Page 163 - ebook.msu.ac.th
P. 163

160


               ได้รับการฮดสรง และเป็นมงคลของชุมชนที่มีพระดี เป็นศักดิ์ศรีของชุมชนก็ยังคงเหลืออยู่ ส่วนความขลัง
                                                                         ิ
                                                                                                  ี่
               ศักดิ์สิทธิ์ของพิธีกรรมนั้น จะเห็นได้ทั้งในรูปของการจัดงานประเพณีพธีกรรมฮดสรง และความรู้สึกทผูกพันต่อ
               กันระหว่างพระที่รับการฮดสรงกับชาวบ้านในชุมชนที่เป็นเสมือน “สัญญาประชาคม” นั่นคือ พระรูปใดยอม
               กับการฮดสรงแล้วจะรู้สึกเป็น “พนธสัญญา” ที่ต้องปฏิบัติให้ได้ในบางอย่าง เช่น ในพรรษานั้นจะต้องอยู่จ า
                                            ั
                                                                               ื่
               พรรษาในวัดของชุมชนนั้นต่อไปอย่างน้อย ๑ พรรษา โดยจะไปจ าพรรษาที่อนไม่ได้ และจะสึกในพรรษานั้นก็
               ไม่ได้ด้วย เป็นต้น


               อักษรที่ใช้ในหนังสือใบลานอีสาน


                       จากการศึกษาของนักวิชาการทางภาษาวรรณกรรม และนักโบราณคดี พบว่าในดินแดนอสาน เคยมี
                                                                                                 ี
                        ั
               การใช้ตัวอกษรบันทึกเรื่องราวเหตุการณ์ต่างๆ ทางสังคมและวัฒนธรรมอย่างหลากหลายกว้างขวาง และมีการ
                             ั
                                                                 ั
                                                                                                  ิ
               ใช้รูปแบบของอกษรในการบันทึกหลายชนิดด้วยกัน คือ อกษรปัลละวะ (อกษรคฤนถ์หรืออกษรอนเดียใต้)
                                                                               ั
                                                                                             ั
                      ุ
                                                                                                       ุ
                                                              ั
                                              ั
               ในช่วงพทธศตวรรษที่ ๑๒-๑๖ และอกษรขอมโบราณ (อกษรขอมสมัยเมืองพระนคร) ที่นิยมใช้กันในช่วงพทธ
               ศตวรรษที่ ๑๖-๑๘ ซึ่งพบมีใช้กับศิลาจารึกเป็นส าคัญในช่วงสมัยทวารวดีและสมัยลพบุรี(ขอม) และ
                                                       ั
                                          ั
               นอกจากนั้นก็ยังพบว่ามีการใช้อกษรธรรมและอกษรไทยน้อยจารึกลงแผ่นหินในช่วงพทธศตวรรษที่ ๑๙-๒๑
                                                                                       ุ
               ลงมาด้วย ซึ่งเป็นระยะเวลาร่วมสมัยกับอยุธยาตอนต้นเป็นต้นมา
                                                                                            ิ
                       ส่วนการจารตัวอกษรใบลานที่มักพบอยู่ตามวัดต่างๆ และตามบ้านเรือนของเจ้าพธีกรรมทั่วไปนั้น
                                     ั
                                             ั
                                   ั
               ส่วนใหญ่นิยมจารด้วยอกษรธรรม(อกษรธรรมล้านนาหรืออกษรไทยใหญ่) และอกษรไทยน้อย(อกษรลาวเก่า)
                                                                                               ั
                                                                 ั
                                                                                  ั
               รวมทั้งมีการจารด้วยตัวอักษรขอม(อักษรขอมไทย) รวมอยู่ด้วย
                                                           ี
                                 ั
                                                                                                 ี
                       นอกจากตัวอกษรทั้ง ๓ ชนิดดังกล่าวที่ชาวอสานในอดีตนิยมจารลงบนใบลานแล้ว ยังพบอกด้วยว่ามี
                         ั
               การใช้ “อกษรสร้อย” และ “อกษรกาบ” จารแทรกอยู่ในใบลานก้อม(ใบลานสั้น) หรือหนังสือก้อม
                                            ั
               ประเภทผญา โตงโตย ฯลฯ ที่นิยมจารอกษรไทยน้อยอยู่บ้าง รวมทั้งการจาร “ตัวเกษียณ” ที่จารเป็นลายมือ
                                                 ั
               หวัดๆ ที่ใช้ได้กับทั้งตัวอกษรธรรมและอกษรไทยน้อย แต่จะมีขนาดเล็กว่าปกติทั่วไปเหมือนจะเป็นการจาร
                                    ั
                                                 ั
               บันทึกไว้เพื่อช่วยความจ า กันลืมมากว่า

               การจารหนังสือใบลาน
                       การจารหรือเขียนบันทึกเรื่องราวต่างๆ เพอสืบทอดวัฒนธรรมการเรียนรู้ของคนในอดีตนั้น เท่าที่พบ
                                                         ื่
               ในหลักฐานแล้ว มีการเขียนบนวัสดุต่างๆ หลายชนิด เช่น กระดาษข่อย(ภาคกลาง), กระดาษสา(ปั๊บสาใน
               ภาคเหนือ), แผ่นโลหะเงิน-ทองค า-ส าริด, ผิวไม้ไผ่(หนังสือเจืองหรือหนังสือเจียง), แผ่นไม้,หิน(ศิลาจารึก), อิฐ,
               แผ่นปูน-ผนังปูน, ดินเผา, กระดูก, แผ่นหนัง ฯลฯ ส่วนในสังคมภาคอสานส่วนใหญ่มักนิยมจารบันทึกลงบน
                                                                          ี
               ใบลาน
                       เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้จารใบลาน
                       เครื่องมือและอปกรณ์ที่ส าคัญในการจารใบลานในอสานคือ ใบลาน, เหล็กจาร, ขี้หมิ่นหม้อหรือเขม่า
                                   ุ
                                                                 ี
               ไฟ, น้ ามันที่ได้จากยางไม้, ทราย ฯลฯ
                       ใบลาน : ถ้าต้องการจารเป็นหนังสือผูกทั่วไป มักจะตัดยาวประมาณ ๖๐-๘๐ ซม. หรืออาจจะสั้น-ยาว
               กว่าบ้างเล็กน้อยก็ได้ ถ้าต้องการจารเป็นหนังสือก้อม จะตัดให้สั้นกว่าหนังสือผูกประมาณครึ่งหนึ่งของหนังสือ
               ผูก แต่ถ้าจารค าประกาศในพิธีเถราภิเษกให้ตัดยาวประมาณ ๑ คืบ
   158   159   160   161   162   163   164   165   166   167   168