Page 20 - เภสัชภัณฑ์ทางผิวหนัง-14052022
P. 20
ั
บางขึ้น นิวเคลียสภายในเซลล(หดตัวลงเล็กน?อย มีรูปร@างหลายเหลี่ยม มีลักษณะคล?ายหนามยื่นไปสัมผส
กับเซลล(ข?างเคียง จึงเรียกอีกชื่อหนึ่งว@า prickle cells หรือ prickly cell layer
1.3) ผิวหนังชั้นสตราตัมแกรนูโลซัม (stratum granulosum หรอ granular layer) เซลล (
ื
ในชั้นนี้มีลักษณะที่แบนและบางลง เปนเซลล(ที่พัฒนาขึ้นมาจากชั้น stratum spinosum เริ่มม ี
?
keratohyalin granules สะสมอยู@ปริมาณมากทำหน?าที่สร?างโปรตีนเชื่อมเส?นใยต@างๆ ให?กลายเปนเสน
ใยเคอราตินที่มีพันธะที่แข็งแรงต@อไป
1.4) ผิวหนังชั้นสตราตัมลูซิดัม (stratum lucidum) เซลล(ในชั้นนี้มีลักษณะแบนมาก
ยิ่งขึ้น เริ่มมองไม@เห็นนิวเคลียส และโปร@งใส
1.5) ผิวหนังชั้นสตราตัมคอร(เนียม (stratum corneum หรือ horny layer) ชั้นนี้เปน
ชั้นนอกสุดของผิวหนัง เปนเซลล(ที่พัฒนาขึ้นมาจากชั้น stratum lucidum ซึ่งมีเคอราตินสะสมในเซลล (
จำนวนมาก จึงเรียกว@า keratinized cells เซลล(มีลักษณะแบนมากเรียงกัน 15-20 ชั้น เรียงตัวกันแนน
@
มีไขมันแทรกอยู@ระหว@างชั้น คล?ายก?อนอิฐที่มีปูนอยู@รอบๆ ลักษณะนี้เรียกเฉพาะว@า brick and mortar
model ผิวหนังบริเวณที่บางที่สุดมีความหนาเพียง 10-20 µm ผิวหนังบริเวณที่หนาที่สุด ได?แก@ ฝ¤ามอ
ื
และฝ¤าเท?า มีความหนาประมาณ 100 µm เซลล(ผิวหนังในชั้นนี้เปนเซลล(ที่ตายแล?ว และไม@มีนิวเคลียส
ซึ่งหลุดลอกออกไปตลอดเวลากลายเปนขี้ไคล ชั้น stratum corneum ประกอบด?วยโปรตีนร?อยละ 40
ไขมันร?อยละ 40 และน้ำร?อยละ 20 โดยไขมันที่พบได?แก@ ceramides, free fatty acids, triglycerides,
cholesterol และ sterol เปนต?น การสูญเสียน้ำจะทำให?เห็นเปนผิวหนังแห?งหรือแตกเปนขุย ชั้นไขมน
ั
ั
ใน stratum corneum จะหดตัว เปราะ และน้ำซึมผ@านยาก ในทางกลับกันเมื่อผิวหนังสัมผัสกบ
ความชื้น ชั้น stratum corneum จะบวม และน้ำซึมผ@านได? เนื่องจากเปนชั้นนอกสุดของร@างกาย
ผิวหนังชั้นนี้จึงทำหน?าที่เปนตัวกำหนดอัตราการซึมผ@านของสารต@างๆ เข?าสู@ร@างกายทางผิวหนัง (rate
limiting barrier) นั่นคือ สารชนิดใดที่สามารถผ@านผิวหนังชั้นนี้เข?าไปได? จะสามารถเข?าไปยังผิวหนังชน
ั้
อื่นๆ และเข?าสู@ระบบไหลเวียนเลือดได ?
2) Dermis (ชั้นหนังแท?)
ผิวหนังชั้นนี้อยู@ถัดลงมาจากชั้น epidermis มีความหนาประมาณ 3-5 มม. เปนเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน
(connective tissues) ที่เปนเส?นใยโปรตีน ได?แก@ collagen (75%), elastin (4%) และ reticulin
(0.4%) โดยที่ collagen ทำหน?าที่พยุงหรือค้ำจุนอวัยวะต@างๆ ภายในร@างกาย elastin มีหน?าที่พยุง
โครงสร?างผิวหนัง เพิ่มความยืดหยุ@นให?แก@ผิวหนัง ชั้น dermis มีเลือดไหลเวียนมาเลี้ยงเซลล( ให ?
สารอาหารและออกซิเจนแก@เซลล( ฟ¨©นฟูและซ@อมแซมบาดแผล นำของเสียออกจากเซลล( ควบคุมความ
6

