Page 22 - ebook.msu.ac.th
P. 22

๑๑

               หักคอกินเป็นอาหาร เมื่อกุมารน้อยได้ยินเสียงแม่ร้องด้วยความเจ็บปวด  จึงกระโดดออกจากหลุมมันแล้วใช้
               ดาบเข้าต่อสู้กับยักษ์อย่างกล้าหาญ สุดท้ายยักษ์สู้ไม่ไหวจึงร้องขอชีวิตและบอกที่ซ่อนทองให้เป็นการ

               แลกเปลี่ยน  พร้อมกับสาบานว่า จะไม่ท าร้ายใครอีก หากท าไม่ได้ให้ฆ่าเสีย คัชชนามขุดทองได้สามแสนห้า
               หมื่นตื้อ แม่ขุดและหาบได้ห้าหมื่นตื้อ ทั้งสองน ากลับไปฝังดินไว้ที่เรือน  ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาสองแม่ลูกจึงพ้น
               จากความทุกข์ยาก ยักษ์ก็ลาทั้งสองไป
                       ทั้งสองได้ขุดแท่งทองค าและช่วยแบกหาบกลับถึงบ้าน แล้วจึงน าไปฝังซ่อนไว้ไม่ให้ใครเห็น

               ในเหตุการณ์ครั้งนี้  ท าให้ทั้งสองแม่ลูกมีฐานะดีกินอยู่ดีอย่างสุขสบาย
                       เมื่อคัชชนามอายุย่างเข้าสิบสองขวบ มหาชนคนทั้งหลายได้กล่าวขวัญถึงความเก่งกล้าสามารถ จนได้
               ยินไปถึงราชาผู้ปกครองนครศรีสาเกส พระองค์คิดอยากทอดพระเนตรความสามารถที่ร่ าลือกัน อีกทั้งต้องการ
               ให้คัชชนามเป็นราชบุตรบุญธรรม มารดาคัชชนามไม่สามารถต้านทานได้จึงเข้าเฝ้าตามพระประสงค์

                       พระราชานครศรีสาเกสได้ปฏิสัณฐาน ขอดูอิทธิฤทธิ์ของคัชชนามและได้ป่าวประกาศให้คนทั่วทั้งเมือง
               เข้ามาชมด้วย บททดสอบคือการต่อสู้กับช้างเผือกที่มีร่างกายสูงใหญ่มากและตกมัน คัชชนามสู้โดยเอานิ้วก้อย
               เกี่ยวตัวช้างไว้ ช้างไม่สามารถไหวติงได้เหมือนมีแรงเท่าเมล็ดงา คัชชนามเอามือรวบงาจนช้างล้มก้นกระแทก
               ต่อจากนั้นคัชชนามก็ถอนต้นตาลสองต้น เหาะขึ้นกวัดแกว่งบนอากาศ  สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับพระราชา

               และชาวเมืองยิ่งนัก  เสร็จแล้วพระยาศรีสาเกสก็ลงมาหาคัชชนามแล้วบอกว่า หากท้าวคัชชนามอายุได้สิบหกปี
               จะมอบเมืองให้ปกครองแทน แต่คัชชนามก็ได้กล่าวอย่างถ่อมตนว่า  ตัวเองมีฐานะต่ าต้อยไม่คู่ควรปกครอง
               บ้านเมือง พระราชาจึงให้รางวัลเป็นการตอบแทน จากนั้นคัชชนามก็กลับคืนสู่บ้านเรือนแห่งตน

                       เมื่อคัชชนามอายุสิบสามปี แม่จึงเล่าชาติก าเนิดรวมถึงเหตุการณ์ต่างๆ ก่อนหน้าให้คัชชนามฟัง หลาย
               วันต่อมาคัชชนามจึงขอร้องแม่เพื่อออกตามหาผู้เป็นพ่อของตน ตามแนวพุทธธรรม และไปทูลลาบิดาบุญธรรม
               คือเจ้าเมืองศรีสาเกตและกล่าวฝากมารดาไว้กับพระองค์ คัชชนามได้จัดเตรียมสิ่งของเดินทางประกอบด้วย
               ทองค าแสนไถ้ พร้อมด้วยสะพายดาบศรีคันไชยออกเดินทาง
                       เมื่อเริ่มเดินทางตามรอยช้างผู้เป็นพ่อ  ได้ผ่านป่าผาภูดั้นด้นอยู่หลายเดือน จนถึงเดือนสี่มาถึงทุ่งนา

               เพียง มองเห็นพ่อนาก าลังลากไม้ร้อยกอเพื่อท ารั้วล้อมที่นา คัชชนามจึงเข้าไปลองก าลังโดยเหยียบปลายไม้ที่
               ก าลังลาก  ท าให้ชายทั้งสองได้ปะลองก าลังกัน  ผลปรากฏว่า ชายไม้ร้อยกอเป็นฝ่ายพ่ายแพ้  จึงขอเป็นบ่าวรับ
               ใช้และร่วมเดินติดตามคัชชนามไปด้วย

                       หลายวันผ่านไป ระหว่างเดินทางอยู่นั้น  ก็พบพ่อค้าผู้มีก าลังมาก ลากเกวียนร้อยเล่มเสียงกระดึงดังไป
               ทั่วทั้งราวป่า  คัชชนามจึงให้ไม้ร้อยกอไปซ่อน เพื่อตัวเองจะได้ทดลองก าลังกับชายลากเกวียนผู้นี้  คัชชนามก็
               ไปที่เกวียนเล่มสุดท้ายและใช้มือฉุดดึงเกวียนกลับ ท าให้ชายลากเกวียนล้มหงายหลังและโกธรคัขขนามมาก
               จึงเข้าต่อสู้กันอย่างสุดก าลัง  สุดท้ายคัชชนามก็เป็นผู้ชนะ  พ่อค้าเกวียนจึงขอเป็นบ่าวรับใช้อีกคน และช่วยกัน

               บรรทุกทองค าจากคัชชนามไปคนละส่วน
                       จากนั้นทั้งสามก็ออกเดินทางรอนแรมเข้าสู่ป่าอันกว้างใหญ่ของ “ย่าหม่อม”  นางเป็นผียักขิณีเฝ้าป่า
               แห่งนี้  มักปลูกกระท่อมและก่อไฟไว้เพื่อล่อให้นักเดินทางให้มาติดกับและกินเหยื่อที่โชคร้ายเหล่านั้นเป็น
               อาหาร

                       ในป่าแห่งนี้มี “กินายโม้”  ตัวใหญ่มาก มีก าลังแรงเท่าช้างสารแปดเชือก อาศัยอยู่ในป่าเช่นกัน
               ขณะนั้นทั้งสามต้องการอาหารพอดี คัชชนามจึงให้ไม้ร้อยกอไปหาอาหารก่อน เขาจึงถือเสียมออกไปที่รูหวังว่า
               จะได้วัตถุดิบมาปรุงเป็นอาหาร เมื่อขุดลงไปในรูนั้นปรากฏว่า เห็นขาของกินายโม้ จึงใช้มือจับขาหวังดึงตัวมัน
               ออกมา แต่กลับถูกขาของกินายโม้ดีดกระเด็นไปถึงพันวาแล้วสลบไป
   17   18   19   20   21   22   23   24   25   26   27