Page 202 - ebook.msu.ac.th
P. 202

199


               ผูกพันรักใคร่กับสุนัข ท้าวจุลละนีจึงเนรเทศนางออกจากเมืองไป เป็นคนเลี้ยงหมูแสนทุกข์ทรมานกายใจ ส่วนกุมารทั้ง
                          ั
               สี่คนถูกนางอคคีจับใส่ไหไหลลอยน้ าไปติดอยู่ที่สวนดอกไม้ ย่าจ าสวนเอาศพกุมารทั้งสี่ไปเผาตรงเชิงตะกอน เชิง
                                                       ี
               ตะกอนที่เผานั้นเกิดมีต้นจ าปาเกิดขึ้นสี่ต้น นางอัคคสืบทราบความจริงอีก จึงให้เสนามาโค่นแล้วให้ลอยน้ าไป จ าปาทั้ง
                                                   ้
               สี่ต้นลอยไปถึงพระฤาษี พระฤาษีจึงชุบชีวิตใหเป็นมนุษย์เหมือนเดิมแล้วสอนวิชาอาคมต่างๆ ให้กุมารทั้งสี่คน ได้เที่ยว
               รบชนะยักษ์มาร  มนุษย์ได้เมืองขึ้นมากมายแล้วกลับ กุมารทั้งสี่มาหาย่าจ าสวน ออกเดินทางติดตามหาแม่จนพบแล้ว
               เข้าเฝ้าท้าวจุลละนีเล่าความจริงให้ทราบ แล้วอยู่ครองเมืองต่อไป ส่วนนางอัคคีถูกลงโทษให้เป็นทาสเลี้ยงหมู

               เรื่องขุนทึง ขุนเทือง

               อักษรธรรม ๔ ผูก วัดบ้านนาสีนวน บ้านนาสีนวน อ าเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม

                       นครแหงหนึ่งชื่อ เชียงเงื้อม หรือเชียงใหญ่ มีกษัตริย์ นามว่า ขุนเทืองและนางบุสดี ปกครองบ้านเมือง ครั้ง
                             ่
                                                                                                     ่
               หนึ่งขุนเทืองต้องการจะออกเดินเที่ยวป่า จึงออกเดินทางจากเมืองไปในป่าประมาณ ๒ เดือน จึงไปถึงแม่น้ าแหงหนึ่ง
                                                                                     ่
               เป็นสวนของเงือก (พญานาค)แล้วพระองค์ได้พบลูกสาวเงือก ชื่อว่า นางแอกไค้ เกิดรักใครกัน ขุนเทืองจึงตามนางไป
               ยังบาดาลและอยู่ที่นั่นถึง ๒ ปีกว่า ในขณะที่ขุนเทืองไม่อยู่นี้ นางบุสดีได้เอาหมอมอ(โหร) มาทายดูว่าขุนเทืองอยู่ที่ใด
               ได้รู้ว่าขุนเทืองอยู่ที่เมืองเงือกกับลูกสาวพญานาค นางบุสดีจึงบนบานให้พวกผีต่างๆ เช่น ผีน้ า, ผีเสื้อ, ผีตายาย(บรรพ
               บุรุษ) ผีเมือง เป็นต้น ตามไปบอกท้าวขุนเทืองกลับมาเมือง ขุนเทืองจึงได้ลานางแอกไค้และพญานาคเพื่อจะกลับ  นาง
               แอกไค้ได้มาส่งขุนเทืองถึงท่าน้ า ก่อนจะจากกันนางได้ล้วงเอาลูกในท้องแล้วเอาใบตองทึงห่อใหขุนเทืองตอนกลับเมือง
                                                                                        ้
                                                                           ั
                                                                  ื่
                                                                                                   ็
               เพื่อเอาไปเลี้ยง เมื่อมาถึงเมืองแล้วนางบุสดีไม่พอใจพยายามหาเรองเพื่อท าอนตรายต่างๆ นานา ขุนเทืองเหนท่าไม่ดี

                   ้
               จึงใหเสนาอามาตย์เอาลูกชายชื่อขุนทึงไปปล่อยไว้ในป่า ขุนทึงอยู่ในป่าอย่างสุขสบาย เพราะมีเทวดาและสัตว์ต่างๆ
               มาดูแลรักษาเลี้ยงดู ต่อมาประมาณ ๑ ปี ขุนเทืองคิดถึงขุนทึงลูกชาย จึงใหพวกอามาตย์ออกไปสืบว่ายังมีชีวิตอยู่หรือ

