นอีก เมื่อให้ยาหลอกหรือไม่
ค าอธิบาย ไม่ทราบเนื่องจากไม่มีการให้ยาหลอก
ค าอธิบาย ไม่ทราบเนื่องจากไม่มีการให้ยาหลอก
193 193
193
193

