Page 162 - ebook.msu.ac.th
P. 162
159
ยกย่องสถานภาพของพระรูปนั้นให้ปรากฏแก่สังคมชุมชนของตนและชุมชนใกล้เคียงด้วยการตั้ง “กองฮด” ที่
ิ
ิ
ิ
มักเรียกกันว่า “พธีฮดสรง”(ฮดสงฆ์?) หรือที่เรียกกันในภายหลังว่า “พธีเถราภิเษก” ซึ่งแต่ก่อนจะจัดท าพธี
หรือยกย่องพระให้อยู่ในสถานภาพสูงขึ้นหลายระดับ คือ ส าเร็จ, ซา และ คู ฯลฯ แล้วจะเรียกพระที่ได้เจ้า
ี
ิ
ั
ั
ั
พธีกรรมรูปนั้นๆ ว่าอญญาส าเร็จ, อญญาซา, อญญาคู ซึ่งภายหลังค าเรียกได้กร่อนเสียงลงเหลือเพยง ญา
ส าเร็จ,ญาซา, ญาคู เป็นค าน าหน้าชื่อจริง แต่ถ้าพระรูปนั้นสึกออกมาเป็นฆราวาสแล้ว จะได้รับการเรียกขาน
ด้วยค าน าหน้าชื่อตัวว่า “จาร” ตามระดับที่ได้รับการฮดสรง คือ จารส าเร็จ,จารซา,จารคู เพยงแต่ว่าโดยทั่วไป
ี
ี
ในภายหลังมักจะนิยมเรียกน าหน้าชื่อสั้นๆ ตามสะดวกปาก เพยง “จาร” เท่านั้น เช่น จารเคน, จารสมดี เป็น
ต้น
์
ในพิธีเถราภิเษกนี้ ชาวบ้านจะจัดเตรียมท าสิ่งที่เป็นเหมือนสัญลักษณส าคัญของพิธีกรรม คือ “หลาบ”
ซึ่งเป็นสิ่งที่มีความหมายกับพระที่ได้รับการฮดสรง หลาบที่ว่านี้ท าด้วยโลหะเงินหรือค า(ทองค า) เรียกเป็นที่รู้
กันว่า หลาบเงินหรือหลาบค า ขึ้นอยู่กับความพร้อมของชาวบ้านและระดับฐานะของการฮดสรง แต่เท่าที่พบ
ส่วนใหญ่มักจะท าด้วยเงิน โดยน าเนื้อเงินหรือค ามาตีเป็นแผ่นบางๆ ส่วนความยาวของหลาบ มีค ากล่าวกันมา
ว่า “ส าเร็จเพยงตา ซาเพยงหู คูฮอบง่อน” เพอใช้จารหรือจารึกด้วยตัวอกษรขอม เป็นข้อความที่เป็นมงคล
ี
ื่
ั
ี
เตรียมไว้เพื่อถวายพระที่ได้รับนิมนต์เข้าพิธีเถราภิเษก
ิ
ควบคู่กับการท าหลาบโลหะดังกล่าว ในอดีตชาวบ้านจะจัดหา “ใบลาน” ที่มีขนาดใหญ่เป็นพเศษกว่า
การใช้จารหนังสือผูกและหนังสือก้อมทั่วไป น ามาเลือกตัดเอาเฉพาะส่วนที่สมบูรณ์ให้ยาวประมาณ ๑ คืบ หรือ
่
คืบเศษๆ เพอใช้จารเขียนค า “อานประกาศ” ด้วยตัวอกษรขอม เช่นเดียวกันกับที่จารบนโลหะหลาบ ซึ่งเป็น
ื่
ั
เสมือนสัญลักษณ์การประกาศแต่งตั้งยกย่องเชิดชูต่อประชาคมที่มาร่วมงาน
ั
ทั้งหลาบโลหะและหลาบใบลานอ่านประกาศที่จารเสร็จแล้วนี้ จะจัดใส่รวมกนไว้ในบั้งไม้ไผ่ที่ชาวบ้าน