                                                                         ้
                                               ้
               เปล่าเมื่อทราบว่ายังมีชีวิตอยู่จึงไปเชิญเขามาอยู่ในเมือง ขุนทึงเมื่อโตเป็นหนุ่มขึ้นต้องการอยากจะพบแม่ที่แท้จริง จึง
                        ึ
               ไปถามพ่อถงที่อยู่ของแม่ พอทราบว่าแม่นั้นเป็นเงือกอยู่ที่เมืองบาดาลจึงอ าลาพ่อ เพื่อที่จะไปเยี่ยมเยียนถามข่าวคราว
               แม่แล้วออกเดินทางไปตามที่พ่อบอกจนถึงท่าน้ าแล้วเอาไม้ตีน้ าเรียกพวกเงือกให้มาหา พวกเงือกถามดูรู้ว่าเป็นลูกของ
               นางแอกไค้ จึงพาขุนทึงไปเมืองบาดาลของพญานาค ขุนทึงได้พบแม่ ตา และยายแล้วอยู่ที่นั่นเป็นเวลานานพอสมควร
               จึงได้ลาแม่เพื่อกลับเมืองเชียงเงื้อมของพ่อ นางแอกไค้แนะน าใหลาตาแล้วขอของวิเศษเพื่อเป็นเครื่องติดตัวในการ
                                                                  ้
                                           ้
               เดินทาง เมื่อขุนทึงไปลาตา ๆ ได้ใหของที่วิเศษ ๓ อย่าง มี หม้อทองแดง , ดาบ และของ้าว และมาถามวิธีใช้กับแม่
               นางแอกไค้บอกวิธีใช้ว่า หม้อนั้นมีของทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ภายใน ถ้าต้องการอะไรใหตั้งจิตอธิษฐาน แล้วเคาะเบาๆ ของ
                                                                               ้
               ที่ต้องการนั้นจะออกมา ดาบนั้นใช้ในการต่อสู้กับข้าศึกศัตร ส่วนของ้าวนั้นให้ลากไปอย่าแบกหรือถือไป ขณะที่ลากนั้น
                                                             ู
               ถ้าไม่เกี่ยวอะไรก็ให้เดินทางไปเรื่อยๆ หามนอนแม้จะกี่วันก็ตาม แต่ถ้าง้าวไปเกี่ยวกับอะไรแล้วจึงหยุดนอน ขุนทึงเมื่อ
                                              ้
               แม่มาส่งถึงท่าน้ าแล้วก็เดินทางต่อไปโดยปฏิบัติตามค าของแม่ ใช้เวลาเดินอยู่หลายวันจนถึงแม่น้ าใหญ่แห่งหนึ่งของ้าว
               ได้เกี่ยวบางอย่าง จะดึงอย่างไรก็ไม่ออกจึงหยุดนอน ณ ที่นั้น พอเมื่อตื่นขึ้นที่นั้นกลายเป็นเมืองใหญ่ ชื่อว่า ศรีสัตนาค
               นหต ต่อมาขุนทึงได้เคาะหม้อทองแดงแล้วมีหญิงสาวออกมา ๒ คนชื่อ ทึง และทอง ขุนทึงจึงได้อภิเษกเป็นมเหสีทั้ง
                  ุ
               สองคน แล้วขุนทึงก็ครองศรีสัตนาคนหุตต่อมาอย่างมีความสุข   มีข้าทาษบริวาร  มีพญาแหลวสอดส่องบอกเหตุการณ์
               บ้านเมือง ต่อมาครั้งหนึ่งขุนทึงออกไปเที่ยวป่าคนเดียวเดินทางไปประมาณ ๑๕ วัน ถึงป่าหิมพานต์ ได้พบนางชะนี ที่

               อยู่ใกล้กับอาศรมพระฤาษี นางชะนีได้แปลงกายเป็นคนแล้วใส่ยาเสน่หเพื่อให้ขุนทึงรัก ขุนทึงได้หลงเสน่ห์ของนางชะนี
                                                                     ์
               แล้วได้อยู่กับนางชะนีที่ถ้ าในป่าหิมะพานต์นั้น ประมาณ ๓ ปี ได้ลูกชายคนหนึ่งชื่อ อ าคา หรือ อู่แก้ว ต่อมาขุนทึงได้ลา
               นางชะนีกลับมาเมืองศรีสัตตะนาคนหุต พร้อมกับ
   197   198   199   200   201   202   203   204   205   206   207