Page 26 - ebook.msu.ac.th
P. 26

๑๕

               นางปทุมาและเรื่องมารดาของตน นางทั้งสองจึงให้คัชชนามไปเชิญนางปทุมมามาอยู่ด้วย คัชชนามจึงไปเยี่ยม
               แม่ที่เมืองศรีสาเกสและได้เดินทางสู่เมืองภูเงิน  พบนางปทุมมา แล้วขอนางไปอยู่ด้วยกันที่เมืองจ าปาในฐานะ

               มเหสีและเล่าเรื่องนางสีดา นางสีไวเมืองจ าปาให้ฟัง พร้อมได้น าค าเชิญของนางอ าคาเชิญให้นางปทุมมาไปเป็น
               ญาติพี่น้องร่วมอุทร ทั้งยังได้เชิญท้าวเสตะราชและนางบัพพาวัณแห่งเมืองภูเงิน  ไปเยือนเมืองจ าปาด้วย
               หลังจากที่ท้าวเสตะราชเห็นถึงความมั่นคงในรักของท้าวคัชชนาม และจะยกย่องนางปทุมาเสมอกันกับนางสีดา
               จึงอนุญาตให้นางปทุมมาไปอยู่กับคัชชนาม  และท้าวเสตะราชได้จัดขบวนมาส่งนางปทุมมาอย่างสมเกียรติ

               ประกอบด้วยเทพกินรีเหาะเหินมาทางอากาศเป็นขบวนจ านวนสี่แสนองค์ พร้อมแก้วแหวน เงินทองจ านวน
               มาก พระยาก ามะทาได้ต้อนรับอย่างสมเกียรติ  โดยน าช้าง ม้า วัว ควาย แก้วแหวน เงินทองมอบแก่ท้าวเสตะ-
               ราช ชาวเมืองจ าปานั้น ต่างตื่นเต้น พากันต้อนรับและเลี้ยงแขกเมืองเป็นอย่างดี นางอ าคา นางบัพพาวัณต่าง
               เปลี่ยนกันแสดงความรักและชื่นชมนางปทุมมา นางสีดาและประกาศเป็นทองแผ่นเดียวกัน มีการเฉลิมฉลอง

               อย่างมโหฬารด้วยการละเล่นต่างๆ นางบัพพาวัณได้สั่งสอนให้นางทั้งสามเชื่อฟังสามี อย่าหูเบา ดูแลข้าวปลา
               อาหารถวาย ดูแลพ่อแม่ทั้งสองฝ่าย พูดดีกับผู้ที่ต่ ากว่า ท้าวคัชชนามและมเหสีทั้งสาม คือ นางปทุมมา
               นางสีดา นางสีไว ต่างมีไมตรีอันดีต่อกัน หลังจากนั้นไม่นานท้าวเสตะราชก็ขอตัวเสด็จกลับ คืนสู่เมืองภูเงิน
                       กล่าวถึงพระเจ้าเมืองขวาง คือชายไม้ร้อยกอและพระเจ้าเมืองสรวง คือชายร้อยเล่มเกวียน ทั้งสองรู้

               ข่าวความงามของธิดาเจ้าเมืองจ าปา  จึงได้จัดเตรียมก าลังพลเดินทางเพื่อท าศึกชิงนางสีดาไปถวายท้าวคัช-
               ชนาม  ผู้มีบุญคุณกับพวกตน โดยไม่รู้ว่าเมืองจ าปานั้นมีท้าวคัชชนามเสวยเมืองอยู่แล้ว เมื่อได้ฤกษ์จึงจัดทัพ
               เคลื่อนขบวนพลเดินทาง

                       ระหว่างทาง ได้ยกทัพบุกเมืองส่วยของเมืองจ าปาก่อนคือ “เมืองผายี” มี “เจ้าฟ้าหยาด” ปกครอง
               อยู่ ท าให้เจ้าเมืองผายีต้องส่งทูต  ไปขอก าลังจากเมืองจ าปา แต่ทัพทางจ าปามายังไม่ถึง เกิดศึกชนช้างกันขึ้น
               ก่อน ท าให้เจ้าฟ้าหยาดกับลูกสิ้นพระชนม์ในสนามรบ  จากนั้นพระยาเมืองขวาง พระยาเมืองสรวงจึงจัดแบ่ง
               นางสนม สมบัติ ทรัพย์ศฤงคารต่างๆ ให้แก่ขุนศึกของตน เมื่อจัดการพระศพเจ้าฟ้าหยาดเสร็จ จึงจัดเตรียม
               บ้านเมืองและก าลังพลเพื่อบุกประชิดเมืองจ าปาต่อไป

                       ทูตเมืองฟ้าหยาดมาถึงเมืองจ าปาและแจ้งแก่ “เพ็ชล่วง” ซึ่งเป็นแม่ทัพเมืองจ าปาว่า ศึกจะเข้ามาตี
               เมืองจ าปา เพ็ชล่วงจึงรีบเข้าทูลพระยาก ามะทาและเฝ้าท้าวคัชชนาม เพื่อเตรียมทัพรับการบุกประชิดจาก
               ข้าศึก  หลังจากนั้น  ก็มีการท าศึกปะทะกันอย่างหนักหน่วง แต่เมื่อท้าวคัชชนามปรากฏตัวขึ้น พระราชาทั้ง

               สองถึงกับตะลึงงัน  จึงหยุดทัพและรีบลงมาจากหลังช้าง  เพื่อกราบทูลขออภัยโทษ จากนั้นคัชชนามติเตียนคน
               เนรคุณทั้งสอง แล้วจึงยก “ท้าวไชยะราช” ซึ่งหนีภัยสงครามไปอยู่ที่ “เมืองกาสี” ให้มาครองเมืองผายีแทน
               พระเจ้าฟ้าหยาดที่สวรรคตในสงคราม ท้าวคัชชนามได้สอนการจัดการบ้านเมือง ให้กับพระยาทั้งสามเมือง
               คือ เมืองขวาง เมืองสรวง และเมืองผายี

                       จากนั้นท้าวคัชชนามและพระยาทั้งสาม ก็ตั้งขบวนเดินทางสู่เมืองศรีสาเกส เพื่อไปรับพระมารดาของ
               ท้าวคัชชนาม เมื่อคัชชนามพบพระมารดาแล้ว พระยาทั้งสามที่ติดตามมาด้วยก็ขอทูลลากลับบ้านเมืองตนและ
               ท้าวคัชชนามได้ส่งสาส์นกราบทูลถึงพระยานครศรีสาเกสซึ่งเป็นพระบิดาบุญธรรมให้รับทราบ พร้อมส่งเครื่อง-
               บรรณาการต่าง ๆ มาถวาย

                       ท้าวคัชชนามได้แต่งสาส์นไปหา “พระยาอาลัม”  แห่ง“เมืองราชนครศรี”  ผู้เป็นพระสวามีแห่งพระ
               มารดา พร้อมถวายเครื่องบรรณาการต่าง ๆ และขออนุญาตน าพระมารดาไปครองเมืองกาสี  ในนาม
               “พระแท่นแก้วขัตติยะราชมารดา”  คัชชนามได้สอนธรรมะในการครองเมืองให้กับพระมารดา แล้วจึงลา
               กลับคืนสู่เมืองจ าปา  ท้าวคัชชนามปกครองบ้านเมืองอย่างสงบสุขสืบต่อมาหลายปี มีราชบุตรครองเมืองต่างๆ

               ดังนี้
   21   22   23   24   25   26   27   28   29   30   31