Page 165 - ebook.msu.ac.th
P. 165
162
งดงามยิ่งขึ้น ก็จะใช้ทองค าเปลวปิดทับบนน้ าเกลี้ยงให้เป็นสีทอง ที่เรียกว่า “ลานค า” หรือ “ลานทอง” (ล่อง
รัก)
๑๐. แห้งสนิทดีแล้วจึงเอาไม้ขอบออก น าใบลานมาจัดเรียงให้เป็น “ผูก” ตามล าดับชื่อเรื่อง ซึ่งจะมี
การจารบอกล าดับใบลานไว้ด้วยตัวเลข หรือตามล าดับตัวอักษรไว้
๑๑. เอาเชือกฝ้ายหรือเชือกไหมที่เรียกว่า “สายสนอง” สอดร้อยใบลานเข้าด้วยกัน ตามที่ล าดับไว้
เรียกว่า “ผูก”
๑๒. บางเรื่องที่จารอาจจะเป็นเรื่องยาวมาก ก็มักจะแยกออกเป็นหลายผูก เรียกว่า “ผูกหนึ่ง,
ผูกสอง...” ตามล าดับเรื่อง (ปกติจะจัดผูกละประมาณ ๒๕-๓๐ ลาน แต่ทั่วไปแต่ก่อนจะถือ ๒๔ ลาน เป็น
มาตรฐาน)
ี
๑๓. ตามปกติการเก็บหนังสือผูกใบลานจะใช้ผ้าห่อพนไว้ แล้วมัดให้แน่นด้วยเชือกอกทีหนึ่ง ถ้า
ั
ั
หนังสือผูกเรื่องนั้นยาว จนต้องแบ่งเป็นหลายผูก ก็มีจะเอาวางซ้อนกันหรือวางเรียงกัน แล้วใช้ผ้าห่อพนรวมกน
ั
ไว้ในมัดเดียวกัน จึงเรียกว่า “มัด” ปกติการห่อพันหนังสือผูกไว้เป็นมัดๆ นี้ ส่วนใหญ่จะใช้ผ้าขาวธรรมดา แต่ก็
ั
มีจ านวนไม่น้อยที่ใช้ผ้าซิ่นไหม เพราะชาวบ้านในอดีตเชื่อว่าจะได้บุญมากที่ได้ใช้ผ้าอย่างดีห่อพนหนังสือผูกใบ
ลานถวายวัด เพื่อเผยแพร่ปัญญา ความรู้ ความคิด
๑๔. ปลายเชือกที่มัดผ้าห่อหนังสือผูกจะมี “ไม้กีม” หรือ “ปี้” ผูกติดกับปลายเชือกมัดโดยจะเขียน
“ฝอย” บอกชื่อเรื่องที่จารไว้ในหนังสือผูกมัดนั้นๆ รวมทั้งเขียนบอก “จ านวนผูก” ที่อยู่ในมัดนั้นด้วย ปกติ
ไม้กมหรือปี้ดังกล่าวนี้ จะใช้ไม้ไผ่ที่มีติวหรือผิวแก่ๆ เพื่อความทนทานและเขียนง่าย
ี
การเก็บรักษาหนังสือใบลาน
การเกบรักษาหนังสือใบลานทั่วไปอาจแยกพิจารณาได้เป็น ๒ ส่วน คือ การเก็บใบลานแต่ละผูกให้เป็น
็
มัด และการเก็บมัดหนังสือใบลานแต่ละมัด
ื่
ปกติการเก็บหนังสือใบลานแต่ละผูกจะใช้ไม้ประกับแนบ ๒ ด้าน เพอรักษาใบลานให้เรียบและไม่
ั
แตกหักแล้วใช้ผ้าพนห่อเก็บ ซึ่งจะใช้ทั้งผ้าฝ้ายและผ้าไหมทุกชนิด คือ ทั้งผ้าขาว ผ้าสี ผ้าลาย ผ้ามัดหมี่ ผ้าขิด
ผ้าจก ฯลฯ เมื่อใช้ผ้าห่อแล้วจะเอาเชือกมัดแล้วเสียบ “ปี้” บอกเรื่อง บอกตอน เพอให้ง่ายต่อการค้นโดยไม่
ื่
ต้องแก้เชือกแก้ผ้าห่อ เพราะเรื่องที่จารหลายเรื่องก็ยาวมากจนต้องแบ่งเป็นหลายผูก เช่น เรื่องพระเวสสันดร
ชาดก, ผาแดง-นางไอ่, สินไชย, การะเกด เป็นต้น
ี
เมื่อห่อหนังสือใบลานเข้าเป็นมัดแล้ว แต่ก่อนชาวอสานมักจะเก็บหนังสือใบลานไว้ในที่เฉพาะและในที่
เคารพ เพราะมีความเชื่อว่าหนังสือใบลานจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับธรรมะและต าราต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับความขลัง
ความศักดิ์สิทธิ์ที่เชื่อถือกันในสังคม จึงพบว่าชาวอสานในอดีตจะแยกการเก็บรักษาหนังสือใบลานผูกและใบ
ี
ลานก้อมไว้ในที่ต่างกันอยู่บ้าง คือ หนังสือใบลานผูกที่ส่วนใหญ่จารด้วยตัวอกษรธรรมเป็นเรื่องราวทางพทธ
ุ
ั
ศาสนาและต านานนิทานชาดกต่างๆ ที่พระใช้เทศน์มักจะเก็บไว้ในวัด โดยเอาแต่ละมัดรวมๆ กันเก็บรักษาไว้
ใน “ตู้หนังสือผูก” ที่มักท าเป็นกล่องไม้ทึบรูปทรงสี่เหลี่ยมมีฝาปิดครอบด้านบน รูปร่างคล้ายฐานสิม (โบสถ์)
หรือฐานธาตุเจดีย์ ตู้หนังสือผูกดังกล่าวนี้ อาจจะตั้งเก็บไว้ในหลายๆ แห่ง คือ กุฏิพระและหอแจก (โรงธรรม
หรือศาลาการเปรียญ) และยังมีพบอยู่หลายแห่งที่เอาตู้หนังสือผูกไปเก็บรักษาไว้ใน “หอไตร” ซึ่งเป็นสถานที่
เก็บรักษาโดยเฉพาะและบางแห่งก็สร้างยกเสาสูงอยู่ในสระน้ าเพอป้องกนปลวก มด มอด แมลงสาบ กัดกันจน
ั
ื่
ใบลานช ารุดเสียหาย

