Page 32 - Neuropsychiatric.indd
P. 32

ึ
                                               ั
 ตารางที่ 1.1 ระดับความรุนแรงของอาการไม่พึงประสงค์จากยา ตามเกณฑ์ของ Hartwig และ Siegel   เครื่องมือประเมินความสัมพนธ์ระหว่างยาที่สงสัยกับอาการไม่พงประสงค์จากยา (ADR causality
                                                                 9
                                                                                                        ั
 ระดับความรุนแรง   ค าอธิบาย   assessment tool) ที่เป็นการประเมินทั่วไปที่นิยมในปัจจุบัน  แบ่งเป็น 3 ประเภท คือ 1) การประเมินที่อาศย
 1   อาการไม่พึงประสงค์จากยาที่ยังคงใช้ยาที่สงสัยต่อไปได้   ความเชี่ยวชาญและประสบการณในการตัดสนใจ (Expert judgement/global introspection methods)
                                                     ิ
                                            ์
 2   อาการไม่พึงประสงค์จากยาที่ต้องหยุดใช้ยาที่สงสัยชั่วคราว หรือหยุดใช้ยาที่สงสัย หรือใช้ยาอื่นแทน   เช่น WHO-Uppsala Monitoring Centre causality assessment criteria ซึ่งใช้ค าย่อว่า WHO-UMC
 แต่ไม่ต้องใช้ยาต้านพิษ หรือได้รับการรักษา และไม่ต้องพักรักษาในโรงพยาบาลนานขึ้น   causality assessment criteria; 2) การประเมินท่มีชุดค าถามมาตรฐาน (algorithm) เช่น Naranjo’s
                                                            ี
 3   อาการไม่พึงประสงค์จากยาที่ต้องหยุดใช้ยาที่สงสัยชั่วคราว หรือหยุดใช้ยาที่สงสัย หรือใช้ยาอื่นแทน   algorithm และ Thai algorithm และ 3) การประเมนโดยใช้วิธีทางสถตและความนาจะเปน (Probabilistic
                                                                                           ็
                                                                                      ่
                                                            ิ
                                                                           ิ
                                                                            ิ
 หรือได้รับยาต้านพิษ หรือได้รับการรักษา แต่ไม่ต้องพักรักษาในโรงพยาบาลนานขึ้น                 24
                                                                   ิ
                                           ั

                                                                     ิ
 4   อาการไม่พึงประสงค์จากยาที่มีความรุนแรงระดับ 3 และต้องพักรักษาในโรงพยาบาลนานขึ้นอย่าง  or Bayesian approach)  สาหรบประเทศไทย ในทางปฏิบัตนยมใช้ Naranjo’s algorithm  ซึ่งมีทั้งหมด
 น้อย 1 วัน หรืออาการไม่พึงประสงค์จากยาท าให้ต้องเข้าพักรักษาในโรงพยาบาล   10 ข้อค าถาม (ช่วงคะแนน -4 ถึง 13) และน าผลรวมของคะแนนมาประเมินว่ามีความเป็นไปได้ในระดับความ
                                                                       ั
                                                    ึ
 5   อาการไม่พึงประสงค์จากยาที่มีความรุนแรงระดับ 4 และจ าเป็นต้องได้รับการดูแลรักษาอย่างใกล้ชิด    เชื่อมั่นใดว่ายาที่สงสัยก่อให้เกิดอาการไม่พงประสงค์ ซึ่งมี 4 ระดบ คือ คะแนนรวมมากกว่าหรือเท่ากับ 9
                                  ั
                                                                                       ั
                             ึ
 6   อาการไม่พึงประสงค์จากยาที่ท าให้เกิดอันตรายต่อผู้ป่วยอย่างถาวร    คะแนน หมายถง ระดบใช่แน่นอน (definite) คะแนนรวม 5-8 คะแนน หมายถึง ระดบน่าจะใช่ (probable)
 7a   อาการไม่พึงประสงค์จากยาที่ส่งผลโดยอ้อมให้ผู้ป่วยเสียชีวิต   คะแนนรวม 1-4 คะแนน หมายถง ระดบอาจจะใช่ (possible) และคะแนนรวม ≤0 คะแนน หมายถง ระดับ
                                                ั
                                                                                                   ึ
                                           ึ
 7b   อาการไม่พึงประสงค์จากยาที่ส่งผลโดยตรงให้ผู้ป่วยเสียชีวิต   น่าสงสัย (doubtful) ซึ่งในหนังสือเล่มนี้ได้ใช้ Naranjo’s algorithm ส าหรับการประเมินความสมพนธ์
                                                                                                       ั
                                                                                                    ั
 ที่มา : เรียบเรียงจาก Hartwig และคณะ    ระหว่างอาการไม่พึงประสงค์จากยาที่สงสัย โดยได้ยกตัวอย่างเป็นกรณีศึกษาในบทที่ 5
 5

