Page 90 - MSU Digital Book
P. 90
�
้
็
่
ั
ั
�
glomerulonephritis) และแบื้บื้เรู้อรู้ง (chronic glomerulonephritis) โดยกี่ารู้อกี่เสบื้ทำรู้้นแรู้งเปน
2,5
�
รู้ะยะเวลานานจะทำำาให�ไต้ถ่้กี่ทำำาลายได�มากี่ขึน
�
่
้
ั
ำ
ิ
่
ั
่
�
ั
่
่
่
้
ั
ปจจยทำมผู้ลต้อกี่ารู้ดาเนนโรู้คไต้โกี่ลเมอรู้ลส ไดแกี่ ภูาวะมโปรู้ต้นในปสสาวะ ความดนโลหต้สง
ั
ิ
้
�
้
�
่
่
�
ทำควบื้คมไมได เบื้าหวานทำควบื้คมไมได กี่ารู้สบื้บื้หรู้ โรู้คหวใจและหลอดเลอด โรู้คอวน กี่ารู้ใช้ยา
่
้
�
�
�
้
่
้
�
ั
่
้
่
�
ำ
่
่
ำ�
่
ั
ั
ิ
่
ทำมพษต้อไต้ คลอดกี่อนกี่าหนด หรู้อนาหนกี่แรู้กี่คลอดนอย กี่ารู้พกี่ผู้อนไมเพยงพอจากี่สาเหต้ เช้น
่�
่
้
่
่
้
่
ั
่
ภูาวะหยดหายใจขณีะหลบื้ กี่ล้มอากี่ารู้ขาอยไมส้ข
้
2,5
1.1 อาการทำางคำลนก
ิ
ิ
ิ
อากี่ารู้ทำางคลนกี่ของโรู้คไต้โกี่ลเมอรู้้ลสทำพบื้บื้อย ม่ดงน่
ั
�
2,5,6
่
�
ั
ิ
่
1) Asymptomatic microscopic hematuria หมายถ่ง ต้รู้วจพบื้เม็ดเลอดแดง
้
ึ
�
่
ในปสสาวะ โดยไมม่อากี่ารู้บื้วม ความดนโลหต้ปกี่ต้ (ยกี่เว�นผู้้ปวยโรู้คความดนโลหต้อยเดม) และกี่ารู้
ิ
่
ิ
้
ั
ิ
ั
่
ิ
ั
ทำำางานของไต้ปกี่ต้ ิ
่
ึ
2) Asymptomatic proteinuria หมายถ่ง ต้รู้วจพบื้โปรู้ต้นในปสสาวะ โดยไมมอากี่ารู้
ั
่
่
่
ิ
ิ
ั
บื้วม ความดนโลหต้ปกี่ต้ (ยกี่เว�นผู้้ปวยโรู้คความดนโลหต้อยเดม) และกี่ารู้ทำำางานของไต้ปกี่ต้ มกี่พบื้
ิ
�
้
ั
่
ิ
ั
ิ
ั
่
้
่
้
ในรู้ะยะแรู้กี่ของโรู้คไต้โกี่ลเมอรู้ลส หรู้อโรู้คทำไมรู้นแรู้ง โดยอาจพบื้รู้วมกี่บื้ asymptomatic
�
่
ั
้
microscopic hematuria
ั
ั
่
่
ึ
3) Nephrotic syndrome หมายถ่ง ภูาวะทำโปรู้ต้นในปสสาวะมากี่กี่ว่าหรู้อเทำากี่บื้
้
่�
ั
ั
่
3.5 กี่รู้ม/วน หรู้้อ urine protein to creatinine ratio (UPCR) มากี่กี่วาหรู้้อเทำากี่บื้ 3.5 กี่รู้ม/วน
ั
ั
่
ั
่
ั
้
ิ
คาครู้เอต้นนและอลบื้มนในเลอดนอยกี่วา 3 กี่รู้ม/เดซ้ลต้รู้ โดยอาจพบื้ไขมนในเลอดสง
้
ั
ั
่
้
ิ
ิ
ิ
่
�
้
่
(คอเลสเต้อรู้อล มากี่กี่วา 250 มลลกี่รู้ม/เดซ้ิลต้รู้) ภูาวะเลอดแขงต้วผู้ดปกี่ต้ในผู้ปวยบื้างรู้าย
็
ิ
ิ
้
่
ั
ิ
�
ั
้
่
ิ
ิ
์
ั
่
�
�
้
ั
�
ั
ั
เซ้ลล cast ในปสสาวะ ไขมนออกี่มากี่ับื้ปสสาวะ (lipiduria) ผู้ปวยมกี่มาดวยอากี่ารู้บื้วม นำาหนกี่
ั
�
�
่
เพมขน ปสสาวะเปนฟอง ออนเพลย ทำงน nephrotic syndrome เปนอากี่ารู้แสดงทำพบื้ไดบื้อย
�
ั
่
็
็
ิ
�
�
�
่
ั
ึ
่
่
ั
ในผู้้ปวยทำม่โรู้คไต้โกี่ลเมอรู้้ลส โดยเฉพาะ minimal-change disease, primary focal segmental
�
�
่
่
glomerulosclerosis
�
4) Nephritic syndrome หมายถ่ง ภูาวะทำมเลอดปนออกี่มากี่ับื้ปสสาวะ (hematuria)
ั
่
้
ึ
่
ิ
่
่
ั
ิ
็
ั
ม่ความผู้ดปกี่ต้ของรู้้ปรู้างเมดเล้อดแดง รู้วมกี่บื้ความดนโลหต้ส้ง บื้วม ปสสาวะออกี่น�อย กี่ารู้ทำำางาน
ั
ิ
่
ิ
่
ึ
�
่
่
�
�
�
้
ึ
ิ
ของไต้ลดลง คาครู้เอต้นนในเลอดเพมขน มโปรู้ต้นในปสสาวะ (proteinuria) ซ้งสวนใหญนอยกี่วา
่
ั
่
่
่
้
่
3 กี่รู้ัม/วัน นอกี่จากี่น�อาจพบื้เม็ดเลอดขาว และ cast ช้นิด granular และ cellular ในปัสสาวะ
�
ทำงน nephritic syndrome เปนอากี่ารู้แสดงทำ่พบื้ไดบื้อยในผู้ปวยทำเปน post streptococcal
่
่
�
�
ั
�
�
็
็
่
�
้
่
glomerulonephritis, proliferative glomerulonephritis, idiopathic membranoproliferative
glomerulonephritis rapid progressive glomerulonephritis (RPGN) หมายถ่ึง ภูาวะทำ�กี่ารู้ทำำางาน
่
่
ของไต้ลดลงอย่างรู้วดเรู้็ว ในรู้ะยะเวลาเป็นวันหรู้้อสัปดาห์ โดยมอากี่ารู้ต้่าง ๆ เช้่น ความดันโลหิต้สง
้
�
บื้วม ปัสสาวะออกี่นอย
65

