Page 206 - ebook.msu.ac.th
P. 206

203


               ท้าวสีทนต์ไปตามหานางด้วยความยากล าบาก ไปพบพระฤาษีที่นางมโนราห์ฝากแหวนไว้ พระฤาษีชี้ทางไปและแนะน า
               เช่นการกินผลไม้ให้กินตามนก จะพบเส้นทางยากล าบาก ให้ปราบด้วยมะนาวเสกต่อมาพบยักษ์สูงเจ็ดชั่วล าตาล ให้ใช้
                                                                                                   ิ
               ปืนยิง และข้ามแม่น้ าที่มีงูจงอาง งูเหลือม งูท าทาน เป็นแม่น้ าที่มีพิษ พ้นจากตรงนั้นจะต้องเกาะหลังนกอนทรีย์ไป
                                              ิ
                         ิ
               จนกว่านกอนทรีย์จะพาบินไปถึงป่าหมะพานต์ของนางมโนราห ในที่สุดท้าวสีทนต์ก็ได้พบกับนางมโนราหสมดัง
                                                                   ์
                                                                                                     ์
               ปรารถนา

                       ๒.  ล าประเภทประชันกลอน

               ล าโจทย์แก้
                       ล าโจทย์แก้  ล ากลอนประเภทหนึ่ง  รูปแบบการล าวิวัฒนามาจากการเทศโจทย์ของพระสงฆ์เป็นการถาม
               ตอบกันระหว่างหมอล าสองคน  จะเป็นชายกับชาย  หรือชายกับหญิงก็ได้  แต่ที่นิยมคือเป็นกลอนล า  ถามคู่ล าในด้าน
               ต่างๆ  เช่น  วรรณคดี  ประวัติศาสตร์  ศาสนา  ภูมิศาสตร์  เป็นต้น  ฝ่ายที่ล าทีหลังจะเป็นฝ่ายตอบค าถามและตั้ง
               ค าถามต่อไป  พิมพ์  รัตนคุณสาสน์  (๒๕๓๔ :  ๗๙)  ได้กล่าวถึงลักษณะการล าไว้ว่า  ล าโจทย์แก้จะล ากลอนสาดด่า

                                                                                             ื่
               กันอย่างเผ็ดร้อน  แล้วถามกันในวิชาธรรมะบ้าง  บาลีบ้าง  มูลเดิมบ้าง  ประวัติศาสตร์บ้าง  และอนๆ  นับไม่ถ้วน
               ตอนถามแล้วคุยสาดแล้วก็เดินดงด้วยกลอนแปลว่าเป็นหนึ่งจบก็ลงล าไว้  สับเปลี่ยนกันอยู่อย่างนี้จนสว่าง

               ล ากลอนหรือหมอล าคู่

                       ล ากลอนหรือทางอุบลราชธานีเรียกว่าหมอล าคู่ พัฒนามาจากหมอล าโจทย์แก้ เป็นการล าประชันกลอน เอา
               แพ้-ชนะกันด้วยกลอนล า ถามตอบกันด้านวิชาการอย่างกว้างขวางทั้งทางโลกและทางธรรม จึงเรียกหมอล าประเภทนี้
               ว่า หมอล ากลอนคู่ล าชายกับหญิง แต่มีลักษณะขนาดคล้ายกันกับ “ล าโจทย์-แก้” และ “ล าชิงชู้” โดยมีชาย ๒ คน
               หญิง ๑ คน หรือชาย ๓ คน หญิง ๑ คน ต่อมาเนื้อหาของหมอล ากลอนเป็นการเกี้ยวพาราสี ทางกลอนทางสั้น กลอน
               ทางยาว  และกลอนเต้ย  ล ากลอนถือว่ามีความสมบูรณ์แบบที่สุดในบรรดาล าประเภทประชันกลอน


               ล าชิงชู้
                       ล าชิงชู้  เป็นล ากลอนประเภทหนึ่งมีผู้แสดง  ๓ คน  คือ  หมอล าชาย ๒ คน  หมอล าหญิง  ๑  คน  กับหมอ
               แคนอก  ๑  คน  ลักษณะการล าจะเป็นการมุ่งเสนอเนื้อหาที่เกิดจากการขดแย้งกันในเรื่องของความรัก  โดยสมมุติให ้
                    ี
                                                                        ั
                                                                                  ้
               ฝ่ายชายซึ่งมี ๒  คน  รักผู้หญิงคนเดียวกัน ชายคนหนึ่งจะเป็นคนรวย  (อาจสมมุติใหเป็นพ่อค้า)  และชายอกคนจะ
                                                                                                    ี
               เป็นคนจน  (อาจสมมุติให้เป็นชาวนา  หรือ  พ่อนา)  ในลักษณะการแย่งชิงผู้หญิงคนเดียวนี้เองที่เรียกว่า  “ชิงชู้”  ซึ่ง
               ทั้งฝ่ายพ่อค้าและชาวนาต้องแสดงความสามารถในเรื่องวาทะ  โวหาร  ปฏิภาณไหวพริบโต้ตอบกันอย่างเต็มที่  ต่าง
               ฝ่ายต่างก็ยกเอาส่วนดีของตนมาอวดต่อฝ่ายหญิง  ในขณะเดียวกันก็พยายามหาเอาความไม่ดี  ข้อบกพร่องของอีกฝ่าย
                                          ้
                                                              ั
                                                      ่
                       ้
               มาบอกใหฝ่ายหญิงทราบ  เพื่อใหฝ่ายหญิงนั้นใจออนและหนมารับรักตนในที่สุด  ส าหรับฝ่ายหญิงนั้นในระยะแรกก็
                                                                          ้
               ต้องแสดงตนว่าเป็นกลาง  ไม่เขาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง  ส่วนใหญ่มักจะเอนเอียงเขากับฝ่ายคนรวยก่อน  ต่อเมื่อภายหลังจึง
                                        ้
               หันกลับมารักฝ่ายชาวนา  และตกลงแต่งงานกับชาวนาในที่สุด  (ไพบูลย์  แพงเงิน  ๒๕๓๔  : ๔๑๔)บางครั้งเรียก  ล า
                                                                   ์
               สามเกลอเป็นการล าชิงชู้อกแบบหนึ่ง  บางทีเรียกว่า  ล าสามสิงหชิงนาง  เป็นการล าที่ประกอบด้วยผู้ชายสามคน
                                    ี
               ผู้หญิงหนึ่งคน  ผู้ชายทั้งสามคนอาจจะสมมุติตัวเองเป็นชาวนา  พ่อค้า  และข้าราชการ  ซึ่งผู้ชายทั้งสามคนต่างหลง
                                                                                   ้
               รักผู้หญิงคนเดียว  ในการล าแต่ละคนจะยกข้อดีของตนมาใหฝ่ายหญิงรับรู้  และจะยกขอเสียของคนอื่นเพื่อทับถมให ้
                                                              ้
               เป็นผู้ที่ด้อยกว่าตนเอง  ส่วนฝ่ายหญิงก็พยายามสอบถามแต่ละฝ่ายถึงความดีความงามเพื่อให้เกิดความแน่ใจก่อนที่จะ
               ตกลงปลงใจแต่งงานด้วย
   201   202   203   204   205   206   207   208   209   210   211