 เนื้อหาในหนังสือเล่มนี้ ครอบคลุมอาการไม่พงประสงค์จากยาที่มีระดับความรุนแรงที่ท าให้ผู้ป่วยต้อง  2. แหล่งข้อมูลส าหรับศึกษาอาการไม่พึงประสงค์จากยาและแนวทางการจัดการ
 ึ
 หยุดใช้ยาชั่วคราวหรือถาวร หรือต้องได้รับการรักษา
                       2.1 แหล่งที่มาของขอมูลหรือหลักฐานที่บ่งชี้อาการไม่พึงประสงค์จากยา
                                        ้
 1.4 การประเมินความสัมพันธ์ระหว่างอาการไม่พึงประสงค์กับยาที่สงสัย   แหล่งที่มาของข้อมูลหรือหลักฐานที่บ่งชี้อาการไม่พงประสงคของยาแต่ละชนิด มาจากหลาย
                                                                    ึ
                                                                             ์
 การประเมินความสัมพันธ์ระหว่างอาการไม่พึงประสงค์กับยาที่สงสัย เพื่อช่วยในการตัดสินใจว่ายาและ  10,11
                                                                            ึ
                                       ิ่
 ่
 ึ


 อาการไมพงประสงค์ที่เกิดขึ้นนั้นมีความสัมพนธ์กันหรือไม่ ข้อมูลต่อไปนี้จาเป็นต้องนามาใช้ประกอบการ  แหล่งข้อมูล   ทั้งนี้ยาที่เพงวางจ าหน่ายในท้องตลาด ข้อมูลอาการไม่พงประสงค์จะได้จากการศึกษาก่อนที่
 ั
                                                             ื
                                        ี
                                                                    ี
                                                             ่
               ยาวางจ าหน่ายโดยเปรียบเทยบกบยาหลอกหรือยาอนโดยมรูปแบบเป็น randomized controlled trial
                                             ั
 7,8
 พิจารณา       (RCT) หรือข้อมูลจาก experimental study ที่ศึกษาผลของยาด้านความปลอดภัยในอาสาสมัครสุขภาพดี  ซึ่ง
 (1) ข้อมูลล าดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามล าดับเวลา (timeline) ของการเกิดอาการไม่พึงประสงค์ และ  จะมีค าเตือนและข้อควรระวังที่ระบุในข้อมูลผลิตภัณฑ์ยา (product monograph) ที่ได้รับการรับรองการขึ้น
 ข้อมูลด้านการเจ็บป่วยอื่น ๆ เช่น โรคประจ าตัว สภาวะของผู้ป่วย โดยมีข้อมูลล าดับเวลาของการ  ทะเบียนยา และระบุในเอกสารก ากับยา แต่ข้อมูลอาการไม่พงประสงค์ดังกล่าวอาจไม่ครบถ้วน เนื่องจาก
                                                                    ึ
 ั
 ใช้ยา วันที่เริ่มเกิดอาการไม่พึงประสงค์ ลักษณะของอาการไม่พงประสงค์  ซึ่งหากมีความสัมพนธ์  ข้อจ ากัดคือ เป็นการศึกษาทดลองทไม่ครอบคลุมประชากรกลุ่มเปราะบาง เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคร่วมและ
 ึ
                                             ี่
 ่
 กับยาที่สงสัย อาการไมพงประสงค์ดังกล่าวควรเกดภายหลงจากใช้ยาทคาดว่าจะเป็นสาเหต  ุ  ใช้ยาหลายรายการ หรอเมอนามาใช้ในสภาพความเปนจรง อาจพบว่ามความรนแรงของอาการไมพงประสงค ์
 ึ
 ่
 ิ
 ี
 ั
                                  ื
                                                                                                 ึ
                                                           ็
                                                                                                ่
                                                               ิ
                                                                          ี
                                     ่
                                     ื

