Page 158 - เภสัชภัณฑ์ทางผิวหนัง-14052022
P. 158
ยาถูกแยกตามขนาดรูเปดของแต@ละชั้นที่เรียงลำดับจากขนาดรูเปดกว?างไปสู@รูเปดแคบ ก@อนการแร@งต?อง
ิ้
ชั่งน้ำหนักผงยาที่ใช? (25-100 กรัม) และน้ำหนักแร@งในแต@ละชั้น หลังสนสุดการทดสอบนำแร@งแต@ละชั้น
ซึ่งมีผงยาค?างอยู@ไปชั่งน้ำหนักอีกครั้ง จะได?น้ำหนักผงยาที่ค?างอยู@ในแต@ละชั้น ผงยาที่ผ@านแร@งลงมา
เรียกว@า undersize ส@วนผงยาที่ค?างอยู@บนแร@ง เรียกว@า oversize ถ?าผงยาผ@านจากแร@งขนาดรูเปด 5
mm ลงมาค?างอยู@บนแร@งขนาดรูเปด 1 mm จะกล@าวได?ว@า ผงยากลุ@มนี้มีขนาดอนุภาคอยู@ในช@วง 1-5
mm จากนั้นจะสามารถคำนวณปริมาณผงยาที่ขนาดอนุภาคในแต@ละช@วงตามขนาดของรูเปดแร@ง จะได ?
ขนาดอนุภาคและการกระจายขนาดอนุภาคของผงยาตัวอย@าง
รูปที่ 7.3 ตะแกรงร@อนสำหรับวัดขนาดอนุภาค (sieving analysis)
ภาพโดย: คัทลียา เมฆจรัสกุล
การใช?แร@งในการวัดขนาดอนุภาคมีข?อเสียคือมักพบความผิดพลาดค@อนข?างมาก ผงยาอาจเกาะ
ติดกันแน@น ผงยาเกาะติดกับแร@ง ต?องใช?เวลาในการแร@งนานขึ้น ส@งผลให?อนุภาคผงยามีโอกาสแตกหักได?
การวัดขนาดอนุภาคอาจไม@ถูกต?อง ไม@ตรงกับความเปนจริง วิธีนี้จึงไม@เหมาะกับผงยาที่เปนอนุภาค
เปราะบาง แตกหักง@าย มีรูปร@างแบนหรือรูปเข็ม เกิดประจุไฟฟsาได?ง@าย และมีอนุภาคละเอียดเล็กมากๆ
?
วิธีแร@งจึงเปนวิธีที่มักใช?สำหรับอนุภาคที่มีขนาดใหญ@ในระดับที่สามารถมองเห็นไดง@ายด?วยตาเปล@า หรือ
ต?องการแยกขนาดอนุภาคที่อยู@ในผงยาเพื่อนำไปใช?ศึกษาต@อไป
144

