Page 25 - ebook.msu.ac.th
P. 25

๑๔

               ก ามะทาก็ล่าเนื้อกับข้าราชบริพารอย่างสนุกสนาน  ขณะนั้นสัจจะยักข์ซึ่งเป็นยักษ์ที่เคยบอกที่ซ่อนทองค า
               ให้กับคัชชนามก็ปรากฏตัวขึ้น  เมื่อเห็นพระราชาก็เกิดความหิวอยากกินเป็นอาหาร จึงแปลงกายเป็นกวางทอง

               วิ่งล่อหลอกให้พระยาก ามะทาควบม้าไล่ตาม  จนพลัดหลงกับข้าราชบริพาร เข้าป่าข้ามภูเขาหลายลูก เมื่อเข้า
               ใกล้ กวางกลับเพศเป็นยักษ์และจะใช้ขวานท าร้ายพระราชา  พระยาก ามะทาขอชีวิตพระองค์ไว้ โดยมีสิ่ง
               แลกเปลี่ยนคือ จะส่งหญิงสาววัยรุ่นในเมืองจ าปาที่มีเนื้อหอมอร่อยมาให้แทน เพราะพระองค์ต้องดูแล
               บ้านเมือง ยักษ์ตกลงและให้สร้างปราสาทไว้นอกเมือง จัดเครื่องสังเวยสองเดือนต่อครั้ง จากนั้นยักษ์ก็ปล่อย

               พระราชากลับคืนสู่เมือง ถึงเมืองพระราชาก็จัดสร้างปราสาทสังเวยอยู่ด้านนอกเมือง และจัดสังเวยหญิงสาว
               สองเดือนต่อครั้งเป็นประจ า จนบ้านเมืองเต็มไปด้วยความกลัว โศกสลดเศร้าหมอง ทั้งลูกสาวชาวบ้าน ลูกสาว
               เสนาอ ามาตย์ก็หมดลง คงเหลือแต่นางสีดาลูกสาวพระยาก ามะทา และวันนั้นก็มาถึง แม้พระยาก ามะทาจะขอ
               ไปให้ยักษ์กินตนเองแทน ส่วนพระชายาก็จะขอไปด้วย  นางสีดาไม่สามารถยอมได้เพราะนางจะถูกผู้คนทั้ง

               เมืองติเตียน สุดท้ายจึงจ าเป็นต้องสังเวยนางสีดาให้กับยักษ์ โดยน านางสู่ปราสาทนอกเมืองเพื่อรอการสังเวย
                       กล่าวถึงคัชชนาม เมื่อได้ทราบเรื่องนางสีดาจากแม่บุญธรรมของตน คัชชนามจึงแต่งองค์ทรงเครื่อง
               เตรียมการต่าง ๆ เพื่อต่อสู้กับยักษ์ร้ายที่จะมาปราสาทตอนเที่ยงคืนตามที่มารดาขอร้อง  คัชชนามน าพิณติดตัว
               ไปด้วย เมื่อเดินทางถึงปราสาท คัชชนามได้เข้าไปทุบท าลายหอผีและสิ่งของเครื่องสังเวยทั้งหมด  ก่อนเข้าไป

               ในปราสาทด้านใน นางสีดาตกใจแทบสลบและเตรียมให้ยักษ์กิน เนื่องจากเป็นคืนเดือนมืด  ทั้งสองจึงไม่มี
               โอกาสมองเห็นซึ่งกันและกัน คัชชนามได้ยินเสียงนางจึงถามไถ่ นางสีดาร้องด่าเพราะคิดว่าเป็นยักษ์
               แต่ก็แปลกใจมากที่เสียงไพเราะประดุจเสียงพระอินทร์ และเมื่อได้พูดคุยกันสักระยะ  นางจึงรู้ว่ามิใช่ยักษ์

