Page 84 - ebook.msu.ac.th
P. 84

81


                                                                  ิ่
                                                                     ั
               มนุษยชาติ ไม่ว่าระบบนิเวศ ความหลากหลายทางชีวภาพ เพมอตราความยากจน ความไม่เท่าเทียม ความไม่
               เป็นธรรม ตลอดทั้งประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่นที่ถูกครอบง าและกร่อนเสาะท าลาย เป็นต้น
                                                                   ื้
                       นอกจากนี้ยังปรากฏการเคลื่อนไหวที่พยายามรื้อฟนและให้ความส าคัญกับระบบคุณค่า จารีต
               ประเพณี (New Traditionalism) และกระแสอนุรักษ์นิยมใหม่ (Neoconservativism) แพร่กระจายไปทั่วโลก
               เกิดการโหยหาอดีต (nostalgia) ที่เชื่อว่าเคยรุ่งเรืองในอดีตและยังอาจทิ้งร่องรอยในปัจจุบัน ท าให้มีการศึกษา
               ประวัติศาสตร์ ค้นหารากเหง้าหรือ “แก่นแท้” (essence) ทางวัฒนธรรม เพื่อสร้างอตลักษณ์ของตนเองขึ้นมา
                                                                                     ั
                                                   ื้
               ใหม่และน าเสนอออกไป ส าหรับแสวงหาพนที่ ตอบโต้ภาพตายตัวต่างๆของสังคม (ในกรณีคนชายขอบหรือ
               ชุมชนท้องถิ่น) สร้างการยอมรับในความแตกต่างหลากหลาย ตลอดทั้งยังมีการขยายสู่ประเด็นอื่นๆทั้งเรื่องเพศ
                    ั
                                                              ์
               ชาติพนธุ์ ชนชั้นและอื่นๆด้วย ซึ่งเหล่านี้เป็นปรากฏการณที่สะท้อนให้เห็นถึงการแพร่หลายของ “การเมืองทาง
                                                     22
               วัฒนธรรม” หรือ “การเมืองของอตลักษณ์”  (politics of identity) ซึ่งเป็นการเมืองเพอสร้างการยอมรับ
                                                                                          ื่
                                            ั
               (politics of recognition) ของกลุ่มต่างๆที่มีหลากหลายในสังคม
                       ในกรณีของสังคมไทยนั้นกล่าวได้ว่าหลังปฏิรูปการปกครองในทศวรรษ ๒๔๔๐ โดยเฉพาะหลัง
               สงครามโลกครั้งที่สองเป็นต้นมา รัฐ-ชาติมีส่วนส าคัญในการสร้างความเปลี่ยนแปลงจากการรวบอ านาจในการ
               ตัดสินใจต่างๆเอาไว้ โดยได้สร้างเงื่อนไขส าคัญสามประการแก่สังคมไทย คือ การเปลี่ยนแปลงไปสู่ความ

               ทันสมัยแบบตะวันตก (westernization) การสร้างความเข้มแข็งแก่ระบบราชการ (bureaucratic
               administration) และการเน้นความส าคัญของอตสาหกรรม (industrialization) โดยเฉพาะการด าเนินการ
                                                        ุ
               ผ่านแผนพฒนาแห่งชาติ(National Development) ตั้งแต่ทศวรรษ ๒๕๑๐ เป็นต้นมา ซึ่งภายใต้โครงสร้าง
                        ั

               อานาจการเมืองและเศรษฐกิจดังกล่าว ตลอดที่ผ่านมานั้นได้ช่วยผ่องถ่ายและดูดซับทรัพยากรของภาค
               เกษตรกรรมและชนบทเข้าสู่ “ตลาด” และ “เมือง” (metropolitan bias) ซึ่งได้เป็นสาเหตุและอคติของการ
                                          23
               พัฒนาที่ไร้ดุลยภาพของสังคมไทย  ท าให้ผลประโยชน์ของชาติกระจุกตัวอยู่ภายในคนบางกลุ่มและพนที่บางแห่ง
                                                                                                ื้
                                                   ั
                      อนึ่ง ผลกระทบจากนโยบายการพฒนาของรัฐผ่านการท าให้ทันสมัย (Modernization) โดยเฉพาะ
               การลอกเลียนให้เป็นเหมือนอเมริกัน (Americanization) ยังได้ก่อให้เกิดความห่วงกังวลต่อการที่จะถูกท า
               ครอบง า กลัวสูญสิ้นความแตกต่างและอตลักษณ์ จึงได้มีการเคลื่อนไหวทั้งในเชิงปฏิบัติการและสัญลักษณ์
                                                  ั
                                                                                           ุ
                                                                          24
                                          ุ
               ขึ้นมาตอบโต้ความรู้สึกที่ว่าถูกคกคามจากโลกาภิวัตน์และความทันสมัย  เกิดกระแสฟื้นฟูอดมการณ์ชาตินิยม
                                               ื่
                                                                ื้
               ภูมิภาคนิยมและท้องถิ่นนิยมต่างๆ เพอแสวงหาและเปิดพนที่ของสังคมจากการครอบง าของวัฒนธรรมหลัก
               ลดการผูกขาดทางวัฒนธรรม (cultural absolutism) ซึ่งน าไปสู่การแสวงหาและสร้าง “อตลักษณ์”
                                                                                                 ั
                                       ้
                           ื่
               (identity) เพอใช้เป็นแหล่งอางองและสร้างความมั่นคงแก่ “ตัวตน” (self) ในรูปแบบต่างๆ โดยเฉพาะในช่วง
                                           ิ
               ทศวรรษ ๒๕๒๐ เป็นต้นมา เช่น การสร้างวาทกรรมภูมิปัญญาท้องถิ่น วัฒนธรรมชุมชน ประวัติศาสตร์
                                                                                                       ื้
               ท้องถิ่น ฯลฯ ซึ่งรวมทั้งการด าเนินงานด้านพพธภัณฑ์ท้องถิ่น ด้วยการเก็บรวบรวม อนุรักษ์ ศึกษาและฟนฟู
                                                     ิ
                                                      ิ
               “มรดก” ทางวัฒนธรรมต่างๆ อาทิ โบราณวัตถุ เอกสารโบราณ เป็นต้น
                                                 ั
                      ดังนั้น จึงอาจกล่าวได้ว่า “อตลักษณ์”   ต่างๆนั้นเป็นประดิษฐกรรมทางสังคมวัฒนธรรม
                                                                                           ั
               (sociocultural construct) ที่ถกสร้างขึ้นและได้รับการตีความในลักษณะเป็นปฏิกิริยาที่มีพฒนาการควบคู่มา
                                          ู
               กับความเป็นสมัยใหม่และโลกาภิวัตน์ เหตุนี้จะเห็นว่ามโนทัศน์ “วัฒนธรรม” นั้นมีความซับซ้อนและขัดแย้งใน

                     22  ดูใน Fred Inglis, Culture (Cambridge, UK: Polity Press Ltd.,๒๐๐๔), pp.๓๓-๕๖.
                     23  Micheal J.G. Parwell (ed.), Uneven development in Thailand, (Aldershot: Avebury, ๑๙๙๖) p.๗
                     24  Ronaldo Munck, “Globalization and Contestation: A Polanyian Problematic” Globalizations ๓ : ๒
               (๒๐๐๖) pp.๑๗๕-๑๘๖.
   79   80   81   82   83   84   85   86   87   88   89