Page 45 - Neuropsychiatric.indd
P. 45
ั
ิ
ผู้ป่วยที่ใช้ levodopa ในระยะยาว (3-5 ป) มกเกดการตอบสนองต่อ levodopa ไม่สม่ าเสมอ โดย
ี
เกิดได้ 2 ลักษณะ คือ 1) End-of-dose wearing off คือ ภาวะที่ผู้ป่วยมีอาการเกร็งและเคลื่อนไหวไม่ได้ก่อน
ิ
์
ได้รบยามอถัดไป ซ่งเกดจากการตายของเซลลประสาท dopamine และคาครงชีวิตของ levodopa สั้น (1-3
ื
้
ึ
ั
่
ึ
่
ิ่
ชั่วโมง) ท าให้การตอบสนองต่อยาขึ้นกับระดับ levodopa ในเลือดเท่านั้น ซึ่งแก้ไขโดยเพมความถี่ของการ
ื่
ื
รับประทานยาหรอใช้ยากลุ่มอนร่วมด้วย และ 2) Peak-dose dyskinesia คือ ภาวะที่มีการเคลื่อนไหวแบบ
ื
บิดไปมาหรือเคลื่อนไหวซ้ า ๆ ในรูปแบบเดิม (dyskinesia) เน่องจากระดบ levodopa และ dopamine ใน
ั
สมองสงเกนไป แนวทางการแกไข ได้แก ปรับลดขนาด levodopa การใช้ levodopa ตองระวังอาการไม่พง ึ
้
ู
่
ิ
้
ั
ื
ี
ิ
ิ
ั
้
่
ี
์
ประสงคต่อประสาท ทงทมสาเหตุจากยาเอง หรอสาเหตุจากอันตรกรยาระหว่างยา โดยเฉพาะกบ MAO
inhibitors ที่ออกฤทธิ์ไม่จ าเพาะ (non-selective) 60,61
์
อาการไม่พงประสงคจากยาต่อจิต 58,59 ได้แก่ โรคจิต กลุ่มอาการวิตกกังวล ทั้งนี้โรคจิตพบมากที่สุด
ึ
จากการใช้ยา anticholinergics ล าดับถัดมา คือ amantadine, dopamine agonists, MAO inhibitors,
COMT inhibitors และ levodopa ลดลงมาตามล าดับ ส าหรับ dopamine agonists มีอาการไม่พึงประสงค์
่
ึ
ที่เด่น คือ ขาดความยับยั้งชั่งใจ อาการไมพงประสงคจากยาตอประสาท 58,59 ได้แก่ ความผิดปกติของการรับรู้
่
์
และความคิด และร่างกายเคลื่อนไหวผิดปกติ ส าหรับ selegiline ซึ่งเป็น MAO inhibitors ต้องระวังอันตรกิริยา
ระหว่างยา ในการหยุดยา ต้องค่อย ๆ ลดขนาดยาก่อนหยุดยา เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดกลุ่มอาการ NMS
ี
จากการหยุดยากะทันหัน นอกจากน้ bromocriptine สามารถท าให้เกิดพงผืดที่ลิ้นหัวใจและปอดได้ จึงใช้ใน
ั
กรณีที่จ าเป็นเท่านั้น และควรถ่ายภาพรังสีทรวงอกก่อนใช้ยา
10) Opioids
ั
ี
Opioids ออกฤทธิ์ที่ opioid receptor ในสมอง ใช้รักษาอาการปวดเฉยบพลนและปวดเร้อรังแบบ
ื
ี
่
้
ั
ึ
ั
ปานกลางถงรนแรง สามารถแบงกลมตามระดบความแรงของยา ดงน 1) opioids ที่มีฤทธิ์แรง ได้แก่
ุ
่
ุ
่
fentanyl, methadone, morphine และ pethidine และ 2) opioids ที่มีฤทธิ์ออน ได้แก่ codeine และ
ี
tramadol 34,62,63 ยากลุ่มน โดยเฉพาะ pethidine และ tramadol มผลลดการนา serotonin กลับเข้าสู่
้
ี
เซลล์สมอง จึงควรหลีกเลี่ยงการใช้ร่วมกับ SSRIs หรือ MAO inhibitors เนื่องจากเพมความเสี่ยงต่อการเกิด
ิ่
กลุ่มอาการ serotonin syndrome นอกจากนี้ pethidine และ tramadol เพิ่มความเสี่ยงต่อการชัก 62,63
ั
ั
ึ
้
อาการไม่พงประสงคจากยาตอจตและประสาท 64,65 ไดแก โรคจิต สบสน ประสาทหลอน วิตกกงวล
่
ิ
่
์
ิ
้
กระสับกระส่าย การใช้ยากลุ่มนี้ไม่ควรหยุดยากะทันหัน เพราะอาจทาใหเกดอาการถอนยา และอาการปวดท ี ่
ควบคุมไม่ได้
สรุปท้ายบท
นิยามของอาการไมพงประสงคจากยาที่ใช้ในหนังสือเล่มนี้ใหความสาคญกบอาการไมพึงประสงคจาก
ั
ั
ึ
์
้
่
์
่
ี
ื
่
ยาในขนาดปกต อาการไมพงประสงคจากยาต่อจิตและประสาท หวใจและหลอดเลอดในบทท่ 2-4 ส่วนใหญ่
ึ
ิ
์
ั
เป็นอาการไม่พึงประสงค์ที่มีความรุนแรงที่ท าให้ผู้ป่วยต้องหยุดใช้ยาชั่วคราวหรือถาวร หรือต้องได้รับการรักษา
ในปัจจุบันมีแหล่งข้อมูลที่ใช้บ่งชี้อาการไม่พงประสงค์จากยาที่ส าคัญ ได้แก่ ฐานข้อมูล Thai Vigibase และ
ึ
ฐานข้อมูลของต่างประเทศ คือ FDA Adverse Event Reporting System (FAERS) ของสหรัฐอเมริกา รวมถึง
แหล่งข้อมูลจากงานวิจัยซึ่งระดับความน่าเชื่อถือขึ้นอยู่กับรูปแบบงานวิจัย
ึ
แม้ว่าจะมีหนังสือหรือบทความปริทัศน์ที่รวบรวมรายการยาที่เป็นสาเหตุของอาการไม่พงประสงค์ซึ่ง
้
สวนใหญ่อางองแหลงขอมลขางตน แต่เนื้อหาเกี่ยวกับการจัดการอาการไม่พงประสงค์มักไม่ได้อธิบาย
้
่
ึ
้
่
ิ
ู
้
24
24