               หากแต่เป็นชายหนุ่มผู้มาช่วยเหลือ  คัชชนามบอกเพียงว่า ตนเองเป็นชายก าพร้า เป็นลูกชายพระยาศรีสาเกส
               พร้อมบรรเลงพิณขับกล่อมให้นางฟัง ในห้วงเวลาอันสุขสมระคนความหวาดกลัวนั้น ทั้งสองต่างสมพาสกันเป็น
               ที่น่าอัศจรรย์
                       เมื่อเวลาถึงเที่ยงคืน  สัจจะยักษ์ก็เข้ามาในปราสาทหวังได้กินเนื้อหญิงสาวบริสุทธิ์  แต่กลับเห็น
               เครื่องเซ่นสังเวยพังทลายแทบไม่เหลือชิ้นดี  จึงโกรธมากและเข้าไปต่อสู้กับผู้รุกราน ยักษ์เป็นฝ่ายพ่ายแพ้

               จึงสอบถามและทราบว่าคือสัจจะยักษ์  คัชชนามจ าได้จึงว่ากล่าวตักเตือนและจะปล่อยตัวไป แต่ยักษ์ไม่ยอม
               ให้คัชชนามปล่อยตนไป เนื่องจากส านึกผิดมากที่เห็นแก่กินมากกว่าค าสั่งสอน ขอให้สังหารตนเสีย
               เมื่อคัชชนามคิดไตร่ตรองถี่ถ้วนแล้ว  จึงปลดดาบออกจากฝัก  จ้วงแทงไปที่คอยักษ์จนยักษ์จนถึงแก่ความตาย

               เหยียดร่างนอนอยู่ริมสระใกล้ปราสาทนั้น จากนั้นคัชชนามและนางสีดา  ต่างพลอดรักกันต่อจนเกือบรุ่งสาง
               เมื่อถึงเวลาร่ าลากัน ทั้งสองได้แลกเปลี่ยนสิ่งของกันเพื่อเตือนความจ า คือ แหวนของนางสีดากับชายผ้าแสนค า
               ของคัชชนาม โดยที่ไม่ได้เห็นหน้ากันเลย
                       พระยาก ามะทาประสงค์จะตอบแทนบุญคุณผู้ช่วยเหลือจึงประกาศหาไปทั่วเมือง  พบว่า

               “ข้อยหญ้าม้า”(คนรับจ้างให้หญ้าม้า)  แอบอ้างว่า ตัวเองเป็นผู้ปราบยักษ์ ด้วยการใช้ไม้คานแทงคอยักษ์ตาย
               แต่เมื่อพิจารณารอยแทงแล้วไม่สมจริงเพราะไม้คานไม่สามารถแทงคอยักษ์ซึ่งมีร่างสูงมากได้  นางสีดาจึงเล่า
               ให้พระยาก ามะทาฟังว่า ผู้ที่ช่วยเหลือมีก าลังมาก และมีแหวนของนางที่มอบให้  ส่วนนางก็มีชายผ้าของชาย
               คนนั้น พระยาก ามะทาจึงประกาศหาผู้ที่มีชายผ้าจากชาวเมืองทั้งหมด  ท าให้เกิดเหตุการณ์อลหม่านขึ้น

               เพราะผู้ชายในเมือง ทั้งหนุ่มน้อย ฉกรรจ์ แก่เฒ่า พิการ ต่างก็อยากจะแต่งงานกับนางสีดา สุดท้ายคัชชนามก็
               ปรากฏตัวขึ้นและน าชายผ้าที่ขาดมาต่อกันได้อย่างพอดี  อีกทั้งยังน าแหวนของนางสีดาที่มอบไว้มาแสดง
               จึงได้อภิเษกสมรสกับนางสีดาและนางสีไว  คัชชนามจึงได้ครองเมืองจ าปาตั้งแต่นั้น
                       เวลาผ่านมานานพอสมควร คัชชนามคิดถึงพระยาศรีสาเกส มารดา ไม้ร้อยกอ ชายแก่เกวียนและนาง

               ปทุมาที่เมืองภูเงินมาก  นางสีดาและนางสีไวสังเกตเห็นความเศร้าของคัชชนามจึงไต่ถาม คัชชนามเลยเล่าเรื่อง
   20   21   22   23   24   25   26   27   28   29   30