Page 204 - ebook.msu.ac.th
P. 204

201


                                                            ่
               ด้วย แต่ได้แปลงกายมาร่วมงานด้วย และได้หลงรักนางไอค าด้วยเช่นกัน แต่ไม่มีโอกาสเข้าใกล้นางได้ จึงกลับบ้านไป
                                                                 ั
                                                                      ั
                                                     ุ
                                                                                                   ี
               ด้วยความรักเต็มอก ครั้นถึงเมืองศรีสัตตนาคนหตแล้วก็ไม่เป็นอนกินอนนอน จึงลาพ่อเพื่อมาหานางไอค าอก พ่อได้
                                                                                                ่
               ห้ามไว้แต่ไม่สามารถห้ามปรามได้ เมื่อมาถึงเมืองเอกธีตาแล้วท้าวภังคีแปลงกายเป็นกระรอกด่อน (กระรอกเผือก) ส่วน
               บริวารก็แปลงเป็นสัตว์ กระรอกด่อนภังคีแขวนกระดิ่งไว้ที่คอด้วย ได้ปีนป่ายกระโดดไปตามต้นไม้ใกล้ปราสาทของนาง
                 ่
                                               ่
                                       ่
                                                                      ้
                                                   ็
               ไอค าสายตาสอดส่ายหานางไอค า นางไอค าเหนกระรอกก็อยากได้จึงใหตามนายพรานมาจับ นายพรานได้ยิงกระรอก
               ด่อนด้วยธนู กระรอกด่อนก่อนตายได้อธิษฐานว่า " ขอใหเนื้อข้าจงเอร็ดอร่อย และมีกินแก่คนทั้งเมือง " เมื่อกระรอก
                                                            ้
               ด่อนตายแล้วชาวเมืองก็แบ่งเนื้อกันกิน ยกเว้นแม่ม่าย เพราะเขาถือว่าไม่ได้ช่วยราชการ ฝ่ายบริวารของภังคีเหน
                                                                                                        ็
               เจ้านายของตนเสียทีเขาแล้ว ก็รีบกลับไปบอกท้าวสุทโธนาค ท้าวสุทโธนาคโกรธมากจึงเกณฑ์ไพร่พลนับหมื่นเพื่อถล่ม
               พระยาขอม ใครกนเนื้อภังคีต้องเอาให้ตายทั้งหมด กองทัพนาคจึงมุ่งสู่เมืองพระยาขอมทันที     ในขณะเดียวกันท้าวผา
                             ิ
               แดงคิดถึงนางไอ่ค าจนทนอยู่ไม่ ได้ จึงรีบขึ้นม้าบักสามจากเมืองผาโพงสู่เอกธีตา เมื่อมาถึงนางไอ่ค าก็ต้อนรับด้วยความ
               ดีใจ พร้อมทั้งจัดอาหารมาเลี้ยง เมื่อท้าวผาแดงรู้ว่าเป็นเนื้อกระรอกก็ไม่กิน แล้วบอกนางไอค าว่ากระรอกนี้ไม่ใช่
                                                                                         ่
               กระรอกธรรมดา เป็นท้าวภังคีแปลงตนมา ใครกินเนื้อกระรอกแล้วบ้านเมืองจะถล่มถึงตาย พอตกกลางคืนกองทัพนาค
               ก็มาถึงเมือง แผ่นปฐพีจึงถล่มโครมครามไปทั่ว ท้าวผาแดงจึงให้ไอ่ค าเตรียมข้าวของบางสิ่งที่พอจะเอาไปได้ เช่น แหวน
               ฆ้อง และกลองประจ าเมืองแล้วรีบขึ้นม้าซ้อนท้ายตนแล้วควบม้าบักสามออกจากเมือง ทันที พญานาครู้ว่าไอ่ค าหนีไป
               จึงติดตามไปติด ๆ แผ่นดินก็ถล่มไปไม่หยุด นางไอค าต้องโยน ฆ้องและกลองทิ้ง สุดท้ายก็โยนแหวนทิ้งเพราะเขาใจว่า
                                                                                                     ้
                                                      ่
                                                                               ี
               พญานาคตามมาเอาสิ่งเหล่านี้เพราะล าบากใน การถือแต่พญานาคก็ยังตามมาอก ม้าบักสามก็ค่อย ๆ หมดแรงลง
               พญานาคตามมทันแล้วเอาหางตวัดเกี่ยวเอาตัวนางไอ่ค าลงมาจากหลังม้า ส่วนท้าวผาแดงก็ควบม้าหนีต่อไป พญานาค
                        ี
               ก็ตามไปอกเพราะท้าวผาแดงมีแหวนของนางไอค าติดตัวไปด้วย ท้าวผาแดงจึงทิ้งแหวนเสียตนเองจึงปลอดภัย
                                                       ่
                          ุ้
                                   ่
               พญานาคได้อมเอานางไอค าลงสู่บาดาลต่อไป บ้านใครที่ได้กินเนื้อกระรอกก็ได้ถล่มทลายเป็นทะเลไปหมด เหลือแต่
               บ้านแม่หม้ายที่ไม่ได้กิน จึงกลายเป็นดอนแม่หม้ายจนทุกวันนี้
                       ท้าวผาแดงกลับไปถึงเมืองผาโพงแล้ว เสียใจที่สูญเสียคนรักไปต่อหน้าต่อตา จึงอธิษฐานต่อเทพยดาว่าจะขอ
               ตายเพื่อไปสู้เอานางไอ่ค ากลับคืนมา ว่าแล้วก็กลั้นใจตายบนปราสาท แล้วไปเกิดเป็นหัวหน้าผีได้น ากองทัพผีไปต่อสู้กับ
               พญานาค กองทัพผีกับกองทัพพญานาคได้ต่อสู้กันอยู่นาน น้ าในบึงในหนองขุ่นข้น ดินบนบกกลายเป็นฝุ่นตลบไปหมด
               ร้อนถึงพระอินทร์ต้องลงมาระงับศึกให้พวกผีกลับเมืองผีใหนาคครอบครองบาดาลตามเดิม ส่วนนางไอ่ค าให้อยู่ที่เมือง
                                                             ้
               บาดาลไปก่อน รอใหพระศรีอาริย์ลงมาตัดสินว่า ใครจะเป็นสามีที่แท้จริงของนาง ดังนั้นนางไอค าจึงรออยู่ที่เมือง
                                                                                           ่
                                ้
               บาดาลจนกว่าจะถึงวันนั้น


