Page 172 - ebook.msu.ac.th
P. 172

169


                        ิ
               ขลังของพธีกรรม นอกจากนี้หมอสูตรหลายคนก็อาจจะมีความจ าเป็นต้องทบทวนบทสูตรต่างๆ ที่ตัวเองอาจจะ
                                                                 ี
                                                                                        ิ
                                                                                               ิ
               หลงลืมไปบ้างในบางช่วงบางตอน เพราะหมอสูตรในสังคมอสานนั้น แม้จะเป็นผู้น าในพธีกรรมพเศษเฉพาะก็
                                                           ิ
               ตาม แต่ก็ดูจะไม่ค่อยจะมีสิทธิและการแบ่งหน้าที่พเศษอย่างชัดเจน คือ ยังต้องประกอบอาชีพท ามาหากิน
               ตามปกติเหมือนชาวบ้านทั่วไปด้วย จึงมีโอกาสจะลืมได้ ที่ส าคัญอกด้านหนึ่งก็คือ หนังสือใบลานผูกจะมีส่วน
                                                                      ี
               ช่วยสร้างความรู้สึกเชื่อมั่นให้กับเจ้าของพธีกรรมได้ในระดับหนึ่งว่า บทสูตรต่างๆ ที่ใช้นั้นถูกต้องจริง ไม่
                                                    ิ
               ผิดพลาดไปจากครูและต าราเดิมที่สืบทอดกันมา

               ความเชื่อจากเนื้อหาในหนังสือใบลาน : บทบาทหน้าที่การสร้างกฎระเบียบสังคม


                       คงเนื่องจากการที่หนังสือใบลาน ทั้งลานผูก ลานก้อม มีการจารเรื่องราวต่างๆ หลากหลายประเภท
               เนื้อหาสาระทั้งต านานศาสนา, พระธรรมค าสอน, ต านานพระ, ต านานพระธาตุ, นิทานชาดก, โหราศาสตร์,
               ต ารายา, ไสยศาสตร์, การท าพธีกรรมต่างๆ ฯลฯ จึงท าให้เนื้อหาเรื่องราวต่างๆ ในหนังสือใบลาน ถูกน ามาใช้
                                         ิ
                         ่
               เทศน์ล า, อานเทศน์, สูตร-สวด, บริกรรมร่ายมนต์ ฯลฯ ที่ให้ทั้งความรู้ภูมิปัญญา, การสั่งสอน, ความบันเทิง
               จนมีผลท าให้คนยอมรับปฏิบัติตามได้ ซึ่งหากพจารณาบนพนฐานแนวคิดทฤษฎีหน้าที่นิยม (Functionalism)
                                                                 ื้
                                                      ิ
               แล้ว ก็พอจะเห็นว่า เนื้อหาสาระและจุดประสงค์หลายๆ เรื่องในหนังสือใบลานน่าจะมีส่วนช่วยสนับสนุนให้มี
               การสร้าง “กฎระเบียบ” (Charter) ในหลายๆ ด้านของสังคม โดยผ่านการถ่ายทอดความเชื่อตามเนื้อความใน
               หนังสือใบลาน ซึ่งเสมือนการสร้างความพร้อมที่ให้คนสังคมมีความคิดและเชื่อตรงกัน จนมีผลท าให้สังคมมี

               เอกภาพที่มั่นคงอยู่ได้
                       ตัวอย่างที่พอจะเห็นบทบาทหน้าที่ของเนื้อหาในหนังสือใบลานได้ คือต านานพงศาวดารเมืองแถง ซึ่ง
               เป็นเรื่องพระยาแถนผู้สร้างสรรพชีวิต-สรรพสิ่ง โดยเฉพาะการสร้างชีวิตมนุษย์หลายเผ่าพันธุ์ ภาษาจากน้ าเต้า

               ปุ้ง ผ่านฮูซีและฮูสิ่ว จ านวน ๕ กลุ่ม (คือไทลม ไทลี ไทเลิง ไทลอ ไทยควาง) จนท าให้ชาวลาว ผู้ไทย เวียดและ
                                                                   ั
                                          ิ
               ข่าหลายกลุ่มในอดีตมีทั้งความคดในเรื่องความเป็นญาติพี่น้องกน และขัดแย้งกนบ้างในบางเรื่อง เหมือนจะคิด
                                                                                ั
               ยอมรับว่าเรื่องดังกล่าวนั้น เป็นความจริงอยู่ในที
                       เนื้อหาจากหนังสือใบลานหลายเรื่อง ก็ดูเหมือนจะมีผลเป็นวัฒนธรรมประเพณีที่ก าหนดพฤติกรรม
               การกระท าของผู้คนในสังคมได้ ทั้งในส่วนที่เป็นบรรทัดฐานข้อปฏิบัติและข้อห้ามต่างๆ จนอาจกล่าวได้ว่าจะ

                                                                     ุ
               กลายเป็นสถาบันของสังคมได้ ดังจะเห็นได้จากอิทธิพลของเรื่องพทธประวัติในทศชาติชาดก ที่ท าให้คนมีความ
               เพยร ความอดทน มีความกตัญญูรู้คุณผู้บังเกิดเกล้า ฯลฯ โดยเฉพาะเรื่องมหาชาติชาดกคือพระเวสสันดรที่มุ่ง
                 ี
                                                                                        ุ
               ให้คนรู้จักเสียสละบริจาคทาน  รวมทั้งความเชื่อเรื่องต านานการสร้างพระธาตุพนมในอรังคนิทานที่ท าให้คน
               สองฝั่งลุ่มน้ าโขง มีจุดศูนย์รวมความเชื่อศรัทธาร่วมกันในการบูชาพระธาตุพนม จนกลายเป็นบุญประเพณีสืบ
               ทอดกันเรื่อยมาจนปัจจุบัน
                                                      ื้
                       ส่วนผู้ที่เรียนต าราสูตร ต าราหมอยาพนบ้าน และหมอวิชาไสยศาสตร์ ที่ล้วนเป็นวิชาที่จะช่วยคนให้
                 ้
               พนวิกฤตชีวิตจากความเจ็บไข้ได้ป่วยทั้งทางร่างกายและจิตใจของคนในสังคม ก็มักจะมีคะล า-ข้อห้าม
               (Taboo) ก ากับการกระท าในวิถีการด าเนินชีวิตต่างกับชาวบ้านทั่วไปเสมอ เพราะวิชาดังกล่าวจ าเป็นต้องมี
               คุณธรรมความดีเป็นจริยธรรมประจ าตัวประจ าใจ ไม่ท าร้ายและเอาเปรียบขูดรีดชาวบ้านทั่วไปที่ไม่มีวิชาหรือ
               ด้อยโอกาสและอ่อนแอกว่า เพื่อจะช่วยท าให้อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขและท าให้สังคมด ารงอยู่ได้อย่างปลอดภัย
                                                    ิ
                                                                                                     ั
                       ตรงนี้พอเห็นได้ว่าจะต่างกับวิชาพเศษในสายวิทยาศาสตร์ประยุกต์หลายสาขาอาชีพในยุคพฒนา
               เศรษฐกิจและสังคมที่ดูจะขาดจริยธรรมก ากับอย่างน่าเป็นห่วง แม้ว่าบางสาขาวิชาชีพจะมีองค์กรอาชีพของ
                                                                                                    ่
               ตนเองขึ้นมาเพอควบคุมพฤติกรรมการประกอบอาชีพเฉพาะทางก็ตาม แต่ก็ดูจะเป็นองค์กรวิชาชีพที่ออนแอ
                            ื่
   167   168   169   170   171   172   173   174   175   176   177