Page 203 - ebook.msu.ac.th
P. 203

200




               เรื่องท้าวก่ ากาด า (ท้าวกินรี)
               อักษรธรรม ๑ ผูก วัดศรีคุณเมือง บ้านาจาน ต าบลระเว อ าเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี


                                                                                                      ิ
                       แต่ก่อนนานมาแล้ว มีผัวเมียที่ยากจนมากครอบครัวหนึ่ง แต่งงานมา ๗ ปี ไม่มีลูกจึงขอลูกจากพระอนทร์
                    ิ
                                     ้
               พระอนทร์จึงประทานลูกใหเป็นชาย ก่อนท้องแม่ฝันว่าลูกแก้วสีด าตกเข้าปาก ลูกแก้วลอยหนีไป ส่งแสงสว่างไปทั่ว
                                                                ั
               เมื่อตั้งท้องเกิดลูกเป็นชายตัวด าเหมือนการูปชั่วตัวด าใครๆ ก็หวเราะเยาะ แม่ไม่ยอมเลี้ยงเพราะอบอายจึงเอาไปล่อง
                                                                                           ั
                                                                     ิ
               แพทิ้ง เด็กด าลอยไปอยู่ ๗ วัน ๗ คืน ก็มาถึงหาดทรายแห่งหนึ่ง พระอนทร์เล็งเหนว่าล าบากเลยใหกาด ามาช่วยพาไป
                                                                              ็
                                                                                           ้
               ไว้เมื องเบ็ งจาล  กิน รีเล ยห าผล ไม้ กิน เป็ น อาห าร เจ้าของส วน ม าพ บ เข้ าจึงเอาไป เลี้ยงไว้
                       วันหนึ่งกินรีช่วยยายเจ้าของสวนร้อยดอกไม้มาลัยได้สวยงามมาก ยายเอาไปถวายธิดากษัตริย์ชื่อนางลุน นาง
                          ็
               ลุนก็อยากเหนตัวคนร้อยมาลัย วันหนึ่งกินรีท าอบายใหยายพานางมาชมสวน กินรีพบนาง กินรีหลงรักนาง กินรีมี
                                                      ุ
                                                           ้
               ความสามารถในการเป่าแคนได้ไพเราะ จึงเป่าแคนให้ผู้คนฟัง เสียงเล่าลือว่ากินรีเป่าแคนได้ไพเราะไปทั่วเมือง วันหนึ่ง
               กินรีได้ถอดรูปร้ายกลายเป็นคนร่างงามสง่าไปหานางลุนบอกนางว่ามาจาก เมืองอินทปัฐ และได้นางเป็นเมีย  เจ้าเมือง
                                                     ้
                                  ้
               ฝันว่าช้างมาไล่คนกินออยกล้วยของเมืองจึงใหหมอมาทาย กาด าได้เฝ้ากษัตริย์ เพราะชื่อเสียงว่าเป่าแคนเพราะ
                                                                                         ้
               กลางคืนกินรีไปหานางและได้ขอแหวนและผ้าสไบมาไว้เป็นที่ระลึก กลับมาบ้านให้ยายไปขอให เจ้าเมืองเรียกสินสอด
               เงิน แสนชั่ง ( ๑ ชั่ง = ๔ ต าลึง ๆ = ๘๐ บาท ) ทองแสนชั่ง ช้างพันตัว มีคนขับขี่พร้อม คนใช้พันคน สะพานเงิน
               สะพานทอง จากบ้านยายไปหาพระราชวัง พระอนทร์และพญานาคมาช่วยท าสะพาน หาสินสอดในที่สุดกินรีกับนาง
                                                      ิ
               ลุนก็ได้แต่งงานกัน

               เรื่องท้าวผาแดง – นางไอ่

               อักษรธรรม ๘ ผูก วดสุทธาวาส บ้านโสกใหญ่ ต าบลลือ อ าเภอพนา จังหวดอุบลราชธานี (ปัจจุบัน จังหวด
                                                                              ั
                                                                                                        ั
                                ั
               อ านาจเจริญ)

