Page 166 - ebook.msu.ac.th
P. 166

163


                       ในสมัยโบราณ ถ้าต้องน าหนังสือใบลานติดไปกับการเดินทางไกลๆ มักจะเอาหนังสือใบลานใส่บั้งไม้ไผ่
               มีฝาปิดที่เรียกว่า “บั้งจุ้ม” เพื่อช่วยรักษาหนังสือใบลานไม่ให้ช ารุดเสียหาย

                                                                                                      ี
                                                                        ิ
                       ส่วนหนังสือใบลานก้อมนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นต าราการท าพธีกรรมต่างๆ ในชีวิตสังคมของชาวอสาน
               เช่น ต าราแต่งแก้-เสียเคราะห์,ต าราโหราศาสตร์ ฤกษ์ยาม,ต ารายาและไสยศาสตร์ต่างๆ ฯลฯ ซึ่งส่วนใหญ่
               มักจะเป็นสมบัติส่วนตัวหรือตระกูลของผู้ที่มีความรู้ เพราะมักเป็นผู้ที่เคยบวชเรียนมาแล้ว ที่เรียกกันว่า หมอ
                                                                                          ิ
               สูตร (ขวัญ) และหมอธรรม ใบลานก้อมจึงเป็นหนังสือของฆราวาส ซึ่งเป็นผู้น าในการท าพธีกรรมต่างๆ หรือ
               “เจ้าพธี” จึงมักจะเก็บรักษาหนังสือใบลานก้อมไว้บน “หิ้งเปิง” ที่อยู่ในห้องเปิง คือห้องผี หรือที่ภายหลังได้
                     ิ
                                                                                  ิ
               กลายเป็นห้องพระ ซึ่งหมอธรรมและหมอสูตรจะต้องแต่งเครื่องบูชาในโอกาสพเศษและทุกวันศีล (วันพระ)
               เป็นประจ าอยู่แล้ว และก็เคยมีพบเช่นกันว่าหมอธรรมหรือหมอสูตรบางคนก็อาจเก็บรักษาหนังสือใบลานของตน
               ไว้ที่หัวนอนซึ่งแต่เดิมจะนอนบน “ตู้” คือ เตียงโบราณ เพราะมีความเชื่อเรื่อง “หัว” เป็นของสูงเป็นปกติอยู่

               แล้ว และปกติส่วนใหญ่ก็มักจะวางตู้หรือเตียงโบราณไว้ชิดฝาห้องตามแนวระหว่างเสาแฮก – เสาขวัญ (เสาเอก-
                                                                                                        ั
               เสาโท) อยู่แล้ว โดยหัวตู้หรือหัวเตียงที่เป็นหัวนอนไปที่ฝาด้านหลังเรือน คือ ต าแหน่งเสาขวัญที่สอดคล้องกบ
                                                                                    ุ
               ความเชื่อเรื่อง “ขวัญหัว” ของชาวอีสานในอดีตและรวมทั้งคนหลายกลุ่มชาติพันธุ์ในอษาคเนย์ด้วย
                       แม้ว่าการเก็บรักษาหนังสือใบลานผูกและใบลานก้อมจะมีการแยกแหล่งที่เก็บรักษาดังกล่าวมาแล้วก็

               ตาม แต่ก็ดูเหมือนจะไม่ใช่ข้อก าหนดที่แน่นอนตายตัวเสมอไป เพราะมีพบอยู่บ้างที่หนังสือใบลานบางผูกก็มี
               การเก็บรักษาอยู่ตามบ้านเรือนของหมอธรรมหรือหมอสูตรที่มีความรู้ เพราะต าราบางอย่างก็อาจจะจารบน
               หนังสือใบลานผูกก็ได้ และหนังสือใบลานก้อมบางส่วนก็มีพบอยู่ในวัดด้วย เพราะหมอธรรมหรือหมอสูตรบาง

               คนเมื่อเสียชีวิตแล้วไม่มีลูกหรือลูกศิษย์จะสืบทอดวิชา ลูกเมียก็อาจจะน าไปถวายวัดก็ม  ี
                       การพจารณาเรื่องการเก็บรักษาหนังสือใบลานอสานอย่างกว้างๆ ดังกล่าว แม้จะไม่ใช่ข้อก าหนด
                                                                ี
                           ิ
               แน่นอนทั้งหมดก็ตาม แต่ก็ท าให้พอมองเห็นความคิดความเชื่อและพฤติกรรมของคนในสังคมได้กว้างๆ ใน
                                                                     ี
               ลักษณะที่ให้ความส าคัญกับเอกสารหนังสือใบลานพอๆ กัน เพยงแต่พยายามจะแยกให้เห็นว่า “วัดสร้าง
               ต านาน บ้านสร้างต ารา”


               เนื้อหาและจุดประสงค์ของหนังสือใบลานอีสาน


                       จากการตรวจสอบข้อมูลเอกสารของผู้รู้ทางวรรณกรรมทั้งในอีสาน ล้านช้าง ล้านนา และเอกสารของ
               ลาว พบว่า มีการจัดแบ่งหมวดเนื้อหาเรื่องราวที่จารบนเอกสารหนังสือใบลานมีจ านวนหมวดมากบ้าง น้อยบ้าง
               แตกต่างกันไป เช่น

                       หมวดคัมภีร์ฎีกา, วรรณกรรมพทธศาสนา, วรรณกรรมโบราณ, วรรณกรรมแปล, ต านานพงศาวดาร,
                                                 ุ
               ค าสอน, ความรู้วิทยาศาสตร์, ธรรมชาติโบราณและผญา-กลอนสาส์น-ขับ-ล า
                       หมวดพระพทธศาสนานิทานพื้นบ้าน, กฎหมายโบราณ, อาจาริยศาสตร์ (จริยศาสตร์), ประวัติศาสตร์,
                                 ุ
               โหราศาสตร์, โคลง-กลอน(ร้อยกรอง), ต าราสมุนไพร, ลัทธิพธีกรรม, ไสยศาสตร์และปณิกกะ
                                                                ิ
                                                                                              ั
                       หมวดปรัชญา (ตะวันออก, ตะวันตก), ศาสนา, สังคมศาสตร์, ภาษาศาสตร์-อกษรศาสตร์,
               วิทยาศาสตร์-ธรรมศาสตร์, วิทยาศาสตร์ประยุกต์, ศิลปะ, วรรณคดี, ประวัติศาสตร์ และอนๆ เป็นต้น (ของ
                                                                                           ื่
               สปป.ลาว)
                       การแบ่งหมวดเนื้อหา ๓ ชุด ที่น ามาเป็นตัวอย่างนี้ แม้ว่าจะมีทั้งกลุ่มหมวดที่เหมือนกัน คล้ายคลึงกัน

               และแตกต่างกันบ้างก็ตาม แต่ก็พอจะช่วยท าให้สรุปได้ว่า การแบ่งแยกหมวดย่อยๆ ออกไปนั้นก็เพอสะดวกใน
                                                                                                ื่
   161   162   163   164   165   166   167   168   169   170   171