Page 160 - ebook.msu.ac.th
P. 160

157


                                      โลกทัศน์จากหนังสือใบลาน : คติชนและวิถีชีวิต


                                                                                              ผศ.สมชาย  นิลอาธิ

               ความส าคัญของเอกสารใบลาน


                                                      ั
                       มนุษย์เป็นสัตว์สังคมที่มีการสร้าง “วฒนธรรม” ขึ้นเป็นแบบแผนการด ารงชีวิตร่วมกันอย่างสงบสุข
               โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อตอบสนองความต้องการทั้งทางด้านร่างกาย คือ ประโยชน์ใช้สอยและตอบสนองจิตใจ คือ

               ความสุนทรีย์เกี่ยวกับความงามด้านต่างๆ จนกล่าวได้ว่าวัฒนธรรมที่มนุษย์สร้างขึ้นย่อมมี “ความหมาย” ที่
               เป็นคุณค่าต่อชีวิตสังคมของตัวเอง นั่นคือ วัฒนธรรมที่ถูกสร้างขึ้นย่อมมีคุณค่าทั้งในตัวมันเองในฐานะที่เป็น
                                                             ์
               วัฒนธรรม และมีคุณค่าต่อสังคมที่เป็นเสมือนสัญลักษณของกลุ่มเผ่าพันธุ์และรัฐชาติได้
                       ภาษาและตัวอกษร คือ วัฒนธรรมอย่างหนึ่งของสังคมมนุษย์ที่มีความส าคัญมากในหลายๆ ด้าน
                                   ั
               โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเป็นเอกลักษณ์ของสังคม จนกล่าวกันว่า สังคมใดที่ขาดสูญ “วัฒนธรรมภาษา” แล้ว
               เหมือนจะเป็นสังคมที่สูญสิ้นชาติเลยทีเดียว
                       เอกสารหนังสือใบลาน เป็นวัฒนธรรมภาษาที่ชาวอสานสร้างขึ้นมาใช้ร่วมกันในสังคม มีการสืบทอด
                                                                 ี
               กันต่อมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน นอกจากจะมีคุณค่าในตัวเองทางด้านภาษาวรรณกรรมที่สะท้อนถึงเอกลักษณ์

               ของกลุ่มชนที่มีลักษณะเฉพาะตัวแล้ว ยังมีคุณค่าทางด้านสังคมที่ใช้เป็นสื่อบันทึกวิถีความเชื่อ กฎระเบียบการ
               อยู่ร่วมกันและภูมิปัญญาต่างๆ ฯลฯ ที่มีการสืบเนื่องและพฒนาเปลี่ยนแปลงกันเรื่อยมา ทั้งจากปัจจัยภายใน
                                                                ั
                                                   ื่
               ของตัวเองและการมีปฏิสัมพนธ์กับสังคมอนจากภายนอก จนกล่าวได้ว่า หนังสือใบลานเป็นวัฒนธรรมอย่าง
                                       ั
               หนึ่งที่เป็นเสมือนกระจกส่องสะท้อนให้อนุชนรุ่นหลังได้รู้จักก าพดหรือภูมิหลังและพฒนาการหลายๆ ด้านของ
                                                                                    ั
                                                                    ื
                                       ื
               ตนได้เป็นอย่างดี เพราะก าพดหลายอย่างก็สามารถน ามาใช้ให้เป็นประโยชน์ได้ทั้งในรูปของ “บทเรียน” และ
                                                                  ื่
               เป็น “แบบอย่าง” ให้กับคนรุ่นหลังได้คิดตระหนักทบทวน เพอก้าวเดินไปสู่ความวัฒนาในอนาคตได้ด้วยความ
               มั่นใจและมั่นคง

               วัสดุที่ใช้บันทึก


                       เป็นที่รู้กันว่า ภาษาเป็นเรื่องของการสื่อสาร ซึ่งสามารถท าได้หลายวิธี เช่น กิริยาท่าทาง, ใช้ควันไฟ,
               แสงสะท้อนจากวัตถุสะท้อนแสง รวมทั้งการใช้เสียง คือ การพด และการสร้างรูปลายเส้นเป็นสัญลักษณ์ที่
                                                                    ู
                                               ั
               ตกลงร่วมกัน จนเป็นสิ่งที่เรียกว่า ตัวอกษร เป็นต้น โดยการใช้วัสดุต่างๆ หาได้ในท้องถิ่น เช่น ก้อนหิน-แผ่น
               หิน, ใบไม้, ผิวไม้, แผ่นไม้, ดินเหนียว, โลหะ, แผ่นหนัง, กระดูก ฯลฯ นอกจากนี้ยังสามารถน าวัสดุธรรมชาติ

                                                  ื่
               ต่างๆ มาประดิษฐ์ท าเป็นก้อนเป็นแผ่น เพอใช้จารบันทึกแตกต่างกันไปตามความสามารถของแต่ละกลุ่มชนอก
                                                                                                        ี
               ด้วย เช่น กระดาษข่อย, กระดาษสา, แผ่นดินเผา,ก้อนอิฐ, แผ่นปูน เป็นต้น
                       วัสดุต่างๆที่น ามาใช้เขียนจารบันทึกความรู้ ความคิดและเรื่องราวเหตุการณต่างๆ เมื่อทาส าเร็จแล้วจะ
                                                                                    ์

               เรียกชื่อต่างๆ กันไป เช่น จารเขียนบนก้อนหิน แผ่นหิน เรียกว่า ศิลาจารึก, เขียนบนโลหะที่ตีแผ่เป็นแผ่นบางๆ
               ใช้ในพธีเถราภิเษกและพธีกรรมอนๆ เรียก หลาบเงินและหลาบค า, จารเขียนบนผิวไม้ไผ่ เรียก หนังสือเจือง
                                           ื่
                                    ิ
                     ิ
               (หนังสือเจียง) ใช้ในการแห่บั้งไฟ, เขียนบนกระดาษข่อย-กระดาษสา เรียกว่า สมุดข่อย (ภาคกลาง) ปั๊บสา
               (ภาคเหนือ) และบุด (ภาคใต้) แต่การจารเขียนบนใบลานที่นิยมกันมากในภาคอสานและลาว เรียกกันว่า
                                                                                    ี
               หนังสือใบลานผูกและหนังสือใบลานก้อม  ซึ่งมักเรียกสั้นๆ ว่า ลานผูก-ลานก้อม หรือหนังสือผูก-หนังสือก้อม
   155   156   157   158   159   160   161   162   163   164   165