                       เมืองสุวรรณโคมค าหรือเอกธีตา อยู่ทางทิศใต้ของเมืองหนองแส เมืองเอกธีตานี้มีพระยาขอมเป็นผู้ปกครอง
               มีนางจันทร์เป็นมเหสี ต่อมาได้ใหก าเนิดธิดาสาวสวยคนหนึ่งชื่อไอค า พระยาขอมมีน้องชาย ๒ คน ใหไปครองเมือง
                                          ้
                                                                                               ้
                                                                   ่
                                                 ้
               เชียงเหียนและเมืองสีแก้ว มีหลาน ๓ คนใหไปปกครองเมืองฟ้าแดด เมืองหงส์ และเมืองทอง นางไอ่ค าเมื่ออายุได้ ๑๕
               ปี มีความงามเล่าลือไปทั่วทุกทิศจนกระทั่งไปเข้าหูของท้าวผาแดงแห่งเมืองผาโพง ท้าวผาแดงจึงขึ้นขี่ม้ามาแอบหานาง
               ไอ่ และได้สมัครรักใคร่กันแล้วสัญญากันว่า จะท าพิธีสู่ขอและแต่งงานกันตามประเพณีในไม่ช้านี้ ยังมีเมองอีกแห่งหนึ่ง
                                                                                               ื
                            ุ
               ชื่อศรีสัตนาคนหต มีสุทโธนาคครองเมือง มีโอรสชื่อภังคี สุทโธนาคนี้อพยพมาจากหนองแส เพราะผิดใจกับสุวรรณ
               นาคผู้เป็นสหายเนื่องมาจากการแบ่งเนื้อเม่น คือ สุทโธนาคไม่พอใจเพราะได้น้อยคิดว่าสุวรรณนาคเล่นไม่ซื่อจึงเกิดการ
                                                         ิ
               ทะเลาะกัน เป็นสงครามอนยิ่งใหญ่ เดือดร้อนถึงพระอนทร์ต้องส่งเทพบุตรลงมาหามศึกสงคราม และเทพบุตรได้แบ่ง
                                   ั
                                                                               ้
               เขตใหทั้งสองอยู่คือ สุวรรณนาคปกครองฝั่งใต้ สุทโธนาคครองฝั่งเหนือและตะวันออก โดยแบ่งลงไปจดฝั่งทะเล นาค
                    ้
               ทั้งสองจึงขุดคลองจากหนองแสลงสู่ทะเล โดยสุวรรณนาคขุดแม่น้ าน่านหรือโพระมิง ตั้งเมืองนันทบุรี
                                                        ี
                       ส่วนสุทโธนาคขุดแม่น้ าโขง และตั้งเมืองศรสัตนาคนหุต ครงถึงกลางเดือนหกพระยาขอมจะท าบุญบั้งไฟจึงมี
                                                                    ั้
               ใบ บอกบุญไปยังหวเมืองต่างๆ ที่เป็นบริวารใหท าบั้งไฟไปร่วมจุดในงาน ท้าวผาแดงไม่ได้รับใบบอกบุญ แต่ได้ทราบ
                              ั
                                                    ้
                                                        ่
               ข่าวจึงจัดบั้งไฟหมื่นไปร่วมบุญด้วยแล้วได้พบนางไอค าเป็นครั้ง ที่สอง และได้รับการต้อนรับอย่างดี ในการจุดบั้งไฟ
               พระยาขอมให้มีการพนันกันว่าถ้าบั้งไฟของใครชนะจะให้ทรัพย์สมบัติและนางสนม ก านัล ส าหรับท้าวผาแดงนั้นจะยก
               นางไอ่ค าให้ ในเวลาจุดปรากฏว่าบั้งไฟของเมืองอื่นๆ ขึ้นหมด ส่วนของพระยาขอมไม่ขึ้น (ซุ) และของท้าวผาแดงแตก
               กลางบั้ง แต่พระยาขอมก็เฉยเสียไม่ท าตามสัญญา เจ้าเมืองต่างๆ จึงพากันกลับหมด ส่วนท้าวผาแดงก็กลับเมืองของตน
               พร้อมกับความทุกข์เพราะความรักและบั้งไฟไม่ ขึ้น งานบุญบั้งไฟนั้นท้าวภังคี ลูกชายสุทโธนาค ไม่ได้น าบั้งไฟมาร่วม
   198   199   200   201   202   203   204   205   206   207   208