Page 80 - ebook.msu.ac.th
P. 80
77
(socialization) และการปลูกฝังทางวัฒนธรรม (enculturation) แก่สมาชิกในสังคม นอกจากนี้ยังเป็น
ช่องทางหนึ่งที่ใช้ในการปลดปล่อย (emancipation) จากอานาจครอบง าต่างๆด้วย โดยเฉพาะทางด้าน
ั
ิ
ุ
้
ความคิดและอดมการณ์ ดังเช่น การใช้ “ภาษา” เป็นแหล่งอางองความเป็นชาติพนธุ์ (ethnicity) ซึ่งประเด็น
ดังกล่าวนี้ขอยกแนวคิดของแฮร์เดอร์ (Johann Gottfried Herder) กลุ่มโรแมนติกเยอรมัน (German
Romanticism) มาเทียบเคียง โดยการมองว่า “ภาษา” เป็นตัวก าหนด “ความคิด” เพราะคนคิดผ่านภาษา
็
และคนสามารถเรียนรู้ภาษาได้ก็ต่อเมื่ออยู่ใน “ชุมชน” เท่านั้น อกทงภาษาหนึ่งกยังมีความแตกต่างจากภาษา
ี
ั้
อน ดังนั้น การเรียนรู้ภาษาในแต่ชุมชนจึงมีลักษณะเฉพาะของตนเอง (unique) ซึ่งท าให้แต่ละชุมชนมี
ื่
ิ
ความคิด/วิธีคิดแตกต่างกัน (รวมไปถึงค่านิยม ประเพณี พธีกรรมต่างๆ) ดังนั้น แนวคิดนี้จึงดูเหมือนสนับสนุน
ความหลากหลายของวัฒนธรรมและคัดค้านแนวคิดสากลนิยม (universalism)
3
นอกจากนี้นักประวัติศาสตร์นิยมสายโรแมนติกยังเน้น “ความเป็นของแท้ดั้งเดิม”(authenticity) หรือ
ื่
สิ่งที่เป็น “ธรรมชาติ” เพอใช้ในการก าหนดลักษณะเฉพาะของแต่ละชุมชน/สังคม ซึ่ง “ภาษา” ถือว่าเป็น
้
ลักษณะเฉพาะดั้งเดิมและเป็นธรรมชาติอย่างหนึ่งที่ต้องปกป้องรักษาให้พนจาก “การปนเปื้อน” ดังนั้น
แนวคิดนี้จึงมีส่วนส าคัญในการสนับสนุนชาตินิยม (nationalism) และการก าหนดชะตากรรมของตนเอง
(self-determination) เพื่อปกป้องแก่นแท้หรือ “ตัวตนดั้งเดิม” และ “จิตวิญญาณของชาติ” เอาไว้
4
ี
ส าหรับกรณีสังคมอสานนั้น “ภาษา” ที่จดจารในเอกสารใบลานได้ถูกใช้ในฐานะเป็นกลไกทาง
ั
วัฒนธรรมอย่างหนึ่งในการน าเสนอความคิดและอดมการณ์ทั้งทางชาติพนธุ์และความเชื่อ ดังเช่นภายหลังการ
ุ
ุ
ี
น าพทธศาสนาแบบธรรมยุตินิกายเข้ามาในหัวเมืองอสาน โดยเริ่มต้นที่วัดสุปัฏนาราม อุบลราชธานีเมื่อปี พ.ศ.
๒๓๙๖ ได้ก่อให้เกิดปฏิกิริยาตอบโต้จากพระท้องถิ่น ดังปรากฏผ่านใบลานสะท้อนทัศนคติในการนับถือพทธ
ุ
ุ
้
ุ
ศาสนาที่แตกต่างกัน โดยการอางว่าเป็นพทธท านายความว่า ครั้งหนึ่งเมื่อพระพทธองค์เสด็จประทับที่หนอง
โสนทรงชุบผ้าอาบแล้วสรงน้ า มีลิงใหญ่ตัวหนึ่งเข้ามานมัสการ ครั้นทรงผลัดผ้าชุบน้ าเพอให้พระอานนท์บิด
ื่
ตาก ลิงตัวนั้นกลับเหยียบย่ าผ้าดังกล่าว จึงได้ทรงกล่าวว่าลิงตัวนี้ต่อไปจะเกิดเป็นเจ้าไทยเหยียบย่ าศาสนาแล้ว
ตัดทอนค าสอนของพระพทธเจ้า ซึ่งเจ้าไทยในความหมายดังกล่าวคือพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ุ
ความเชื่อดังกล่าวมีอทธิพลต่อคนอสานมาก จนสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (ติสส .โส อ้วน) วัดบรมนิวาสได้มีค าสั่ง
ี
ิ
ให้เผาใบลานอีสานในเวลานั้นจ านวนมาก
5
ุ
อย่างไรก็ตาม ความแปลกแยกของความเชื่อในพทธศาสนาที่แบ่งเป็นฝักฝ่ายในช่วงนั้น ท าให้
ประชาชนเรียกพระธรรมยุตินิกายใหม่ว่า “พระครองมอญ” ภายหลังเมื่อเอาอย่างทางกรุงเทพฯมากขึ้นจึง
เรียกว่า “พระครองไทย” และเรียกพระมหานิกายเดิมว่า “พระครองลาว” กระทั่งเมื่อความขัดแย้งลุกลาม
รุนแรงถึงขั้นกระทบกระทั่งกันระหว่างพระสงฆ์ทั้งสองนิกาย (กรณีวัดสุปัฏนารามกับวัดป่าแดง) พระ
6
เถรานุเถระและกรมการเมืองจึงต้องตั้งอาณัติไม่ให้บิณฑบาตรสวนกัน เป็นต้น
ี
ุ
นอกจากนี้ ปรากฏการณ์ความขัดแย้งเชิงอดมการณ์และการเมืองระหว่างคนอสานกับกรุงเทพฯยัง
ี่
เกิดขึ้นหลายครั้ง เหตุการณ์ทโดดเด่นคือ “กบฏผู้มีบุญ” (พ.ศ. ๒๔๔๔-๒๔๔๕) และการเคลื่อนไหวในลักษณะ
ี
คล้ายกันอกหลายครั้ง ทั้งนี้เครื่องมือส าคัญที่ถูกใช้ก็คือ “ภาษา” ที่จดจารบันทึก “เรื่องราว” ต่างๆในใบลาน
3 Cited in Umut Ozkirmli, Theories of Nationalism: A Critical Introduction (New York: ST.Martin’s
press, INC, ๒๐๐๐), pp.๑๗-๑๘.
4 Cited in Ibid., pp. ๑๘-๑๙.
5 สิริวัฒน์ ค าวันสา. สงฆ์ไทยใน ๒๐๐ ปี (กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ศรีอนันต์. ๒๕๒๔.) หน้า ๒๖ และ ๓๓๒.
6 พระพรหมมุนี. ต านานวัดสุปัฎนาราม (ที่ระลึกงานผูกพัทธสีมาฉลองพระอุโบสถวัดสุปัฎนาราม จังหวัดอุบลราชธานี.
๒๔๗๙) หน้า ๗๕.

