Page 89 - ebook.msu.ac.th
P. 89
86
ั
ความท้าทายใหมของคนท างานวัฒนธรรมในบริบทของการเมืองทางวฒนธรรมและเศรษฐกิจสร้างสรรค์
่
แนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ได้กลายมาเป็นตัวแบบทางเศรษฐกิจที่ก าลังได้รับความนิยมและเป็นภาค
ธุรกิจที่ก าลังเติบโตอย่างรวดเร็ว สร้างผลก าไรมหาศาลในหลายประเทศ ซึ่งถูกขานรับอย่างกระตือรือร้นจาก
38
บรรดานักการเมือง นักการศึกษาทั่วโลก ทั้งนี้ในการรับรู้และมุมมองของสหประชาชาติ (United Nations)
ค าว่าการสร้างสรรค์ (creativity) นั้นสื่อถึงความเป็นต้นฉบับดั้งเดิม (Originality) จินตนาการ แรงบันดาลใจ
ความเฉลียวฉลาดคิดค้น และการสร้างประดิษฐ์ โดยทั้งหมดนี้เป็นแก่นของสิ่งที่เรียกว่า “ทุนทางปัญญา”
(intellectual capital) ซึ่งกระแสดังกล่าวนี้ได้เร่งเร้าให้องค์กรและหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนในระดับ
39
ื่
ต่างๆหันมาให้ความสนใจและผลักดันให้เป็นยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนเพอแสวงหาพนที่และส่วนแบ่งของตลาดใน
ื้
การสร้างความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบ (Comparative Advantage) และเสริมสร้างศักยภาพให้สามารถ
ด ารงอยู่และแข่งขันกับภาคส่วนอื่นๆในสังคมได้มากขึ้น
ั
อนึ่ง ที่ประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพฒนา (UNCTAD) ได้นิยาม “เศรษฐกิจ
สร้างสรรค์” ว่าเป็นชุดของกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่มีฐานอยู่บนความรู้ สามารถสร้างรายได้ สร้างงาน
ขณะเดียวกันก็ท าการสนับสนุนการรวมตัวกันทางสังคม (Social inclusion) ความหลากหลายทางวัฒนธรรม
ั
และการพฒนามนุษย์ ในภาพรวมของการพฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable development) ด้วยเหตุนี้เศรษฐกิจ
ั
สร้างสรรค์จึงครอบคลุมทั้งมิติทางเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม โดยมีความก้าวหน้าและเติบโตของ
เทคโนโลยี โดยเฉพาะเทคโนโลยีการสื่อสารและสารสนเทศ ความต้องการของตลาดและผู้บริโภค รวมทั้งการ
40
ท่องเที่ยว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม (Cultural Tourist) เป็นตัวขับเคลื่อนส าคัญ
ั
ดังนั้น แนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์จึงสะท้อนให้เห็นบทบาทของ “วัฒนธรรม” ในการพฒนา
ื่
โดยเฉพาะในมิติทางเศรษฐกิจ และครอบคลุมมิติอนๆในลักษณะองค์รวมด้วย อย่างไรก็ตาม “ความ
สร้างสรรค์” ไม่ใช่สติปัญญาความฉลาด (intelligence) หากแต่เกี่ยวข้องกับความสามารถในการสังเคราะห์
ื่
(synthesize) โดยการเลือกสรรจากบรรดาข้อมูล การรับรู้และวัตถุดิบต่างๆ เพอสรรค์สร้างบางสิ่งที่สดใหม่
และมีประโยชน์ นอกจากนี้สินค้าและบริการทางวัฒนธรรม (Cultural goods and services) ก็เป็นเพยง
ี
ส่วนย่อยหนึ่งของเศรษฐกิจและอตสาหกรรมสร้างสรรค์ เนื่องจากผลได้ทางเศรษฐกิจยังสามารถเกิดจาก
ุ
ื่
ั
ทรัพย์สินทางปัญญาอนๆ เช่น การศึกษาวิจัยและพฒนา งานวิจัยและนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งใน
ั
กระบวนนี้คนท างานด้านเอกสารใบลานอาจเข้าไปสนับสนุนได้ เช่น การปริวรรตต ารายาและพฒนาเป็นยา
แผนปัจจุบัน เป็นต้น
อนึ่ง UNCTAD ได้จ าแนกประเภทของอตสาหกรรมสร้างสรรค์ออกสี่กลุ่ม คือ ๑) กลุ่มมรดก
ุ
(heritage) ๒) กลุ่มศิลปะ ๓) กลุ่มสื่อ (media) และ ๔) กลุ่มการสร้างสรรค์ตามลักษณะของหน้าที่
41
(functional creation) โดยเฉพาะ “กลุ่มมรดก” นั้น หมายถึง “มรดกทางวัฒนธรรม” ซึ่งถือว่าเป็นต้น
ุ
ก าเนิดของศิลปะทุกรูปแบบและเป็นจิตวิญญาณทั้งของอตสาหกรรมวัฒนธรรมและอตสาหกรรมสร้างสรรค์
ุ
ทั้งนี้ยังสามารถแบ่งย่อยออกเป็นสองส่วนคือ ๑) การแสดงออกทางวัฒนธรรมประเพณีดั้งเดิม เช่น ศิลปะและ
38 Chris Bilton, management and creativity: from creative industries to creative management
(Malden, MA; Oxford: Blackwell Pub., ๒๐๐๗), pp. xii-xxiii
39 United Nations, Creative Economy Report ๒๐๐๘ : The Challenge of Assessing the Creative
Economy towards the informed Policy-Making, Ibid., p.๓
40 Ibid., p.๔-๕
41 Ibid., p.๑๓-๑๔

