Page 31 - Neuropsychiatric.indd
P. 31
ตารางที่ 1.1 ระดับความรุนแรงของอาการไม่พึงประสงค์จากยา ตามเกณฑ์ของ Hartwig และ Siegel
ระดับความรุนแรง ค าอธิบาย
1 อาการไม่พึงประสงค์จากยาที่ยังคงใช้ยาที่สงสัยต่อไปได้
2 อาการไม่พึงประสงค์จากยาที่ต้องหยุดใช้ยาที่สงสัยชั่วคราว หรือหยุดใช้ยาที่สงสัย หรือใช้ยาอื่นแทน
แต่ไม่ต้องใช้ยาต้านพิษ หรือได้รับการรักษา และไม่ต้องพักรักษาในโรงพยาบาลนานขึ้น
3 อาการไม่พึงประสงค์จากยาที่ต้องหยุดใช้ยาที่สงสัยชั่วคราว หรือหยุดใช้ยาที่สงสัย หรือใช้ยาอื่นแทน
หรือได้รับยาต้านพิษ หรือได้รับการรักษา แต่ไม่ต้องพักรักษาในโรงพยาบาลนานขึ้น
4 อาการไม่พึงประสงค์จากยาที่มีความรุนแรงระดับ 3 และต้องพักรักษาในโรงพยาบาลนานขึ้นอย่าง
น้อย 1 วัน หรืออาการไม่พึงประสงค์จากยาท าให้ต้องเข้าพักรักษาในโรงพยาบาล
5 อาการไม่พึงประสงค์จากยาที่มีความรุนแรงระดับ 4 และจ าเป็นต้องได้รับการดูแลรักษาอย่างใกล้ชิด
6 อาการไม่พึงประสงค์จากยาที่ท าให้เกิดอันตรายต่อผู้ป่วยอย่างถาวร
7a อาการไม่พึงประสงค์จากยาที่ส่งผลโดยอ้อมให้ผู้ป่วยเสียชีวิต
7b อาการไม่พึงประสงค์จากยาที่ส่งผลโดยตรงให้ผู้ป่วยเสียชีวิต
ที่มา : เรียบเรียงจาก Hartwig และคณะ
5
เนื้อหาในหนังสือเล่มนี้ ครอบคลุมอาการไม่พงประสงค์จากยาที่มีระดับความรุนแรงที่ท าให้ผู้ป่วยต้อง
ึ
หยุดใช้ยาชั่วคราวหรือถาวร หรือต้องได้รับการรักษา
1.4 การประเมินความสัมพันธ์ระหว่างอาการไม่พึงประสงค์กับยาที่สงสัย
การประเมินความสัมพันธ์ระหว่างอาการไม่พึงประสงค์กับยาที่สงสัย เพื่อช่วยในการตัดสินใจว่ายาและ
่
ึ
ั
อาการไมพงประสงค์ที่เกิดขึ้นนั้นมีความสัมพนธ์กันหรือไม่ ข้อมูลต่อไปนี้จาเป็นต้องนามาใช้ประกอบการ
7,8
พิจารณา
(1) ข้อมูลล าดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามล าดับเวลา (timeline) ของการเกิดอาการไม่พึงประสงค์ และ
ข้อมูลด้านการเจ็บป่วยอื่น ๆ เช่น โรคประจ าตัว สภาวะของผู้ป่วย โดยมีข้อมูลล าดับเวลาของการ
ั
ใช้ยา วันที่เริ่มเกิดอาการไม่พึงประสงค์ ลักษณะของอาการไม่พงประสงค์ ซึ่งหากมีความสัมพนธ์
ึ
ี
่
ิ
ึ
กับยาที่สงสัย อาการไมพงประสงค์ดังกล่าวควรเกดภายหลงจากใช้ยาทคาดว่าจะเป็นสาเหต ุ
่
ั
ยกเว้นกรณีเป็นอาการไม่พึงประสงค์จากการหยุดใช้ยา
ึ
(2) ข้อมูลประวัติการเกิดอาการไม่พงประสงค์ที่คล้ายคลึงหรือเหมือนกับอาการไม่พึงประสงค์ในครั้งนี้
ั
(3) ข้อมูลหรือหลักฐานที่บ่งชี้ถึงความเชื่อมโยงดังกล่าว เช่น สามารถอธิบายไดจากฤทธิ์ทางเภสช
้
ั
่
วิทยา หรอพิษวิทยา รายงานการเกดอาการไมพึงประสงคในอดีตของยานน ๆ และไม่สามารถ
้
ิ
ื
์
อธิบายได้ด้วยโรคของผู้ป่วยหรือยาอื่นที่ได้รับร่วมหรือสาเหตุอื่น ๆ
้
่
ี
(4) ขอมลดานการหยุดยาหรือลดขนาดยาทสงสัย (dechallenge) หรือการใช้ยาที่สงสัยซ้ า
ู
้
ึ
(rechallenge) เพื่อทดสอบความสัมพันธ์ที่จ าเพาะ เช่น เมื่อใช้ยาดังกล่าวแล้วจะเกิดอาการไม่พง
ประสงค์ แต่เมื่อหยุดใช้ยาดังกล่าวหรือให้ยาต้านพิษที่จ าเพาะเจาะจงหรือปรับลดขนาดยาแล้วมี
อาการดีขึ้น หรือเมื่อใช้ยาดังกล่าวซ้ าหรือปรับเพิ่มขนาดยา ก็จะเกิดอาการไม่พึงประสงค์ขึ้นอีก
่
์
่
ิ
่
ี
ู
(5) ขอมลการทดสอบทจ าเพาะ ทสามารถนามายนยนว่าอาการไมพึงประสงคดังกลาวเกดจากยาท ี ่
้
ี
ื
่
ั
สงสัย โดยเป็นข้อมูลที่สอดคล้องด้านเวลากับการใช้ยา เช่น การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจและพบว่ามี
ั
ั
QT interval prolongation ภายหลงจากการใช้ยา thioridazine หรือการตรวจวัดระดบยาใน
เลือดที่บ่งชี้ว่ามีระดับสูงและเสี่ยงต่อการเกิดอาการไม่พึงประสงค์
10
10

