Page 232 - ebook.msu.ac.th
P. 232
229
“หลวงตาหนูพร้อมด้วยแม่ออกบ้านโนนสมบูรณ์ได้สร้างหนังสือล าจันทคาตไว้ มีรายนามดังนี้ แม ่
แป้ง แม่ใหญ่แม แม่ใหญ่จวง แม่ทา แม่ใหญ่ใบ แม่อ่อน แม่แวง แม่พอ แม่ใบ คุณแม่สี แม่สัง แม ่
หนูนิ่ม แม่นาง แม่กุล แม่ใหญ่ชอบ แม่บุน แม่ธร แม่จันลี นางสมควร มีใจศรัทธา สร้างไว้ในพุทธ
ศาสนาขอให้เถิงสุขสามประการ คือ มนุษยสมบัติ สวรรค์สมบัติ แลนิพพานสมบัติทุกๆคนเทอญ
ข้าพเจ้าพ่อตาเสาร์ พาหา เป็นผู้เขียนให้ นิพพานัง ปัจจโย โหตุ”
ดังที่ยกมาในตัวอย่างนั้นจะเห็นได้ว่าในด้านที่เกี่ยวกับผู้แต่งนี้จะแบ่งออกเป็นสองส่วนคือ
๑. ส่วนผู้ที่สร้างหนังสือ ในส่วนของผู้สร้างหนังสือจะเป็นผู้ที่ตระเตรียมที่จะท าหนังสือใบลานคิด
เรื่องที่จะท า และรวบรวมปัจจัยเพื่อที่จะไปจ้างผู้ที่จะจารใบลานอีกครั้งหนึ่งดังที่จะกล่าวถึงต่อไป
๒. ผู้เขียนหรือผู้จารใบลาน ในส่วนของผู้จารใบลานนั้นจะได้รับค าสั่งให้จารใบลานในเรื่องตามที่
ผู้สร้างได้ตกลงกันไว้ว่าจะสร้างเรื่องอะไร
ดังตัวอย่างขางต้นเป็นคุณลักษณะเฉพาะของผู้แต่งที่มความสัมพันธ์กับกลุ่มชนนั้นๆ และนอกจากนี้
ี
้
ยังมีคติความเชื่อเรื่องที่ว่า ใครที่จารใบลานหรือมีส่วนร่วมในการจารใบลาน ผู้นั้นจะได้รับอานิสงส์เป็นอย่าง
มากนั้นก็คือ การจารตัวอักษรลงในใบลาน ๑ ตัว เท่ากับอานิสงส์ในการสร้างพระพทธรูปหนึ่งองค์ ดังนั้น
ุ
จึงท าให้พบรายชื่อในการสร้างคัมภีร์ใบลานอย่างแพร่หลาย
๒. ด้านสมัยและมิติของเวลาที่จาร
ั
ชาวอสาน เป็นกลุ่มชนที่มีวัฒนธรรมอนเก่าแก่และสวยงามที่เรียกว่า กลุ่มชนวัฒนธรรมลุ่มแม่น้ าโขง
ี
หรือกลุ่มชนวัฒนธรรมไทย-ลาว ซึ่งในอดีตเคยเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรล้านช้าง เป็นกลุ่มชนที่มีมรดกทาง
ั
ศิลปวัฒนธรรมอนโดดเด่น เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ดั้งด้านศิลปะและวัฒนธรรม การเรียกชื่อเวลาหรือนับ
กาลเวลา คือการนับปี นับเดือน นับวัน และนับยาม ก็เป็นวัฒนธรรมอนโดดเด่นอย่างหนึ่งของชาวอสานใน
ั
ี
อดีต ซึ่งมีการเรียกชื่อแตกต่างจาก ภาคกลางโดยสิ้นเชิงแต่มีความเหมือนกัน หรือคล้ายกันกับภาคเหนือของ
ไทยเพราะเป็นกลุ่มชนที่รับสืบทอดวัฒนธรรมร่วมกัน
ในคัมภีร์ใบลานเรื่อง “จันทคาต” นั้นสามารถบ่งบอกรายละเอยด เกี่ยวกับสมัยที่จาร ค่อนข้าง
ี
สมบูรณ์ ทั้งในด้านของมิติทาง เวลา วัน เดือน และปีพทธศักราช รวมไปถึงข้างขึ้นหรือข้างแรมอกด้วย ดังที่
ี
ุ
ปรากฏในตัวอย่างดังนี้
“ริจนาแล้วยามตุดซ้าย วันที่ ๑๙ เดือน พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๖ แรม ๔ ค่ าวันจันทร์แล
ข้าพเจ้าพ่อตาเสาร์ พาหา เป็นผู้เขียนให้หลวงตาหนู บ้านโนนสมบูรณ์”
จากตัวอย่างแสดงให้เห็นถึงการนับยามของคนอสานซึ่งถือว่าเป็นอตลักษณ์เฉพาะของกลุ่มคนอสาน
ี
ั
ี
ซึ่งการนับยามในภาคอีสานนั้นแตกต่างจากภาคกลางโดยสิ้นเชิง ภาคกลางนั้นเรียกชื่อฤกษ์แทน ส่วนภาคเหนือ
ี
เรียกชื่อยามคล้ายกัน ซึ่งภาคอสานแบ่งยามหรือช่วงเวลาใน ๑ วัน (๒๔ ชั่วโมง) ออกเป็น ๑๖ ยาม โดย
ื
แบ่งเป็นกลางวัน ๘ ยาม และกลางคน ๘ ยาม โดยระยะเวลาห่างกันช่วงละ ๑ ชั่วโมง ๓๐ นาที และมีชื่อเรียก
ต่างกันดังนี้

