Page 197 - ebook.msu.ac.th
P. 197
194
วรรณคดีอีสานวิวัฒนาการสู่วรรณกรรมกลอนล า
48
ดร.สิทธิศักดิ์ จ าปาแดง
บทน า
วรรณคดีอีสานมีวิวัฒนาการมาจากสามกระแสหลักคือ ประการแรก ต านาน นิทาน เรื่องเล่าพื้นถิ่นที่มีความ
เกี่ยวโยงในด้านความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ลุ่มน้ าโขง เช่น ขุนบรม ท้าวฮุ้ง ท้าวเจือง เป็นต้น
ประการที่สอง ได้รับอิทธิพลทางศาสนาพราหมณ์และศาสนาพุทธ เช่น รามเกียรติ นิทานชาดกเรื่องต่างๆ ประการ
ื่
ิ
ที่สาม ได้รับอทธิพลจากนิทานพื้นบ้านจากภูมิภาคอน เช่น ขุนช้างขุนแผน เป็นต้น ต่อมาต านาน นิทาน เรองเล่า
ื่
ั
้
พื้นถิ่นได้ผนวกกบความเชื่อทางพระพุทธศาสนาเพื่อยกความส าคัญของเนื้อเรื่อง ตัวเอกของเรื่องมักถูกยกใหเป็นพระ
โพธิสัตว์เสวยชาติมาเกิด เช่น เรื่องพญาคันคาก ขูลูนางอว ผาแดงนางไอ เป็นต้น ความรู้ชุดหนึ่งที่เข้ามากับพุทธ
ั้
่
ศาสนาคือ ภาษาเขยน วรรณคดีที่มีอยู่ในแถบนี้อรรถาจารย์ผู้มีความรู้ได้ร้อยเรยงให้เกิดคุณค่าทางสุนทรียศาสตร์ทาง
ี
ี
ภาษา บันทึก จารึกลงในหนังสือใบลานใช้เทศนาสั่งสอนประชาชนเพื่อ เพิ่มคุณค่าโดยสร้างสรรค์ท านองเสนาะที่
เรียกว่า เทศน์ท านองร่ายอีสานและเทศน์ท านองแหล่ ที่ชัดเจนคือ เทศน์ผะเหวด นักบวชในพระพุทธศาสนาสมัยก่อน
ั
จะผ่านกระบวนการขัดเกลาธรรมเนียมเทศน์เสียง หลังจากหนเข้าสู่เพศคฤหสถ์ ส่วนใหญ่จะเป็นผู้น าที่มีความรู้
ั
พัฒนาตนเองเป็นหมอสูตร และหมอล าในที่สุด
ี่
เกยวกับการก าหนดหมอล า จารุวรรณ ธรรมวัตร (๒๕๒๘ : ๓๓-๔๑ ) กล่าวว่า หมอล าเกิดขึ้นจากต านาน
แยกเป็น ๒ ประเด็นคือ ระบบความเชื่อเรื่องแถน ผีบรรพบุรุษ ความเชื่อเรื่องพระอนทร์ และความเชื่อเรื่องพระโพธิ์
ิ
สัตว์ ประเด็นต่อมาเกี่ยวข้องกับการผลิต สังคมอสานเป็นสังคมการเกษตรเชื่อในเรื่องเหนือ ธรรมชาติที่สามารถ
ี
บันดาลความอุดมสมบูรณ์ ก าเนิดหมอล านอกเหนือจากต านาน มี ๓ ประการคอ เกิดจากพิธีกรรมบ าบัดโรคภัยไข้เจ็บ
ื
่
เกิดจากการอานหนังสือผูก และเกี่ยวจากการเกี้ยวพาราสี ส่วน สิทธิศักดิ์ จ าปาแดง (๒๕๕๓ : ๑ ) หมอล ามีต้น
ก าเนิดจากธรรมเนียม ๔ อย่างคือ การเล่านิทาน การเว้าผญา การสูตรขวัญ และการเทศน์ หมอล าแบ่งออกอย่าง
กว้างได้สามกลุ่ม ล าประเภทเล่าเรื่องลักษณ์คล้ายละคร เช่น ล าพื้น ล าสินไซ ล าเรื่องต่อกลอน ล าเพลิน ล ากกขา
ขาว เป็นต้น ล าประเภทประชันกลอน เช่น หมอล าโจทก์แก้ หมอล ากลอนหรือล าคู่ หมอล าชิงชู้ และหมอล าซิ่ง
เป็นต้น ล าประเภทที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อพิธีกรรม เช่น ล าผีฟ้า ล าผีไท้ ล าส่อง ล าทรง ล าปัว วัตถุประสงค์เพื่อ
ท านายและหาวิธีรักษาโรคที่เกิดขึ้น
็
วรรณกรรมกลอนล าแสดงใหเหนถึงความรุ่งเรอง ด้านภาษาวรรณกรรม ความรู้ทางด้านคดีโลก และความรู้
ื่
้
ทางด้านคดีธรรม ที่ผ่านมาปราชญ์อสานได้สร้างภูมิรู้ภูมิธรรมเหล่านี้เป็นเครื่องจรรโลงสังคมทั้งในด้านความบันเทิง
ี
และศีลธรรมจรรยา เป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นท าให้เกิดเสถียรภาพต่อการด ารงของชาวอีสานมาตลอด เว้นแต่ปัจจุบันที่
วัฒนธรรมอีสานต้องเผชิญกับกระแสโลกาภิวัตน์ ที่ประชาชนตื่นตัวจนหลงใหลอย่างที่เห็นในปัจจุบัน
วิวัฒนาการหมอล า
หมอล าเป็นมหรสพพื้นบ้านที่มีความส าคัญอย่างหนึ่งของชาวอีสาน ค าว่า “ล า” หมายความว่า “ขับร้อง” มา
ี
จากค าเดิมว่า “ขับล าน า”ถือได้ว่าเป็นวัฒนธรรมกลุ่มหมอล าหมอแคนที่นิยมแพร่หลายในอสาน ( เจริญชัย ชน
ไพโรจน์ อ้างใน สิทธิศักดิ์ จ าปาแดง,๒๕๕๒ : ๘๑-๘๒ ) หมอล าหากล าดับวิวัฒนาการตามเงื่อนไขของเวลามีดังนี้ ล า
พื้น ล าโจทย์แก ล ากลอน ล าชิงชู้ ล าเรองต่อกลอน ล าเพลิน ล าซิ่ง ความนิยมก็มิได้สิ้นจนขาดหายไปโดยสิ้นเชิง
ื่
้
แต่ลักษณ์ของวรรณกรรมและท านองยังน ามาใช้ปะปนเข้าด้วยกัน และหากพิจารณาตามลักษณะของการใช้
48 อาจารย์ประจ าหลักสูตรวัฒนธรรมศาสตร์ คณะวัฒนธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

