Page 27 - ebook.msu.ac.th
P. 27
๑๖
ราชบุตรที่เกิดกับนางสีดา ชื่อ “รัตนาถ” ปกครองเมืองจ าปาต่อจากท้าวคัชชนาม
ราชบุตรที่เกิดกับนางปทุมมาสองพระองค์ องค์พี่ชื่อ “ทันย าแก้ว”ครองเมืองภูเงิน องค์น้องชื่อ
“อินทะราชกุมาร” ครองเมืองกาสี แทนย่า
ราชบุตรที่เกิดกับนางสีไว ชื่อ “คัชชเนต” ได้ไปครองเมืองราชนครศรี ของเจ้าปู่อาลัม
ส่วนดาบคันไชยศรี ไม้เท้าวิเศษ พระอินทร์ได้น ากลับคืนสู่สวรรค์
ในบั้นสุดท้ายของเรื่องได้กล่าวม้วนชาติชาดก ดังนี้
ท้าวคัชชนาม คือ พระพุทธโคตมะ
ไม้ร้อยกอร้อยต้น คือ พระสารีบุตร
เกวียนต่อกันร้อยเล่ม คือ พระโมคคัลลานะ
อินทิราชเจ้า คือ พระเจ้าศรีสุทโธ
พระมารดาท้าวคัชชนาม คือ นางสีหะมายา
นางสีดา คือพระมารดาเจ้าราหุล
นางปทุมมา คือ นางอุบลวัณณา
นางสีไว คือ นางวิสาขา
เจ้าฟ้าหยาด แห่งเมืองผายี คือ พระอานนท์
เรื่องคัชชนามฉบับพระอริยานุวัตร เขมจารี เถระ ปริวรรต จบลงเพียงเท่านี้
๕. คัชชนำมในมุมมองและกำรรับรู้ของผู้คน กรณี “ชื่อบ้ำน นำมเมือง”
คัชชนาม นอกจากมีปรากฏในหนังสือใบลานแพร่กระจายในวงกว้างแล้ว หลักฐานที่สะท้อนว่าเรื่องนี้
ผู้คนในท้องถิ่นต่างๆ รู้จักหรือรับรู้ในรูปแบบมุขปาฐะทั้งในประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาธิปไตย-
ประชาชนลาว และถือเสมือนว่าเป็นวรรณกรรมที่มีตัวตนของบุคคลอยู่จริง ก็คือการมีชื่อสถานที่และชื่อบุคคล
ในเรื่องไปปรากฏในท้องถิ่นต่างๆ ได้แก่ ชื่อเมือง ชื่อบ้ำน ชื่อสถำนที่/วีรบุรุษ ตามท้องเรื่องคัชชนาม ในพื้นที่
แถบสองฝั่งแม่น้ าโขง ทั้งภาคเหนือและภาคอีสานและในลาว สะท้อนให้เห็นว่า เรื่องคัชชนามนี้ฝังแน่นในความ
ทรงจ าและมีอิทธิพลต่อความคิดและความเชื่อของบุคคลสองฝั่งโขงเป็นอย่างมาก ต่อไปนี้ขอยกตัวอย่าง
การตั้งชื่อสถานที่ตามเรื่องราวคัชชนามในพื้นที่ต่างๆ ในประเทศไทย ในภาคเหนือภาคอีสานและใน สปป.ลาว
โดยสังเขป ดังนี้
๕.๑ ภำคอีสำน
จังหวัดร้อยเอ็ด อ ำเภอโพนทรำย มีโบราณสถานที่มีชื่อบ้าน นามเมืองเกี่ยวข้องกับเรื่อง
คัชชนามอย่างชัดเจน สะท้อนให้เห็นความเชื่อของผู้ที่อาศัยอยู่แถบนี้ว่า สถานที่แห่งนี้เกี่ยวข้องกับเรื่อง
คัชชนาม โดยใช้ค าว่า คันธนาม นั่นคือ โบรำณสถำนกู่คันธนำม ต ำบลยำงค ำ อ ำเภอโพนทรำย จังหวัด-
ร้อยเอ็ด กู่แห่งนี้อยู่ห่างจากตัวอ าเภอโพนทรายมาทางทิศใต้ ตามทางหลวงหมายเลข ๒๐๘๖ (สุวรรณภูมิ –
ราษีไศล) ประมาณ ๔ กิโลเมตร จะถึงบ้ำนกู่คันธนำม ซึ่งมีโบราณสถานกู่คันธนามตั้งอยู่และกู่นี้อยู่ภายใน
บริเวณวัดที่ชื่อว่า “วัดกู่คันธนำม”
กู่คันธนำม มีลักษณะเป็นอโรคยาศาลา สะท้อนอิทธิพลของวัฒนธรรมขอมโบราณที่แพร่
กระจายอยู่ในแถบอีสาน มีปราสาทประธาน ก่อด้วยศิลาแลง บรรณาลัย โคปุระและก าแพงแก้ว สระน้ า
ลักษณะทางสถาปัตยกรรมมีอายุประมาณศตวรรษที่ ๑๘ เป็นพุทธสถานของพุทธศาสนาลัทธิมหายานที่พระ-
เจ้าชัยวรมันที่ ๗ โปรดให้สร้างขึ้นและมาเสื่อมสลายลงในศตวรรษที่ ๑๙ เมื่อวัฒนธรรมล้านช้างแพร่เข้ามาและ

