Page 79 - ebook.msu.ac.th
P. 79

76


                                        ความท้าทายของ “คนท างานวัฒนธรรม”:

                      ข้อสังเกตเชิงแนวคิดในการด าเนินงานด้านเอกสารโบราณและพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น

                                                                                          ณรงค์ฤทธิ์ สุมาลี
                                                                                                         1

               บทคัดย่อ

                       บทความนี้พยายามตั้งข้อสังเกตเชิงแนวคิดเกี่ยวกับบทบาทในการด าเนินงานด้านเอกสารโบราณและ

                  ิ
               พิพธภัณฑ์ท้องถิ่นท่ามกลางบริบทของการเมืองทางวัฒนธรรมและเศรษฐกิจสร้างสรรรค์ ทั้งนี้จากปฏิกิริยาที่มี
                                                                                                ื่
               ต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคมสมัยใหม่ จึงท าให้ผู้คนเกิดความห่วงกังวลและมีการเคลื่อนไหวเพอสร้างพนที่
                                                                                                       ื้
                    ั
               และอตลักษณ์ในรูปแบบต่างๆ ส าหรับรองรับให้ความมั่นคงปลอดภัยแก่ “ตัวตน” ซึ่งการแสวงหาการยอมรับ
               ของผู้คนที่มีหลากหลายในสังคมได้น ามาซึ่งความขัดแย้งและตอบโต้กันในฐานะเป็น “การเมืองของอัตลักษณ์”
               ทั้งนี้กระแสดังกล่าวยังถูกท าให้เข้มข้นและแหลมคมมากขึ้นจากกระบวนการโลกาภิวัตน์ พร้อมๆกับการ
               แพร่กระจายของแนวคิด “เศรษฐกิจสร้างสรรค์” ที่เริ่มถูกกล่าวถึงมากในช่วงสิบปีที่ผ่านมา
                      ดังนั้น ด้วยบริบทการเปลี่ยนแปลงของสังคมดังกล่าวจึงจ าเป็นที่ “คนท างานวัฒนธรรม” โดยเฉพาะ

                    ิ
                      ิ
               ด้านพพธภัณฑ์ท้องถิ่นและเอกสารโบราณต้องทบทวนกระบวนทัศน์และปรับบทบาทตนเองใหม่ส าหรับรับมือ
               กับความท้าทายใหม่ๆเพื่อให้สามารถด ารงอยู่อย่างเท่าทันและมีศกดิ์ศรีในโลกภววิสัยดังกล่าวได้
                                                                    ั

               ค าส าคัญ : เอกสารโบราณ, พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น, การเมืองทางวัฒนธรรม, เศรษฐกิจสร้างสรรค์, โลกาภิวัตน์


               บทบาทของ “ภาษาและวัฒนธรรมท้องถิ่น” ในฐานะคลังสมบัติทางปัญญา :
               แหล่งอ้างอิงและกลไกผลิตซ้ าความเป็นชาติพันธุ์และอุดมการณ์
                        ความส าคัญและคุณค่าของเอกสารโบราณโดยเฉพาะคัมภีร์ใบลานมิใช่เพยงแค่ตัวคัมภีร์ในทาง
                                                                                       ี
               กายภาพ หรือการสะท้อนถึงความหลากหลายของภาษา (เขียน) มนุษย์เท่านั้น หากยังเป็นหลักฐานชั้นต้นใน
                                                                                                     ี
               ฐานะ “ประวัติศาสตร์นิพนธ์”(Historiography) หรือบันทึกการเขียนประวัติศาสตร์รุ่นแรกๆของสังคมอสานที่
                                                                               2
               สามารถศึกษา ตรวจสอบและแตกประเด็นได้อย่างหลากหลายและมีชีวิตชีวา  เสมือนคลังสมบัติทางปัญญาที่
               รวบรวมเรื่องราวและสะท้อนเงาอดีตไว้มากมาย เช่น ความรู้เกี่ยวกับศาสนา ความเชื่อ ต านาน ประวัติศาสตร์

                                                   ิ
               วรรณกรรม นิทาน ค าสอน โหราศาสตร์ พธีกรรม กฎหมายและต ารายา เป็นต้น โดยเป็นทั้งบันทึกที่ปรากฏ
               ตามตัวอกษรอย่างชัดเจน (explicit) และความรู้ระหว่างบรรทัดในลักษณะนัยยะแฝง (implicit) ที่ซุกซ่อนให้
                       ั
               ผู้สนใจได้ตีความและต่อยอดได้อีกหลากหลายแขนงศาสตร์ด้วย
                       อนึ่ง บทบาทและความส าคัญในฐานะคลังสมบัติของของเอกสารใบลานนั้น ได้ท าหน้าที่ทั้งเป็นแหล่ง

               ผลิต เก็บบันทึกและแพร่กระจาย “สาร” (Message) แก่สังคมโดยผ่านสัญลักษณ์ “ภาษา” ดังนั้น จึงมี
                                                                                    ื่
                                                                             ้
               ศักยภาพทั้งในแง่การครอบง า (hegemony) ดังเช่น การเป็นแหล่งอางองเพอการขัดเกลาทางสังคม
                                                                                 ิ

                     1  นักวิชาการศึกษา กองส่งเสริมการวิจัยและบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
                     2  ดูใน อรรถ นันทจักร, “ประวัติศาสตร์นิพนธ์อสาน: การศึกษาเชิงวิเคราะห์ประเพณีจดบันทึกประวัติศาสตร์หัวเมือง
                                                       ี
               อีสาน ถึงต้นคริสตศตวรรษที่ ๒๐,” วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต สาขาประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บัณฑิต
               วิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๒๙. และอนุชิต สิงห์สุวรรณ, “ประวัตินิพนธ์อีสาน พ.ศ. ๒๔๗๕ ถึงสิ้นทศวรรษ ๒๕๒๐,”
               วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต สาขาประวัติศาสตร์ศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๕๓.
   74   75   76   77   78   79   80   81   82   83   84