Page 83 - ebook.msu.ac.th
P. 83
80
ี
สังคม และความหลากหลายทางวัฒนธรรม(Multiculturalism) เป็นไปอย่างกว้างขวาง ทว่าอกด้านหนึ่งนั้น
โลกาภิวัตน์ได้เปิดให้กับการครอบง า การสร้างคุณค่ามาตรฐานให้เป็นรูปแบบเดียวกัน(uniformity) โดยเฉพาะ
ุ
ตามแบบตะวันตก ซึ่งเป็นกระบวนการที่ถูกเรียกโดยอปมากับหลักการท างานของร้านอาหารจานด่วนว่า
18
“McDonaldization”
อนึ่ง โลกาภิวัตน์ยังท าให้เกิดการปะทะกันระหว่างแนวคิด “รากฐานนิยม” (fundamentalism) ที่
เน้นและเชื่อมั่นในประเพณีวัฒนธรรมดั้งเดิม และ “สากลนิยม” (cosmopolitanism) ซึ่งเน้นความเป็นสากล
ไร้ราก พนพรมแดนรัฐ-ชาติ อย่างไรก็ตาม ทั้งสองแนวคิดนี้โดยตัวมันเองแล้วก็เป็นผลผลิตของโลกาภิวัตน์
้
เช่นเดียวกับการอปมากระบวนการท าให้เหมือนกัน (homogenization) เข้ากับแนวคิด “McWorld” ซึ่ง
ุ
สะท้อนถึงการกระจุกตัวและผูกขาดของอานาจทางการเมืองเดี่ยว หากแต่ด้านหนึ่งก็ได้ก่อให้เกิดปฏิกิริยาของ
ั
ั
พลังท้องถิ่นและชาติพนธุ์ขึ้นมาตอบโต้ โดยได้อุปมากบแนวคิด “Jihad” เพอลดการผูกขาดอ านาจ (โดยนัยยะ
ื่
คือตะวันตกและอเมริกา) และสร้างความไม่เหมือนกัน (heterogeneity) ทางการเมืองขึ้นมา ทั้งนี้การ
ั
ปฏิสัมพนธ์กันของ “McWorld” กับ “Jihad” ในระดับท้องถิ่นได้น าไปสู่การผลิตรูปแบบทางการเมืองที่มี
ั
ลักษณะพเศษขึ้นมา เรียกว่ากระบวนการ “Glocalization” อนเป็นการสอดประสานกันระหว่างสากล
19
ิ
ิ
ื้
(global) กับท้องถิ่น (local) ซึ่งน าไปสู่ผลผลิตที่เป็นเอกลักษณ์พเศษแตกต่างกันในแต่ละบริบทพนที่ โดยมี
ื่
ลักษณะเป็นลูกผสมทางวัฒนธรรม (cultural hybridization) ที่ยังสามารถสงวนความต่างเอาไว้เพอตอบโต้
กับความเหมือนกันและเอกภาพ (uniformity)
นอกจากนี้โลกาภิวัตน์ยังได้น าเอาขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคมข้ามพรมแดนมาพบปะกันและท าให้
ื้
ื้
เกิด “พนที่สาธารณะข้ามชาติ” (transnational public sphere) ขึ้นมา ซึ่งมีฐานะเป็นทั้งพนที่จริงและพนที่
ื้
เสมือนจริงที่องค์กรการเคลื่อนไหวต่างๆได้มาปฏิสัมพนธ์ ร่วมมือ เรียนรู้ แลกเปลี่ยน หยิบยืมและโต้แย้ง
ั
แข่งขันซึ่งกันและกัน ดังนั้น ในมุมนี้โลกาภิวัตน์จึงกระตุ้นความตื่นตัว ก่อเกิดแนวคิดความเป็นลักษณะเฉพาะ
(Particularism) และสร้างกระบวนการพลวัตของ “Glocalization” เพอตอบโต้การถูกบูรณาการทางสังคม
ื่
ให้เป็นแบบเดียวกันทั้งโลก ซึ่งมีส่วนส าคัญในการผลักดันขบวนการเคลื่อนไหวของท้องถิ่นให้เกิดขึ้นมา และ
ปรากฏการณ์นี้ยังถือว่าเป็นกรอบคิดหนึ่งของแนวคิด “หลังสมัยใหม่นิยม” (Postmodernism) โดยการ
ปฏิเสธเรื่องเล่าโวหารใหญ่โต (meta narratives) และลดความส าคัญของผู้เชี่ยวชาญลง โดยให้ความส าคัญกบ
ั
เรื่องเล่าเล็กๆ เช่น เรื่องในชีวิตประจ าวัน คนเล็กคนน้อย และท้องถิ่น (local narratives) แทน
ดังนั้น จิตส านึกแบบหลังสมัยใหม่จึงกระตุ้นให้มีการท้าทายและตอบโต้เกิดขึ้น ผลักดันให้เกิดการ
เคลื่อนไหวทางสังคมและการเมือง เพื่อแสวงหา ช่วงชิงพื้นที่ทางเลือกในการด ารงอยู่ สร้างการยอมรับในตัวตน
และความแตกต่างของผู้คนระดับต่างๆ เหตุนี้การเมืองในยุคหลังสมัยใหม่จึงเป็น “การเมืองของความ
20
แตกต่าง” (politics of difference) ดังปรากฏการเคลื่อนไหวรูปแบบต่างๆขึ้นมาท าการวิพากษ์วิจารณ์
จนถึงกับต่อต้านสมัยใหม่ (Anti-Modernization) และโลกาภิวัตน์ (Anti-Globalization) ซึ่งถูกวิพากษ์ว่าได้
21
สร้างสังคมความเสี่ยง (risk society) ขึ้นมาและถูกเร่งให้เข้มข้นขึ้นด้วยโลกาภิวัตน์ รวมทั้งต่อต้านเสรีนิยม
ื้
ใหม่ (Neoliberalism) ซึ่งถูกวิพากษ์ว่าได้เออต่อกลุ่มผลประโยชน์ให้กับบรรษัทและทุน (โดยเฉพาะทุนข้าม
ชาติ) ผ่านโวหารของอดมการณ์เศรษฐกิจตลาดเสรี (free market) ซึ่งได้น ามาซึ่งหายนะทั้งต่อธรรมชาติและ
ุ
18 George Ritzer, The McDonaldization of Society, (Thousand Oaks, CA: Pine Forge Press, ๑๙๙๖)
19 ดูใน Benjamin Barber, Jihad vs. McWorld (New York: Times Books,๑๙๙๕)
20 Cited in Suda Ishida, “Glocalizing an Environmental Conflict: Thai Press and Pak Mun Dam,”
(Ph.D. Thesis, The Graduate College of the University of Iowa, ๒๐๐๒), pp. ๗-๘.
21 ดูใน Ulrich Beck, Risk Society: Towards a New Modernity (New Delhi: Sage, ๑๙๙๒).