ท าขึ้นเองเช่นกัน โดยการตัดข้อปล้องอกด้านหนึ่งให้ใส่หลาบโลหะและใบลานอานประกาศในแนวตั้งได้ ส่วน
ี
่
ข้อปล้องหนึ่งจะท าฝาสวมปิด ขัดผิวให้เรียบร้อย ลงรักปิดทอง เรียกกันว่า “บั้งหลาบ” เพอใช้ถวายพระใน
ื่
พิธีเถราภิเษก ถือเป็นวัตถุมงคลแห่งชีวิตของพระรูปนั้น
ั
ถ้าพจารณาในแง่พฒนาการแล้ว ก็พอจะเห็นได้ว่าบั้งหลาบที่ใช้ใส่เก็บรักษาหลาบโลหะและใบลาน
ิ
อ่านประกาศที่กล่าวนี้ น่าจะมีการยืมเอา “บั้งจุ้ม” ที่ใช้ใส่เก็บรักษาหนังสือผูกและหนังสือก้อมมาใช้ในโอกาส
พิเศษคือพิธีเถราภิเษกก็ได้ เพราะต่างก็อยู่ในบริบทของความเชื่อที่เกี่ยวกับความขลังศักดิ์สิทธิ์เช่นเดียวกัน
่
นอกจากนี้ถ้าจะดูที่มีการใช้ทั้งหลาบโลหะและใบลานอานประกาศแล้ว ก็ชวนให้คิดได้ว่า แต่โบราณ
่
จริงๆ แล้ว ชาวบ้านอสานน่าจะน าเอาใบลานมาจารเขียนค าอานประกาศในพธีเถราภิเษกมาก่อน เพราะดูจะ
ิ
ี
สอดคล้องกับการเก็บรักษาไว้ในบุ้งจุ้มเหมือนกับหนังสือผูกและหนังสือก้อมด้วย จึงชวนให้เข้าใจว่าหลาบโลหะ
ี
น่าจะเป็นสิ่งที่ชาวบ้านคิดทาขึ้นมาภายหลัง เพราะเป็นวัสดุที่ท าได้ยาก หาได้ยากกว่า เนื่องจากเป็นโลหะมค่า-
มีราคา ถ้าเอามาใช้ร่วมด้วยกับใบลานของเดิมก็จะท าให้การประกอบพิธีกรรมดูมีคณค่าความขลังศักดิ์สิทธิ์มาก
ุ
ขึ้น ทั้งยังเป็นวัสดุใหม่ที่คงทนถาวรมากกว่าใบลานด้วย
ประกอบกับหลักฐานจากการสัมภาษณ์และเข้าร่วมเหตุการณ์ในช่วงหลังๆ ก็พบว่า ชาวบ้านอสานว่า
ี
ิ
ี
ส่วนใหญ่มักจะใช้แต่หลาบโลหะเป็นสัญลักษณ์ในงานพธีเถราภิเษกเพยงอย่างเดียวเท่านั้น ไม่มีการใช้ใบลาน
กันเลย ซึ่งแสดงให้เห็นว่าหลาบโลหะซึ่งมีลักษณะคล้ายกับใบลานที่เคยใช้กันมาแต่เดิม ได้เข้ามาท าหน้าที่
่
บันทึกค าอานประกาศแทนใบลาน โดยสิ้นเชิงแล้ว และทั้งก็ไม่มีการใส่เก็บไว้ในบั้งจุ้มตามแบบเดิมแล้วด้วย
เพราะเมื่อใช้หลาบโลหะที่คงทนกว่าใบลาน ก็ไม่จ าเป็นต้องมีบั้งจุ้มอีกต่อไปแล้ว
แม้ว่าการจารค าประกาศบนใบลานในพิธีเถราภิเษกในอดีต จะมีการเปลี่ยนแปลงมาใช้หลาบโลหะร่วม
ด้วย และจนกระทั่งถูกแทนที่โดยหลาบโลหะแล้วก็ตาม แต่ความเชื่อเรื่องความเป็นมงคลในชีวิตของพระที่