               เรื่องนางแตงอ่อน

               อักษรธรรม ๖ ผูก วัดมัชฌิมาวาส บ้านนานางวาน ต.ม่วงใหญ่ กิ่ง อ าเภอ โพธิ์ไทร จังหวัดอุบลราชธานี

                       ที่เมืองนครศร เจ้าเมืองนามว่าพระยาโกศรี มเหสีนามว่า ทองแดง มีโอรสนามว่า มหาวงศ์ ท้าวมหาวงศ์ชอบ
                                 ี
               กีฬาชนไก่ วันหนึ่งไปต่อไก่ในป่ากับขุนสี่คน คือ ขุนเครือ ขุนคาน ขุนเคง และขุนทุ่มภู่ ได้ธิดาจระเข้ชื่อนางแตงอ่อน ผู้
                                                                      ่
                                                 ่
               มีรูปกายเป็นมนุษย์มาเป็นมเหสี นางแตงออนประสูติโอรส เมื่อท้าวมหาวงศ์ไปคล้องช้างในป่า นางจึงถูกหมู่มเหสี
               ทั้งหลายเปลี่ยนโอรสของนางเป็นจระเข้ และโอรสจริงเอาไปลอยน้ า เทพธิดาจึงน าไปเลี้ยงไว้บนสวรรค์ และตั้งชื่อว่า
                                                                                   ่
               สุริยง นางแตงออนถูกสามีขับไล่ออกจากเมืองเพราะประสูติโอรสเป็นจระเข นางแตงออนกลับไปเมืองนาคพบกุมภา
                                                                          ้
                            ่
               พี่ชายปกครองเมืองนาคสืบต่อจากบิดา พี่ชายรู้ข่าวด้วยความสงสาร กุมภามอบเมืองให้กอระกันผู้น้องชายปกครองต่อ
               ส่วนตนกับแตงอ่อน ได้บวชเป็นฤาษี เพื่อเรียนวิชาไว้แก้แค้นมหาวงศ์ ซึ่งขับไล่น้องสาวตน สุริยงได้ศึกษาวิชาการต่างๆ
               และได้ลงมาพบว่ามารดาตนถูกยักษ์ลักพาตัวไป ได้ตามมารดาคืน และรบกับยักษ์จนได้ชัยชนะ สุริยงได้นางปทุมมา
   199   200   201   202   203   204   205   206   207   208   209