                                                                                ุ
 ยกเว้นกรณีเป็นอาการไม่พึงประสงค์จากการหยุดใช้ยา   มากกว่าทเคยมรายงาน รวมถงระยะเวลาในการติดตามผลทอาจไมนานเพยงพอที่จะสามารถพบอาการไมพง
                                                                                                         ึ
                                                                 ่
                                                                 ี
                                                                                                       ่
                                                                       ่
                                        ึ
                                                                             ี
                        ี
                            ี
                        ่
 ึ
 (2) ข้อมูลประวัติการเกิดอาการไม่พงประสงค์ที่คล้ายคลึงหรือเหมือนกับอาการไม่พึงประสงค์ในครั้งนี้   ประสงค์ที่เกิดขึ้นในระยะยาว หรืออาการไม่พึงประสงค์ทพบไม่บ่อย
                                                              ี่
 (3) ข้อมูลหรือหลักฐานที่บ่งชี้ถึงความเชื่อมโยงดังกล่าว เช่น สามารถอธิบายไดจากฤทธิ์ทางเภสช  แหล่งข้อมูลที่ส าคัญถัดมาคือ แหล่งข้อมูลภายหลังจากยาออกวางจ าหน่ายสู่ท้องตลาด ซึ่งได้จากระบบ
 ั
 ้
 วิทยา หรอพิษวิทยา รายงานการเกดอาการไมพึงประสงคในอดีตของยานน ๆ และไม่สามารถ  การเฝาระวังความปลอดภัยดานยา (pharmacovigilance) ซึ่งเป็นกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบ
 ั
 ์
 ่
 ้
 ื
 ิ
                     ้
                                        ้
 อธิบายได้ด้วยโรคของผู้ป่วยหรือยาอื่นที่ได้รับร่วมหรือสาเหตุอื่น ๆ
                                                                       ื่
 ้
 (4) ขอมลดานการหยุดยาหรือลดขนาดยาทสงสัย (dechallenge) หรือการใช้ยาที่สงสัยซ้ า   ประเมิน ท าความเข้าใจ และการป้องกันผลข้างเคียงหรือปัญหาอน ๆ ที่อาจเกี่ยวข้องกับยา โดยในแต่ละ
 ้
 ู
 ี
 ่
                                                                   ิ
                                                               ่
                                                               ี
                                                                                           ู
                                                                                       ื
                                                                                               ้
                                         ่
                                         ี
                                      ั
                           ี
               ประเทศ จะมหน่วยงานหลกทรับผดชอบ ซงหน่วยงานทรับผดชอบของประเทศไทยคอ ศนย์เฝาระวังความ
                                                    ึ
                                             ิ
                                                    ่
 ึ
 (rechallenge) เพื่อทดสอบความสัมพันธ์ที่จ าเพาะ เช่น เมื่อใช้ยาดังกล่าวแล้วจะเกิดอาการไม่พง  ปลอดภัยด้านผลตภัณฑสขภาพ สานกงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสข โดยอาศยการ
                             ิ
                                                                                            ุ
                                                                                                     ั

                                    ุ
                                   ์
                                              ั
 ประสงค์ แต่เมื่อหยุดใช้ยาดังกล่าวหรือให้ยาต้านพิษที่จ าเพาะเจาะจงหรือปรับลดขนาดยาแล้วมี  รายงานอาการไมพงประสงคโดยความสมครใจ (spontaneous/voluntary reporting) ทั้งจากบุคลากรทาง
                              ่
                                                  ั
                               ึ
                                       ์
 อาการดีขึ้น หรือเมื่อใช้ยาดังกล่าวซ้ าหรือปรับเพิ่มขนาดยา ก็จะเกิดอาการไม่พึงประสงค์ขึ้นอีก
 ่
 ี
 ี
 (5) ขอมลการทดสอบทจ าเพาะ ทสามารถนามายนยนว่าอาการไมพึงประสงคดังกลาวเกดจากยาท ี ่  การแพทย์ ผู้ป่วย หรือญาติ บริษัทผู้ผลิตยา ซึ่งหน่วยเฝ้าระวังความปลอดภัยด้านยาของแต่ละประเทศจะ
 ้
 ู
 ่
 ์
 ่
 ิ
 ่
 ั
 ื

               รวบรวมข้อมูลไว้ในฐานข้อมูลระดับประเทศ เช่น Thai Vigibase ของประเทศไทย ฐานขอมล FDA Adverse
                                                                                           ู
                                                                                         ้
 สงสัย โดยเป็นข้อมูลที่สอดคล้องด้านเวลากับการใช้ยา เช่น การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจและพบว่ามี   Event Reporting System (FAERS) ของสหรัฐอเมริกา ฐานข้อมูลระดับนานาชาติ เช่น WHO VigiBase และ
 ั
 ั
 QT interval prolongation ภายหลงจากการใช้ยา thioridazine หรือการตรวจวัดระดบยาใน  ฐานข้อมูล EudraVigilance ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของ The European Medicine Agency (EMA) ฐานข้อมูล
 เลือดที่บ่งชี้ว่ามีระดับสูงและเสี่ยงต่อการเกิดอาการไม่พึงประสงค์
 10                                                                                                     11
                                                                                                        11
   27   28   29   30   31   32   33   34   35   36   37