Page 159 - เภสัชภัณฑ์ทางผิวหนัง-14052022
P. 159
2) การใช?กล?องจุลทรรศน (light microscopy) และกล?องจุลทรรศน(อิเลคตรอนแบบส@องกราด
(
(scanning electron microscope)
การใช?กล?องจุลทรรศน(สามารถวัดขนาดอนุภาค และบอกรูปร@างลักษณะของอนุภาค ลักษณะ
พื้นผิว สามารถแยกอนุภาคเดี่ยว และอนุภาคที่เกิดการรวมกลุ@มกันได? แต@มีข?อเสียคือ ใช?เวลานาน รูปร@าง
และตำแหน@งของอนุภาคมีผลอย@างมากต@อขนาดที่วัดได? หากอนุภาคมีอนุภาคที่ไม@สมมาตรจะทำให ?
ตัดสินใจยากว@าจะวัดในมิติใด จึงอาจเกิดความลำเอียงจากผู?วัดได? ทั้งนี้ในปจจุบันมีสิ่งอำนวยความ
สะดวกที่ช@วยให?ใช?เวลาน?อยลงได?โดยใช?โปรแกรมคอมพิวเตอร(ช@วยในการประมวลผลหาค@าเฉลี่ยของ
ขนาดอนุภาค กล?องจุลทรรศน(แบบธรรมดาสามารถใช?กับอนุภาคที่มีขนาด 3-150 µm โดยจะมีอุปกรณ (
(
วัดขนาดติดตั้งอยู@ในตัวเครื่องตรงเลนส(ตา เช@น ไมโครมิเตอร (micrometer) ซึ่งมีลักษณะคล?ายไม ?
บรรทัดเล็กๆ มีสเกล (scale) บอกขนาด กรณีวัดผงยาสามารถทำได?โดยกระจายผงยาในตัวกลางที่ไม @
ละลายผงยา ตัวกลางที่ใช?ควรมีความหนืดพอเหมาะ จากนั้นหยดลงบนแผ@นสไลด(และปดด?วย cover
slip ระวังอย@าให?มีฟองอากาศเพราะจะบดบังอนุภาคยาที่แท?จริง ในขณะที่กล?องจุลทรรศน(อิเลคตรอ
นแบบส@องกราดสามารถใช?กับอนุภาคที่มีขนาด 0.1-150 µm มองเห็นรูปร@างและลักษณะพื้นผิวของ
อนุภาคที่มีขนาดเล็กได?ชัดเจนกว@าการใช?กล?องจุลทรรศน(แบบธรรมดาเนื่องจากสามารถขยายภาพวัตถ ุ
ได?มากขึ้น ตัวอย@างของภาพภายใต?กล?องจุลทรรศน(อิเลคตรอนแบบส@องกราดแสดงในรูปที่ 7.4 ซึ่งแสดง
เห็นรูปร@างลักษณะของอนุภาคที่เปนทรงกลม และบอกขนาดอนุภาคได? การวัดขนาดอนุภาคด?วยกล?อง
จุลทรรศน(ควรวัดขนาดอนุภาคจำนวน 300-500 อนุภาคขึ้นไปจึงจะได?ข?อมูลที่ถูกต?อง และยอมรับได ?
145

