Page 233 - ebook.msu.ac.th
P. 233
230
กลางวัน กลางคืน
ชื่อยาม เวลา ชื่อยาม เวลา
ยามตุดตั้ง ๐๖.๐๐ - ๐๗.๓๐ น. ยามตุดตั้ง ๑๘.๐๐ - ๑๙.๓๐ น.
ยามงาย ๐๗.๓๐ - ๐๙.๐๐ น. ยามเดิก ๑๙.๓๐ - ๒๑.๐๐ น.
ยามแถใกล้เที่ยง ๐๙.๐๐ - ๑๐.๓๐ น. ยามแถใกล้เที่ยง ๒๑.๐๐ - ๒๒.๓๐ น.
ยามเที่ยง ๑๐.๓๐ - ๑๒.๐๐ น. ยามเที่ยงคืน ๒๒.๓๐ - ๒๔.๐๐ น.
ยามตุดซ้าย ๑๒.๐๐ - ๑๓.๓๐ น. ยามตุดซ้าย ๒๔.๐๐ - ๐๑.๓๐ น.
ยามแลง (กลองแลง) ๑๓.๓๐ - ๑๕.๐๐ น. ยามเข้า (เค้า) ๐๑.๓๐ - ๐๓.๐๐ น.
ยามแถใกล้ค่ า ๑๕.๐๐ - ๑๖.๓๐ น. ยามแถใกล้ฮุ่ง ๐๓.๐๐ - ๐๔.๓๐ น.
ยามพาดลั่นค่ า (ยามค่ า) ๑๖.๓๐ - ๑๘.๐๐ น. ยามพาดลั่นฮุ่ง (ยามฮุ่ง) ๐๔.๓๐ - ๐๖.๐๐ น.
จะเห็นได้ว่า การนับกาลเวลาของชาวอสานในอดีตนั้นมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะเป็นมรดกทาง
ี
ั
วัฒนธรรมอนน่าภาคภูมิใจยิ่ง แต่ในปัจจุบันมรดกทางวัฒนธรรมนี้ได้ถูกลืมเลือนไปกับกาลเวลาและวัฒนธรรม
ภาคกลางอนสืบเนื่องมาจากระบบการศึกษาและการปกครอง ท าให้ระบบการนับกาลเวลาของ ชาวอสาน
ี
ั
เหล่านี้มีคนรู้จักน้อยเต็มที (ส่วนมากจะเหลือเพียงคนเฒ่าคนแก่ตามชนบทเท่านั้น) ปัจจุบันที่ยังคงเหลือปรากฏ
อยู่เพยงแค่การนับเดือนเท่านั้นที่ยังคงใช้อยู่ เพราะเดือนมีความเหมือนกันกับภาคกลาง แต่ถึงกระนั้นก็ตาม
ี
ค าว่า เดือนเจียง ก็มีคนรู้จักน้อยเต็มที แต่กลับไปรู้จัก เดือนอ้าย ของภาคกลางแทน และชาวอีสานก็เข้าใจว่า
เดือนอายเป็นชื่อเรียกเดือนที่ ๑ ของตนเองอกต่างหาก นับว่าเป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่ง แต่ก็ต้องยอมรับโดย
้
ี
ประนีประนอม วัฒนธรรมไหนที่ได้รับการยอมรับว่าเจริญและทันสมัย วัฒนธรรมนั้นย่อมมีอทธิพลมาก ส่วน
ิ
วัฒนธรรมอันเก่าล้าหลังก็ต้องถูกลืมเลือนไปตามวันวานและกาลเวลา
๓. ด้านของตัวอักษรและภาษา
ั
ในภาคอสานนั้นจะนิยมใช้ตัวอกษรธรรมบันทึกเรื่องราวทางคดีโลกและใช้อกษรขอมบันทึกทางคดี
ี
ั
ธรรม ซึ่งในวรรณกรรมเรื่องนี้ผู้จารได้บันทึกด้วยอักษรธรรมอีสานเพราะเป็นวรรณกรรมเรื่องหนึ่งที่ได้รับความ
นิยมในสมัยนั้น และลักษณะของภาษาเป็นภาษาอีสานที่บ่งบอกสิ่งที่เรียกได้อย่างชัดเจน ลึกซึ้ง
ดังเช่นตัวอย่าง
ั
ุ
“ เมื่อนั้นสุริยะคราสท้าวต้านตอบลุงอาว์ ฝูงข้อยสขสวสดีก็บ่มีโพยต้อง ท้าวก็อาณัติ ต้านฝูง
หมู่ลุงอาว อย่าได้เอาค าเผือ”
ี
ดังตัวอย่างที่ปรากฏนั้น ลักษณะของภาษาเป็นภาษาอสานที่บ่งบอกสิ่งที่กล่าวถึงได้อย่างชัดเจน
ลึกซึ้ง ดังเช่นตัวอย่างของค านามในภาษาอสานค าว่า “อาว์” ญาติฝ่ายชาย เพศชาย สามารถบอกบอก
ี
ี
ลักษณะค าเรียกชื่อเครือญาติได้อย่างลึกซึ้งชัดเจนและจะเป็นตัวก าหนดที่ส าคัญว่าใครเป็นกลุ่มของคนอสาน
ผ่านทางด้านของภาษาเมื่อไปสัมพนธ์กับกลุ่มชนอน เมื่อน ามาเทียบจะเห็นความชัดเจน ซึ่งเมื่อเทียบกับ
ั
ื่
ลักษณะภาษาที่ใกล้เคียงกันก็คือภาษาไทยซึ่งจะไม่สามารถบอกได้ชัดเจนเช่นนี้ ซึ่งมีเพยงแต่ค าว่า “อา” ซึ่ง
ี
เรียกญาติฝ่ายชายทั้งเพศชายและเพศหญิง เท่านั้น

