Page 170 - ebook.msu.ac.th
P. 170
167
ั
ที่เป็นศิษย์ของพระครูลึมบอง แห่งบ้านกะลึมเมืองพาน) ก็ดูจะเป็นเค้าเรื่องความสัมพนธ์ของเมืองพาน เมือง
คุก (อีสานไทย) และเมืองเวียงจันทน์ เมืองนครจ าปาสัก ใน สปป.ลาว ของผู้คนทั้งสองฝั่งโขง
ั
ต านานพงศาวดารเมืองแถงและพงศาวดารเมืองล้านช้าง ก็ดูจะบ่งบอกถึงความสัมพนธ์ทางสังคมและ
วัฒนธรรมของผู้คนที่อยู่ในท้องถิ่นต่างๆ ในขอบเขตที่กว้างขวางของชาวผู้ไท-ลาว ที่อยู่ในเขตประเทศ
เวียดนาม ลาว และไทย
ั
ต านานไข่หินแตกหรือเรื่องปู้โล่โถ ก็พอจะท าให้เห็นความสัมพนธ์ของชาวจ้วงกับความเป็นคนไทยที่
เคยอยู่อาศัยในมณฑลกวางสี ประเทศจีนได้
ี
นอกจากนี้ยังมีการพบร่องรอยของเรื่องเล่านิทานพนบ้านที่มีจารบันทึกเป็นหนังสือใบลานอสานที่มี
ื้
เค้าโครงเรื่องคล้ายคลึงกันอยู่หลายภาคของไทย ทั้งเรื่องที่มีชื่อเรื่องคล้ายคลึงกัน และแตกต่างกันไปเลย เช่น
สังสินไชย, สีทน-มโนรา, เซียงเหมี้ยงหรือศรีธนนชัย เป็นต้น
ส่วนเอกสารหนังสือใบลานประเภทที่จารบันทึกต ารายา ไสยศาสตร์ โหราศาสตร์และบทสูตร(บทสวด,
ี
มนต์) แม้จะมีรายละเอยดแตกต่างกันไปบ้างในแต่ละถิ่น แต่ก็ดูเหมือนว่าหลายต าราจะมีโครงสร้างหลักและ
จุดประสงค์ใกล้เคียงกัน จนชวนให้คิดว่าในอดีตอาจจะเคยเป็นคนกลุ่มเดียวกันหรือเคยมีความสัมพันธ์กันมาก่อน
จากกรณีตัวอย่างร่องรอยความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมที่พิจารณาจากการบันทึกหนังสือใบลานดังกล่าว
นี้ ดูเหมือนว่าหลายกรณีจะสอดคล้องกับประวัติศาสตร์การอพยพเคลื่อนย้ายของผู้คนในอดีตอย่างแนบแน่น
ู
พอสมควร อย่างเช่นกรณีการกวาดต้อนชาวผู้ไทย จากเมืองแถง (เดียน เบียน ฟ) ในเวียดนามและชาวลาว
พวน และชาวผู้ไทย จากเมืองพวนในประเทศลาว เข้ามาอยู่ในเขตจังหวัดเพชรบุรีและภาคตะวันออกหลาย
ท้องถิ่น ที่น่าจะมีเอกสารหนังสือใบลานเกี่ยวข้องอยู่ด้วย รวมทั้งร่องรอยจากค าบอกเล่าของ สาธุใหญ่ค าจัน
ั
วิละจิด (เมื่อวันที่ ๒๔ เมษายน ๒๕๔๐) ที่ว่า “กองทัพสยามต้องใช้ช้างเจ็ดเชือก บรรทุกเอกสารใบลานอน
ี
ส าคัญๆ จากเวียงจันทน์ไปบางกอกในปี ๑๘๒๗ และช้างอก ๒๐ กว่าเชือก บรรทุกเอกสารอนๆ ไปไว้เมือง
ื่
ยโสธร”
หนังสือใบลาน : เอกสารช่วยความจ าเพื่อการสืบทอดวัฒนธรรม
ปกติวรรณกรรมมุขปาฐะ คือ เรื่องเล่าต่างๆ นั้น มักจะมีโอกาสเปลี่ยนแปลงไปจากต้นเค้าเดิมได้ง่าย
ื่
ั
ั
และผู้รู้จะเล่าให้คนอนฟงในวงแคบและกว้างบ้างในบางโอกาส แต่ผู้ฟงก็อาจจะมีข้อจ ากัดจนสามารถรับฟง
ั
ี
รับรู้ จ าได้เพียงบางส่วน เมื่อน าไปบอกเล่าต่อๆ ไปก็มโอกาสที่จะต่อเติมเสริมแต่งและตัดทอน ขาดหายไปตาม
ความคิด ความต้องการหรือการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า จนมีการปรับไปตามสถานการณ์และบรรยากาศของการ
เล่าเรื่องนั้นๆ ได้อย่างค่อนข้างอสระ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องประเภทนิทานชาดกทั่วไป เช่น ปัญญาสชาดก,
ิ
ชาดกนอกนิบาต ฯลฯ ที่มีความเชื่อก ากับให้เคร่งครัดไม่มากนัก เพยงแต่ว่าส่วนใหญ่ผู้เล่าต่อๆ กันมาอาจจะ
ี
รักษาโครงเรื่องหลักที่ส าคัญๆ ไว้เท่านั้น แต่รายละเอยดของเรื่องมักจะมีการเปลี่ยนแปลงไปจากต้นเค้าเดิม
ี
จริงๆ ได้ง่าย
ฉะนั้นการน าเรื่องเล่าและความรู้เรื่องต่างๆ มาจดจารบันทึกไว้ในหนังสือใบลาน จึงเป็นลักษณะวิธีการ
บันทึก “ช่วยความจ า” ของผู้คนในสังคม ซึ่งจัดว่าเป็นวัฒนธรรมอย่างหนึ่งของสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการ
บันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับความเชื่อที่เป็นเรื่องศรัทธาความขลัง ความศักดิ์สิทธิ์ที่ต้องมีการสืบทอด อย่างเรื่อง
เกี่ยวกับต านานความเชื่อ-ศาสนา, ต านานประวัติศาสตร์ และรูปแบบแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการประกอบพิธีกรรม
ต่างๆ เป็นต้น

