Page 190 - เภสัชภัณฑ์ทางผิวหนัง-14052022
P. 190
รูปที่ 7.22 ปริมาณของออกซีเรสเวอราทรอลที่สามารถซึมผ@านผิวหนังที่ได?จากหูของหมูโดยใช?เอทานอล
และพรอพิลีนไกลคอลเปนสารเพิ่มการดูดซึมยาผ@านผิวหนัง
(ที่มา: Panyatee et al. 2018)
นอกจากนี้หากตัวยาสำคัญไวต@อการสลายตัวเมื่อความเปนกรดเปนด@างเปลี่ยนแปลง ควรใช ?
ระบบบัฟเฟอรควบคุมการเปลี่ยนแปลงของค@าความเปนกรดด@างในตำรับ หรือตัวยาสำคัญสลายตัวได ?
(
ด?วยปฏิกิริยาออกซิเดชัน ควรเติมสารต?านออกซิเดชัน และ/หรือ chelating agents ในตำรับด?วย หรอ
ื
ผลิตและบรรจุภายใต?สภาวะออกซิเจนต่ำหรือสภาวะกÅาซในโตรเจน รวมทั้งใช?ภาชนะปดสนิท หากตัวยา
สำคัญสลายตัวได?เมื่อเจอแสง (photolysis) ควรเลือกภาชนะบรรจุที่ทึบแสงหรือกันแสงผ@านได?
ุ
การพัฒนาตำรับควรหาวัตถดิบตัวยาสำคัญและสารช@วยในตำรับที่ผลิตจากแหล@งต@างๆ หรือแม?แต @
ิ
วัตถุดิบที่ผลิตจากแหล@งเดียวกันแต@คนละรุ@นการผลิต เพราะวัตถุดิบที่ผลิตจากแหล@งผลตที่ต@างกันหรอ
ื
แหล@งผลิตเดียวกันแต@คนละรุ@นการผลิตอาจมีคุณสมบัติทางกายภาพ หรือทางเคมีฟสิกส(แตกต@างกันได ?
จากนั้นนำมาศึกษาข?อมูลก@อนการตั้งตำรับดังหัวข?อที่กล@าวไปในตอนต?นของบทนี้ทั้งคุณสมบัติทาง
กายภาพ คุณสมบัติทางเคมีฟสิกส( ความคงตัว และความเข?ากันหรือความไม@เข?ากันระหว@างตัวยาสำคญ
ั
กับสารช@วยในตำรับ จากนั้นเลือกวัตถุดิบจากแหล@งที่มีคุณสมบัติเหมาะสม และมีความคงตัวที่สุดมาใช ?
ในการพัฒนาตำรับในขั้นต@อไป สารในตำรับไม@ควรก@อให?เกิดอาการระคายเคือง ไม@ก@อให?เกิดการแพ? มี
ความคงตัวในตำรับ และเข?ากันได?ดีกับสารต@างๆ ในตำรับเดียวกัน
เมื่อได?รูปแบบยาที่จะพัฒนาและประเภทของสารช@วยต@างๆ ที่จะใช?ในตำรับแล?ว จากนั้นพัฒนา
ตำรับโดยอาจปรับเปลี่ยนชนิดของสารช@วยในตำรับ และปรับสัดส@วนของสารช@วยในตำรับ อาจทำโดย
การปรับสัดสวนแบบสุ@ม หรือใช?โปรแกรมมาช@วยในการปรับเปลี่ยนสัดส@วนแบบเปนระบบ และลด
@
176

