Page 201 - ebook.msu.ac.th
P. 201

198




               ตัวอย่างสาระโดยย่อของวรรณคดีอีสาน


               เรื่องกาฬเกษ

               อักษรธรรม ๑ ผูก วัดแสงเกษม อ าเภอเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี

                       ณ เมืองพาราณสี มีกษัตริย์นามว่าสุริวงษ์ และมเหสีนามว่า กาฬ ปกครอง และท้าวสุริวงษ์มีม้ามณีกาบ ซึ่ง
               เป็นม้าวิเศษเป็นพาหนะคู่บารมี ครั้งหนึ่งท้าวสุริวงษ์ได้ลามเหสีและชาวเมืองไปเรียนวิชาอาคม โดยมีม้ามณีกาบเป็น
               พาหนะไปพบกับพญาครุฑ และยักษ์กุมภัณฑ์ ต่อมาได้เป็นสหายกันและพระองค์ก็เรียนศาสตรศิลป์กับพระฤาษีจน
               ส าเร็จแล้วกลับมาปกครองเมืองต่อไป
                    เมื่อท้าวสุริวงษ์กลับมาครองเมืองแล้ว ก็ต้องการจะมีบุตรชาย เพื่อเอาไว้สืบราชสมบัติแทนพระองค์ ดังนั้นจึงท าพิธี
                           ิ
                                                                               ้
               ขอลูกกับพระอนทร์ๆ ก็ได้ส่ง เทพบุตรกับเทพธิดาลงมาเกิดในเมืองมนุษย์ เพื่อใหเป็นคู่สามีภรรยากัน โดยเทพบุตร
               องค์หนึ่งมาเกิดในท้องนางกาฬมเหสีของท้าวสุริวงษ์ เมื่อนางกาฬประสูติออกมาเป็นชาย ชื่อว่ากาฬเกษ กาฬเกษกุมาร
               นี้ได้เจริญเติบโตมาเป็นล าดับ ครั้งหนึ่งเข้าไปเล่นในโรงม้าอันเป็นที่อยู่ของม้ามณีกาบ กาฬเกษกุมารได้แอบขึ้นขี่ม้าแล้ว
               ม้ามณีกาบก็พากาฬเกษกุมารเหาะไปในอากาศออกจากเมืองมุ่งเข้าป่า      หิมพานต์  ขณะที่ท้าวกาฬเกษหนีออกจาก
               เมืองนั้น ได้พบกับนกสาริกาคู่หนึ่ง จึงได้สั่งความให้กลับไปบอกท้าวสุริวงษ์ด้วยว่าจะออกไปเที่ยวในป่าถึง ๓ ปี แล้วจะ
               กลับมาเมื่อสั่งความแล้วก็เดินทางต่อไปจนเข้าเขตเมืองผีมนต์ของท้าวผีมนต์ และท้าวกาฬเกษ ได้พักอยู่นอกเมืองพบ
               กับชาวเมืองที่ออกมาหาฟืนแล้วได้ทราบว่าท้าวผีมนต์มีลูกสาวสวยชื่อ มาลีจันทน์ จึงพยายามจะไปพบนางในสวน
               ดอกไม้ เมื่อนางมาลีจันทน์มาชมสวน ท้าวกาฬเกษจึงเข้าไปหาแล้วชอบพอรักใคร่กัน ต่อมาเมื่อตอนกลางคืนจึงแอบ

                 ้
                                                                                           ้
               เขาไปหานางเป็นเวลานาน ต่อมาท้าวผีมนต์สืบได้จึงท าหอกยนต์ดักยิง ขณะที่ท้าวกาฬเกษแอบเขาไปนั้น พระองค์ได้
                                                                       ้
               ถูกหอกยนต์ตายลง แต่ก่อนจะตายท้าวกาฬเกษได้สั่งว่าอย่าเผาศพ ใหเอาใส่แพลอยน้ าไป นางมาลีจันทน์ได้ปฏิบัติ
               ตามที่ท้าวกาฬเกษสั่งทุกประการ ศพของท้าวกาฬเกษลอยทวนกระแสน้ าจนไปถึงอาศรมพระฤาษีแล้วพระฤาษีมาพบ
                                   ้
                                                                 ี
               เขาจึงร่ายมนต์ชุบชีวิตใหฟื้นขึ้นมา ท้าวกาฬเกษคืนมาแล้วจึงเรยนศาสตระศิลป์อยู่กับพระฤาษีจนส าเรจแล้วลาพระ
                 ้
                                                                                               ็
               ฤาษีกลับไปหานางมาลีจันทน์ใหม่ ท้าวผีมนต์ทราบข่าวอีกจึงเกดการรบกันในที่สุด เมื่อท้าวผีมนต์จึงแพ้จึงเมืองและลูก
                                                                ิ
                                  ้
                                                                                        ี
               สาวคือนางมาลีจันทน์ใหแก่ท้าวกาฬเกษ ๆ อยู่ที่นั่นไม่นานก็พานางมาลีจันทน์เดินทางต่อไปอก ในการเดินทางครั้งนี้
               ยักษ์หลายเมืองเช่น ยังษ์ชื่อสาระกัน, ชื่อคันธะยักษ์ และยักษ์ขีนีสาระกาย ต่างต้องการจะใหท้าวกาฬเกษอยู่ครอง
                                                                                         ้
                                                                                                  ั
               เมือง แต่ท้าวกาฬเกษยังต้องการเดินทางต่อไป หลังจากเดินทางตามที่ต้องการแล้ว ในที่สุดท้าวกาฬเกษก็รบนางมาลี
               จันทน์ ไปครองเมืองพาราสี สืบต่อไป


               เรื่องจ าปาสี่ต้น

               อักษรธรรม ๑ ผูก วัดทุ่งศรีเมือง ต าบลในเมือง อ าเภอเมือง จังหวัด อุบลราชธานี

                      มีเมืองใหญ่แหงหนึ่ง ชื่อเมืองจักขิน ครั้งหนึ่งเกิดภัยใหญ่ขึ้น คือมีฮุ่งใหญ่หรือเหยี่ยวใหญ่สองตัวผัวเมียมาจับ
                               ่
               ประชาชนกินเป็นอาหารเป็นประจ า เจ้าเมืองหมดทางสู้จึงน าธิดาสาวชื่อปัดทุมมา ไปซ่อนไว้ในกลองในพระราชวัง ใน
                                                            ่
               ที่สุดฮุ่งใหญ่(นกยักษ์)จับคนกินหมด ต่อมาท้าวจุลละนีแหงเมือง ปัญจานครมาล่าสัตว์ได้หลงเข้าไปในเมืองจักขิน ได้
                 ็
               เหนเป็นเมืองร้างเต็มไปด้วยกระดูกและซากศพ พระองค์จึงไปตีกลองได้พบนางปัดทุมมาร้องออกมาจากในกลอง จึง
               เอานางออกมา ดังนั้นนางจึงมีชื่อหนึ่งว่า นางค ากลอง ท้าวจุลละนีจึงเอานางเป็นมเหสีคนที่สองรองจากนางอัคคี เมื่อ
               นางปัดทุมมาประสูติโอรสนางอัคคีเอาผ้าไปผูกตานางปัททุมมา แล้วเอาลูกสุนัขมาเปลี่ยนพร้อมทั้งใส่ร้ายนางว่ามีความ
   196   197   198   199   200   201   202   203   204   205   206