Page 174 - ebook.msu.ac.th
P. 174
171
เผยแพร่อย่างทั่วถึง คือ ถูกตัดงบประมาณมากที่สุด จึงน่าจะท าให้การศึกษาในหัวเมืองตามวัดในขณะนั้นคง
ั
ั
ยังใช้ตัวอกษรแบบเดิมอยู่ คือ การเรียนการสอนด้วยอกษรธรรมและตัวอกษรไทยน้อยจากใบลานอยู่และก็
ั
น่าจะใช้กันมาจนสิ้นสมัยราชกาลที่ ๕ เพราะในประกาศพ.ร.บ.ลักษณะปกครองคณะสงฆ์เมื่อ วันที่ ๑๙
ึ
กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๔๒ ก็ยังก าหนดให้พระสงฆ์มีหน้าที่ “บ ารุงการศกษาในวัด” โดยการมีกรมหมื่นวชิรญาณว
โรรส (สมณศักดิ์ขณะนั้น) เป็นผู้บัญชาการทั่วไป โดยการอุดหนุนของกรมหมื่นด ารงราชานุภาพ (บรรดาศักดิ์
ขณะนั้น) ผู้เป็นเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย และประกอบกับจ านวนโรงเรียนในหัวเมืองต่างๆ ในขณะนั้นก็ยัง
มีจ านวนน้อย คือ มีโรงเรียนที่ตั้งอยู่ในวัดต่างๆเพยง ๓๓๐ โรง ในปี พ.ศ. ๒๔๔๓ ทั้งๆ ที่มีวัดทั้งประเทศ
ี
ึ้
ขณะนั้นถึง ๘,๐๐๐ วัด เพิ่งจะมีโรงเรียนในวัดเพิ่มขนอย่างรวดเร็วถึง ๒,๙๓๖ โรง ในปี พ.ศ. ๒๔๕๓ ซึ่งเป็นปี
ิ่
สุดท้ายของรัชกาลที่ ๕ และเพมขึ้นเป็น ๓,๒๓๕ โรง (เพมอก ๒๙๙ โรง) ในปี พ.ศ. ๒๔๕๔ ซึ่งเป็นปีแรก
ิ่
ี
ของรัชกาลที่ ๖ซึ่งก็ยังไม่ถึง ๕๐% ของวัดที่มีอยู่ในกรุงสยามขณะนั้นเลย
ั
ั
แม้ว่าจะไม่มีการพบหลักฐานชัดเจนว่า การใช้ตัวอกษรธรรมและอกษรไทยน้อย เริ่มเสื่อมความนิยม
ั
ั
ลงเมื่อไรแน่ก็ตาม แต่จากหลักฐานประวัติศาสตร์ก็พอจะให้เห็นร่องรอยอยู่บ้างว่าอกษรธรรมและอกษรไทย
น้อยในดินแดนอสาน น่าจะเริ่มนิยมกันน้อยลงบ้างในช่วงที่มีการปฏิรูปการปกครองหัวเมืองมณฑลอสาน
ี
ี
ในช่วงสมัยรัชกาลที่ ๕ ที่สนับสนุนให้มีต าราเรียนเป็นอกษรไทยจากส่วนกลางออกมาเผยแพร่ผ่านระบบการ
ั
ปกครองและระบบการศึกษา ที่ส าคัญคือเป็นการเริ่มปรับเปลี่ยน “วิธีคิด” เป็นครั้งแรก แต่ก็ชวนให้คิดว่า
ิ
น่าจะเป็นอทธิพลใหม่จากภายนอก คือ ส่วนกลางราชส านักกรุงเทพฯ ที่เข้ามาแทรกประสานกับการใช้
ั
ิ่
ั
ตัวอกษรธรรมและอกษรไทยน้อยที่เคยใช้กันมาแต่เดิม เพราะเพงเริ่มมีการจัดการศึกษาในระยะแรกๆ ที่ยัง
ใช้วัดเป็นฐานหลักในการกระจายการศึกษาออกสู่หัวเมืองให้กับไพร่ฟ้าสามัญชน
ิ
อิทธิพลของการใช้อักษรไทยจากส่วนกลางโดยผ่านต าราเรียน น่าจะมีอทธิพลเหนือการใช้อักษรธรรม
ี
ั
และอกษรไทยน้อย ซึ่งเป็นอกษรที่ใช้กันในท้องถิ่นอสานมาแต่เดิม นับแต่มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติ
ั
ประถมศึกษา ปี พ.ศ. ๒๔๖๐ ในสมัยรัชกาลที่ ๖ ซึ่งเป็นพระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับเป็นต้นมา
โดยเฉพาะอย่างยิ่งอักษรธรรมและอกษรไทยน้อยที่ใช้จารเป็นหนังสือใบลานในอีสานน่าจะลดความนิยมลงมาก
ั
ยิ่งขึ้นในช่วงหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองปีพ.ศ. ๒๔๗๕ และน่าจะรุนแรงมากยิ่งขึ้นในช่วงหลัง
สงครามโลกครั้งที่ ๒ จนถึงช่วงตั้งแต่มีการใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติฉบับที่ ๑ ในปี ๒๕๐๔ เป็นต้น
ั
มา เพราะไทยต้องยอมรับการก าหนดแนวทางการพฒนาเศรษฐกิจแบบไม่สมดุล (โดยไม่ค านึงถึงการพฒนา
ั
สังคม) ตามแนวคิดทุนนิยมวัตถุของสหรัฐอเมริกา ที่เน้นความเหมือน-คล้ายคลึง คือ เอกภาพ จึงท าลาย
ี่
ความหลากหลายในแต่ละท้องถิ่นที่มีเสน่ห์ในตัวเองไปอย่างน่าเสียดาย ซึ่งตรงนี้น่าจะเป็นสาเหตุส าคัญทท าให้
่
ความนิยมในการใช้ตัวอกษรไทยน้อยลดความส าคัญลงเรื่อยๆ จนกระทั่งคนที่อาน-เขียนอกษรธรรมและ
ั
ั
อักษรไทยน้อยเหลือน้อยลงเรื่อยๆ

