Page 189 - ebook.msu.ac.th
P. 189
๑๗๘
นางนั้น คีงงามเพี้ยง เสมอตองนิ้วแลบ
แขนอ่อนสว้าย คีงค้อมก่องงาม
กงกวดคิ้ว งามก่งเสมอเดือน แลนา
ตาคมไหล เหลือกงามทงแย้ม
แอวกลมเกี้ยง แพนงามเพียงฮาบ
ทกเคี่ยมไว้ ทงแย้มจิ่งจา
ยามเมื่อ ปากกล่าวต้าน เสียงม่วนหวานหู
ยามเมื่อลีลาโสม สิ่งแมนยัวระย้าย
สองนมเต้า กุมงามคือเซื่ยน
ทกเคี่ยมไว้ พอล้มหลูดกะใจ
จิตสว่านฟ้ง เฟือนอ่อนทั้งคีง
ตั้งหากเป็นเสนหา แต่บุญนางสร้าง
เงินค้าแก้ว กองแหวนเจ็ดโกฏิ
หลายแผ่นผ้า ผืนล้้าค่าควร
ดูเลิศล้้า นางนาถสีไว
อันว่า ปัญญานาง เกิดมีเหลือล้น
บาคานแก้ว คัชชนามฮักนาถ
นับแต่กั้วกิ่นเจ้า ประมาณได้แปดวัน นี้แล้ว
พอเมื่ออรทึกฟ้า บดมืดเดือนสาม พุ้นเยอ
ดีแก่เทโวฝน หยาดฮ้าฮวายหน้า
ดีแก่ ลมพานพ้าว โพธิ์ไฮก้านสั่น พุ้นเยอ
บดมืดฟ้า หนาวล้้ายิ่งประมาณ
ฟังเสียงฟ้าฮ่้าฮ้อง เทวราชไขระดู พุ้นเยอ
ดีแก่ฝนฮวายฮ้า แผ่นดินเย็นเนื้อ
นครหลวงเบื้อง จ้าปาซมซื่น
พีชโภชไม้ เขียวขึ้นป่งใบ พุ้นเยอ
ลางพ่องตกดอกกั้ว แดงอ่อนเหลืองออน ก็มี
ลางดวงใบ หล่นเหลืองเสียก้าน
๏ดีแก่ บุพผาซ้อน แสนกอกางเถื่อน พุ้นเยอ
อยู่ท่างภุมเรสฮ้อง บินผ้ายเผ่นผาย
ฝูงดอกไม้ บานเฮื่อเฮืองงาม
ลางอันเป็นจูม จีจอแก้มก้าน

