Page 167 - ebook.msu.ac.th
P. 167
164
ื้
การส ารวจการศึกษา บนพนฐานที่พบมีอยู่ในท้องถิ่นต่างๆ ซึ่งทั้งหมดน่าจะอยู่ในกรอบความรู้กว้างๆ ๓ หมวด
ใหญ่ด้วยกัน คือ
๑. หมวดศาสนา (ปรัชญา, ค าสอน, พุทธต านาน)
ิ
: คัมภีร์ฎีกา, บทสวด-ค าสูตรในพธีกรรม, พระอภิธรรม, พระวินัย, พระสูตร, ชาดกทั่วไป (ชาดกนอก
นิบาต), อานิสงส์ต่างๆ, พุทธท านาย, จริยศาสตร์-สุภาษิต-ค าสอน, โหราศาสตร์, ไสยศาสตร์, ต ารายา ฯลฯ
๒. หมวดวรรณกรรม
: ต านานนิทานพื้นบ้าน, นิทม (พื้นสืบหรือนิทานก้อม), ผญา-ภาษิต-โตงโตย, กลอนสาร, ขับ-ล า ฯลฯ
๓. หมวดต านาน พงศาวดาร ประวัติศาสตร์
: ต านานพื้นเมือง, พื้นพระ..., พื้นพระธาตุ, ต านานเทศน์ (อุรังคธาตุ), พงศาวดาร, กฎหมายโบราณ ฯลฯ
ส่วนเรื่องจุดประสงค์ของการสร้างหนังสือใบลานนั้น กล่าวได้ว่าน่าจะมีแนวคิดหลักอยู่ที่ “ศรัทธา” ที่
จะ “สืบทอดพระศาสนา” โดยมีความเชื่อเรื่องอานิสงส์-บุญกุศล เป็นแรงจูงใจในการสร้างหนังสือใบลาน ซึ่ง
ค่อนข้างแน่นอนว่าวัฒนธรรมการสร้างและการใช้เนื้อหาสาระของหนังสือใบลานย่อมต้องมีความสัมพนธ์กับ
ั
โครงสร้างสังคมของผู้สร้างผู้ใช้ในหลายๆ ด้านด้วย เช่น เนื้อหาที่เป็นความรู้ ภูมิปัญญาที่สั่งสมสืบทอดกันต่อๆ
มา ดังเห็นได้จากพทธต านาน พงศาวดาร ประวัติศาสตร์ ค าสูตรขวัญต่างๆ ตลอดจนต ารายาและหลายเรื่องก็
ุ
ี
จะมเนื้อหาเกี่ยวกับจริยธรรมค าสอน ประเภทผญาภาษิต และอีกจ านวนไม่น้อยที่มีเนื้อหาที่ดูจะหนักไปทางให้
ความบันเทิงอยู่มาก แต่ก็มีส่วนเป็นสาระความรู้และสอนจริยธรรมไปพร้อมๆ กันด้วย ดังเห็นได้จากนิทาน
ชาดกทั่วไป
ความเชื่อเกี่ยวกับหนังสือใบลาน
ี
ดังกล่าวแล้วว่าชาวอสานในอดีต เชื่อว่าทั้งหนังสือใบลานผูกและใบลานก้อมเป็นเอกสารศักดิ์สิทธิ์ จึง
ท าให้มีข้อก าหนดพฤติกรรมการกระท าต่างๆ เกี่ยวกับหนังสือใบลาน ทั้งในแง่ที่ต้องปฏิบัติและข้อห้ามหลาย
อย่าง คือเชื่อกันว่าถ้าผู้ใดสร้างหนังสือใบลานผูกถวายวัดจะได้อานิสงส์บุญกุศลมาก
ุ
เมื่อมีการสร้างหนังสือใบลานผูกขึ้นมาแล้วย่อมต้องมีวัสดุอปกรณ์ต่างๆ ที่จ าเป็นเกี่ยวกับหนังสือใบ
็
ลานผูกด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผ้าห่อหนังสือใบลานผูก กมีความเชื่อกันด้วยว่า ถ้าได้ถวายผ้าห่อหนังสือใบลาน
ผูกแล้วจะได้บุญกุศล ซึ่งสามารถถวายได้ทั้งผ้าฝ้าย ผ้าไหม และก็ถวายได้โดยไม่จ ากัด ได้ทั้งผ้าขาว ผ้าสี
ผ้าลาย ผ้าขิด ผ้าจก ผ้ามัดหมี่ โดยเน้นที่ต้องเป็นผ้าทอใหม่ๆ เป็นที่ส าคัญ แต่ถ้าเป็นผ้าเก่าที่ทอไว้แล้ว ก็ต้อง
เป็นผ้าที่ยังไม่เคยใช้มาก่อน โดยเฉพาะผ้ามัดหมี่ที่ปกติส่วนใหญ่มุ่งเน้นทอขึ้นมาเพอใช้เป็นผ้าซิ่นของผู้หญิง
ื่
มีหญิงบางคนในบางแห่งที่คิดว่าการทอผ้าไหมซึ่งเป็นหน้าที่หลักของลูกผู้หญิงนั้น กว่าจะได้เส้นไหม
ื่
มาทอแต่ละผืน แต่ละเครือหูก ต้องเอาตัวไหมในฝักลงต้มในหม้อน้ าร้อนเพอสาวให้เป็นเส้นไหม นั่นคือต้องฆ่า
ชีวิตตัวไหมเป็นจ านวนมาก จึงหาโอกาสท าบุญกุศลทดแทน จากการฆ่าด้วยหน้าที่ทางสังคม เป็นเหมือนการไถ่
บาปไปในตัว
มีหญิงบางคนสละเส้นผมที่หมั่นดูแลรักษามาอย่างดีจนยาวสลวย โดยการถอนออกมาหลายๆเส้น จน
สามารถรวบรวมโคนเส้นผมให้เป็นปอยได้ใหญ่พอสมควร ขนาดประมาณนิ้วมือ มัดโคนให้แน่นหรือรวบติดโคน
ปอยผมด้วยครั่งหรือขี้สูด คล้ายการท า “ช้องผม” หรือไม่ก็ถักปอยผมหรือช้องผมนั้นให้เรียบร้อยสวยงามเอา
ไปถวายวัด เพื่อให้พระใช้ผูกปี้ที่ใช้บอกชื่อเรื่อง ชื่อตอน เสียบไว้กับมัดหนังสือผูกใบลาน หรือท าเป็นสายสนอง
โดยเชื่อว่าจะได้บุญกุศลมาก

