Page 237 - ebook.msu.ac.th
P. 237

234


                                     ปรากฏ หลักค าเมืองภูเขียวฉบับดังกล่าวได้บันทึกช่วงเวลาที่จารลงในใบลานคือ
                                     จ.ศ.๑๒๔๑ (พ.ศ.๒๔๒๒)  ฉะนั้นช่วงเวลาที่มีการคัดลอกบันทึกหลักค าฉบับ

                                                                                            ื
                                     ดังกล่าว เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่พระภักดีชุมพล(บุญจันทร์)เป็นเจ้าเมอง ชัยภูม  ิ
                              ๒๔๓๐  -  ตั้งบ้านลาดเป็นเมืองภูเขียว
                              ๒๔๓๑  -  ตั้งหลวงภักดีสุนทร บุตรหลวงขจรนพคุณ เป็นพระภักดีชุมพล
                              ๒๔๓๗  -  ตั้งร้อยโทขุนแผ้วภักดี(โต๊ะ) กรมการเมืองนครราชสีมา มาเป็นข้าหลวงก ากับ

                                          ราชการเมืองชัยภูมิ ๓ ปี
                              ๒๔๔๐  -  ตั้งพระหฤทัย (บัว) จากนครราชสีมาเป็นเจ้าเมืองชัยภูมิ
                                     -  ตรงกับปีที่จัดระบบการปกครองเป็นบริเวณ ยุบเมืองลงเป็นอ าเภอ
                                          เมืองชัยภูมิมีอ าเภอในปกครอง ๕ อ าเภอ คือ

                                            ๑.  อ าเภอเมือง
                                            ๒.  อ าเภอเกษตรสมบูรณ์
                                            ๓.  อ าเภอภูเขียว
                                            ๔.  อ าเภอจัตุรัส

                                            ๕.  อ าเภอบ าเหน็จณรงค  ์

               ข้อบังคับ ประพฤติ ปฏิบัติที่ราษฎรต้องท าและห้ามกระท า

                              -  ลักษณะโทษขั้นต่างๆ
                                     -  ขันไหม เป็นโทษปรับไหมส่วนใหญ่การปรับไหมจะปรับลดหลั่นกันไปตามยศศักดิ์
               ของข้าราชการ ส่วนไพร่ราษฎรจะหรับน้อยตามส่วนความผิด บางครั้ง การปรับไหม นอกจากปรับเป็นเงินแล้ว
               ยังมีเครื่องแข็งเช่น เหล็ก มาเป็นส่วนประกอบการปรับด้วย
                                     -  ขันแปลง โทษซ่อมแซมหรือสร้างสิ่งช ารุดไปให้เหมือนเดิม โทษซ่อมแปลงสิ่งของ

               ช ารุดให้เหมือนเดิมนี้ ส่วนใหญ่เป็นกรณีที่ไปสร้างความเสียหายให้แก่ข้าวของหรือสิ่งปลูกสร้างของคนอื่น ต้อง
               ชดใช้เป็นเงินโดยถ่องค่า (ลดค่า) ลงมาจากขันไหมครึ่งหนึ่ง
                                                        ี
                                     -  ขันสมมา เป็นโทษเพยงให้ผู้กระท าผิดขอขมาแก่ผู้เสียหาย แต่บางครั้งถ้าเป็นโทษ
               ที่สร้างความเสียหายแก่ชีวิตของคนอนมาก เช่น การท ามาหากิน การท านา อาธิ การขโมยอุปกรณ์ท านา เช่น
                                              ื่
               คราด ไถ แอก ให้ชดใช้ ๕ เท่า แต่ถ้าน ามาคืนให้แต่ขันสมมาเท่ากับของที่ขโมยไป เช่นเดียวกับการขโมยอาวุธ
               ซึ่งจะปรับไหมมากกว่า เช่น ขโมยง้าว ดาบ ให้ชดใช้ ๕ เท่าครึ่งแต่หากน าของมาคืนต้องแต่งขันสมมาเท่ากับ
               ราคาของที่ขโมย เป็นต้น

                                                                                                ื่
                                     -  ขันค่าคอ เป็นโทษประหาร ส่วนใหญ่เป็นคดีร้ายแรง เช่น ท าร้ายคนอนถึงแก่ชีวิต
               ดังนั้น เมื่อต้องโทษประหารชีวิตก็จะมีการไถ่ชีวิตได้ด้วยการน าเงินมาไถ่ เท่ากับจ านวนค่าคอ เช่น โจรฆ่า
                                                                          ื่
               เจ้าของเรือนหรือกรณีมีคนขัดแย้งชกต่อยกัน จนท าให้บ้านเรือของคนอนเสียหายและฆ่าเจ้าของเรือนด้วย จัก
                                ่
               ต้องโทษขันค่าคอ (คาหัวคน) นอกจากนี้ยังมีกรณีเกิดศึกสงครามแล้วเอาอาวุธเก็บไว้ไม่น าไปใช้ในการต่อสู้กับ
               ข้าศึกจะมีความผิดฐานเป็นขบถแผ่นดิน (บัวริน วังคีรี. หน้า ๘๗-๘๘)
   232   233   234   235   236   237   238   239   240   241   242