Page 90 - ebook.msu.ac.th
P. 90

87


               หัตถกรรมฝีมือต่างๆ รวมทั้งงานเทศกาลและประเพณีการเฉลิมฉลองต่างๆ และ ๒) แหล่งหรือสถานที่ทาง
               วัฒนธรรม เช่น แหล่งโบราณคดี พิพิธภัณฑ์ หอสมุด และการจัดแสดงนิทรรศการต่างๆ เป็นต้น

                        ดังนั้น จากการเปลี่ยนแปลงของบริบททางสังคมและเศรษฐกิจที่กล่าวมาข้างต้น จึงเป็นความท้าทาย
               ใหม่ของ “คนท างานวัฒนธรรม” ที่ต้องตระหนักในบทบาทของตนเองทั้งในฐานะเป็นผู้สร้างสรรค์และเผยแพร่
                                                                    ื้
                       ื่
               ความรู้เพอสนับสนุนบรรยากาศการเรียนรู้ของสังคม การสร้างพนที่และการสนับสนุนการมีส่วนร่วมของชุมชน
                                                                                               ื่
               ท้องถิ่น การสร้างความภาคภูมิใจและกระตุ้นส านึกต่อมรดกทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์เพอสร้างความ
               เข้มแข็งและเสริมพลังแก่คนในท้องถิ่น โดยเฉพาะการมีส่วนสนับสนุนและเผยแพร่ความรู้และวิชาการเพอ
                                                                                                        ื่
                 ั
               พฒนาอาชีพ สร้างงานและรายได้แก่คนในชุมชนท้องถิ่น ซึ่งเป็นบทบาทที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ในโลกทุนนิยม
                                        ี
               และถือว่าจะเป็นพฒนาการอกขั้นหนึ่งของคนท างานวัฒนธรรมในการแปลง ตีความและสรรค์สร้างความรู้
                               ั
               คุณค่าและวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่นในฐานะ “ทุน” ผ่านเทคโนโลยีสมัยใหม่ให้กลายเป็นสินค้าและนวัตกรรม
               ที่ได้รับการเพิ่มมูลค่า โดยที่ไม่สูญเสียคุณค่าและตัวตนของชุมชนท้องถิ่นไปด้วย
                       อย่างไรก็ตาม ต่อบทบาทและความท้าทายใหม่นี้ “คนท างานวัฒนธรรม” โดยเฉพาะงานด้าน
               พพธภัณฑ์และเอกสารโบราณซึ่งเป็นเสมือน “คลังสมบัติที่มีชีวิต” ของชุมชนท้องถิ่น จ าเป็นต้องร่วมกัน
                  ิ
                 ิ
                               ื่
               ทบทวนบทบาทเพอจัดวางต าแหน่งแห่งหน (Positioning) ของตนเองให้เหมาะสม เท่าทันกับสถานการณ์ที่
               ก าลังด าเนินอยู่ ทั้งนี้การตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวหาใช่การมุ่งแปรรูปมรดกทางวัฒนธรรมให้
               กลายเป็นสินค้า (commodification) หรือแสวงหาผลประโยชน์จากโอกาสดังกล่าวถ่ายเดียวเท่านั้น หากแต่
                                      ื่
               ยังเป็นการเตรียมพร้อมเพอรับมือกับความเสี่ยงหรือความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นด้วย แทนที่จะถูกดูดกลืน
               (subordinate) เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับระบบทุนและตลาดจนถอนตัวไม่ขึ้นในภายหลัง

               บรรณานุกรม

               คนึงนิตย์ จันทบุตร, การเคลื่อนไหวของยุวสงฆ์ไทยรุ่นแรก พ.ศ. ๒๔๗๗-๒๔๘๔. กรุงเทพฯ: ส านักพิมพ ์
                     มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.๒๕๒๘.
               ฉัตรทิพย์ นาถสุภา. ประวัติศาสตร์เศรษฐกิจ .มปท., ๒๕๒๔.
               ชาญวิทย์ เกษตรศิริ. “กบฎไพร่สมัยอยุธยากับแนวคิดผู้มีบุญ-พระศรีอาริย์-พระมาลัย” ใน อยุธยา ประวัติศาสตร์และ
                     การเมือง. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. ๒๕๔๒. หน้า ๒๓๑-๒๔๑.
               ชัยอนันต์ สมุทวณิช. ความคิดทางการเมืองการปกครองไทยโบราณ. กรุงเทพฯ : แผนกรัฐประศาสนศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์
                     จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ๒๕๑๙.
               ด ารงราชานุภาพ, สมเด็จกรมพระยา. ความทรงจ า. กรุงเทพฯ: ศิลปาบรรณาคาร, ๒๕๑๔.
               ทองย้อย แสงสินชัย. มาลัยกลอนสวด. พิมพ์ในงานปัญญาสมวาร ศพนางสิริกาญจนเสวก (ทองอยู่ สิริกาญจน) พ.ศ. ๒๔๗๗
               ธรรมปรีชา (แก้ว),พระยา. ไตรภูมิโลกวินิจฉยกถา : ฉบับที่ ๒ ไตรภูมิฉบับหลวง. กรุงเทพฯ : กรมศิลปากร, ๒๕๒๐
               ปรมานุชิตชิโนรส, สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมสมเด็จพระ. พระปฐมสมโพธิกถา. กรุงเทพฯ : ม.ป.พ., ๒๕๓๗.
               พรหมมุนี.,พระ. ต านานวัดสุปัฎนาราม. ที่ระลึกงานผูกพัทธสีมาฉลองพระอุโบสถวัดสุปัฎนาราม จังหวัดอุบลราชธานี. ๒๔๗๙.
               มงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระ. จดหมายเหตุรายวัน. พระนคร:พิมพ์ในงานศพหม่อมเจ้ารัชวลิต เกษมสันต์, ๑
                     สิงหาคม พ.ศ..๒๕๑๗.
               ศิลปากร, กรม. ต านานมูลศาสนา. พิมพ์ครั้งที่ ๒ กรุงเทพฯ : เสริมวิทย์บรรณาคาร, ๒๕๑๙.
               สายันต์ ไพรชาญจิตร์. การฟื้นฟูพลังชุมชนด้วยการจัดการทรัพยากรทางโบราณคดีและพิพิธภัณฑ์: แนวคิด วิธีการและ
                     ประสบการณ์จากจังหวัดน่าน. กรุงเทพฯ: โครงการเสริมสร้างการเรียนรู้เพื่อชุมชนเป็นสุข. ๒๕๔๗.
               สิริวัฒน์ ค าวันสา. สงฆ์ไทยใน ๒๐๐ ปี. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ศรีอนันต์. ๒๕๒๔.
               อนุชิต สิงห์สุวรรณ. “ประวัตินิพนธ์อีสาน พ.ศ. ๒๔๗๕ ถึงสิ้นทศวรรษ ๒๕๒๐,” วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต สาขา
                     ประวัติศาสตร์ศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๕๓.
   85   86   87   88   89   90   91   92   93   94   95