Page 87 - ebook.msu.ac.th
P. 87

84


                   28
               หลัก  ซึ่ง “กระบวนทัศน์แรก” คล้ายกับการรับรู้ข้างต้นซึ่งค่อนข้างเป็นมุมมองที่แพร่หลายทั่วไป โดยมอง
                  ิ
               พพธภัณฑ์เป็นแหล่งเก็บสะสมสิ่งของเก่าที่เชื่อว่าเป็นของแท้ดั้งเดิม (authentic) วัตถุที่สะสมจึงมีสถานะเป็น
                 ิ
               ของมีค่า หรือบางชิ้นอาจถูกมองว่าศักดิ์สิทธิ์ (fetishized) ที่ต้องปกป้องสงวนรักษาเอาไว้
                                                     ิ
                        ส าหรับ “กระบวนทัศน์ที่สอง” มองพพิธภัณฑ์ในฐานะเป็นอุตสาหกรรมวัฒนธรรมที่ถูกขับเคลื่อนโดย
                                                                                 ิ
               ตลาด (Market-driven industry) ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างพิพธภัณฑกับการสถาปนาค่านิยม
                                                                                      ์
                                                                  ิ
               ของทุนนิยม การพึ่งพาอาศัยและการประนีประนอมระหว่างพพิธภัณฑ์กับผู้ให้ทุนหรือผู้อุปถัมภ์
                                                           ั
                        ส่วน “กระบวนทัศน์ที่สาม” มีความสัมพนธ์กับทฤษฎีหลังอาณานิคม (Postcolonial theory)
                  ิ
               พิพธภัณฑ์จึงเป็นพนที่สร้างอาณานิคม (Colonizing space) และนิทรรศการเป็นพนที่อภิสิทธิ์และแฝงอคติใน
                                                                                    ื้
                               ื้
               การน าเสนอภาพ “คนอื่น” เพื่อสร้างความชอบธรรมแก “ตัวเอง” ในฐานะผู้ที่เหนือกว่าและก้าวหน้ากว่า เช่น
                                                             ่
               การจัดล าดับชั้นให้กับเชื้อชาติ ชาติพนธุ์และเพศสภาพ ดังเช่นในกรณีของพพธภัณฑ์ตะวันตก (Eurocentric)
                                              ั
                                                                                ิ
                                                                              ิ
               อาจน าเสนอวัฒนธรรมอื่นๆอย่างแช่แข็ง ไม่เปลี่ยนแปลงและอยู่ในพัฒนาการที่ต่ ากว่าตน
                                                          ั
                                                                               ิ
                        ส าหรับกระบวนทัศน์สุดท้าย มีความสัมพนธ์กับแนวคิด “หลังพพธภัณฑ์” (post-museum) และ
                                                                             ิ
               “การเมืองพพธภัณฑ์”  ซึ่งสะท้อนถึงวิกฤตและการเมืองของการน าเสนอและ “ภาพตัวแทน”
                                     29
                            ิ
                           ิ
                                       ิ
                                                                  ิ
               (representation) ในพนที่พพธภัณฑ์ กล่าวคือ งานของพพธภัณฑ์ไม่ได้ถูกมองว่าเป็น “กลาง” และจ ากัด
                                                                ิ
                                         ิ
                                   ื้
                                                               ื้
               เฉพาะภัณฑารักษ์หรือผู้เชี่ยวชาญอกต่อไป โดยการเปิดพนที่ให้กับ “การมีส่วนร่วม” ของชุมชนท้องถิ่นและ
                                             ี
               ผู้ชมมากขึ้น ทั้งต้องตระหนักว่าผู้ชมไม่ใช่ผู้บริโภคที่เฉื่อยเนือย (passive) ดังนั้น แทนที่จะถ่ายทอดความรู้สู่
                                                         ั
               ผู้ชมในฐานะมวลชน (mass) หากทว่าต้องเปิดรับฟงและตอบสนองต่อกลุ่มต่างๆที่มีความแตกต่างหลากหลาย
                                                                                         ิ
                                                                                           ิ
               (multivocalism) โดยเฉพาะกลุ่มคนที่ไม่ได้รับความสนใจและไม่เคยมีตัวตนในพพธภัณฑ์ (under-
                                                                         ั
               represented) มาก่อน เพอกระตุ้นการมีส่วนร่วม การยอมรับ “อตลักษณ์” ที่หลากหลายและมีพลวัต
                                      ื่
                                                                                                    30
               ตลอดเวลา โดยเฉพาะการเป็นกลไกหนึ่งที่มีศักยภาพและความรับผิดชอบต่อสังคม (Social Agent)  เพอ
                                                                                                        ื่
               สร้างความเข้าใจทางสังคมใหม่ ลดทอนความแปลกแยกเป็นอื่นและภาพตายตัวต่างๆ
                         อนึ่ง เป็นที่น่าสังเกตว่ากระบวนทัศน์สุดท้ายนั้นก าลังเริ่มได้รับความสนใจจากนักวิชาการด้าน
                                                                                                        31
               พิพิธภัณฑ์และผู้เกี่ยวข้องทั่วโลกมากขึ้น โดยเฉพาะการน าแนวคิดการบริหารจัดการทรัพยากรทางวัฒนธรรม
               มาประยุกต์ใช้ร่วมกับการจัดการพพธภัณฑ์เพอสร้างพลังและความเข้มแข็งให้กับชุมชนท้องถิ่น โดย
                                                ิ
                                                        ื่
                                              ิ
                                                                                                     32
               ด าเนินการคู่ขนานกับการเคลื่อนไหวทางสังคมและการเมืองโดยเฉพาะประเด็นการกีดกันทางสังคม(social
                                                 ิ
                         33
               exclusion)  ดังเริ่มปรากฏว่าในหลายพพธภัณฑ์ได้เรียกร้องและเปิดโอกาสให้คนท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมใน
                                                   ิ
                                                                                                ื้
                                  ื่
               ฐานะทีมด าเนินงานเพอปกป้อง สงวนรักษาและน าเสนอเรื่องราวของตัวเอง ตลอดทั้งแสวงหาพนที่ส าหรับ

                     28  Janet Marstine (editor), New Museum Theory and Practice : An Introduction (Malden, MA :
               Blackwell, ๒๐๐๖)., pp.๘-๒๑
                     29  ดูใน Timothy Luke, Museum Politics: Power Plays at the Exhibition (Minneapolis, MN, USA:
               University of Minnesota Press, ๒๐๐๒).
                     30  Richard Sandell, Museums, Society, Inequality (Florence,KY,USA:Routledge,๒๐๐๒)
                     31   Francis P. McManamon and Hatton. Cultural Resource Management in Contemporary Society:
               Perspectives on Managing and Presenting the Past (London, UK: Routledge, ๑๙๙๙)
                     32   ดูตัวอย่างใน สายันต์ ไพรชาญจิตร์, การฟื้นฟูพลังชุมชนด้วยการจัดการทรัพยากรทางโบราณคดและพิพิธภัณฑ์:
                                                                                              ี
               แนวคิด วิธีการและประสบการณ์จากจังหวัดน่าน (กรุงเทพฯ: โครงการเสริมสร้างการเรียนรู้เพื่อชุมชนเป็นสุข. ๒๕๔๗).
                     33  ดูใน Graham black, The Engaging Museum, Developing Museums for Visitor Involvement
               (London and New York : Routledge,๒๐๐๕) pp.๔๖-๕๑.
   82   83   84   85   86   87   88   89   90   91   92